ความต้องการจำเป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว
คำสำคัญ:
การบริหารแบบมีส่วนร่วม, การป้องกันยาเสพติด, สถานศึกษา, ความต้องการจำเป็น, การบริหารการศึกษาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว จำนวน 807 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 268 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของยามาเน่ และสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.80-1.00 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นแบบปรับแก้ (Modified Priority Needs Index: PNImodified)
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.01, SD = 0.90)
และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.61, SD = 0.40) โดยด้านการแนะนำ แนะแนว และการให้คำปรึกษา และด้านการแก้ปัญหานักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม
มีค่าเฉลี่ยสภาพปัจจุบันสูงที่สุด (M = 4.06) สำหรับด้านนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษา สภาพปัจจุบันโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.03, SD = 0.89) และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.60, SD = 0.38) เมื่อวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น พบว่า ด้านการส่งเสริมความประพฤตินักเรียนมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงที่สุด (PNImodified = 0.168) รองลงมา ได้แก่ การตรวจสอบนักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม (PNImodified = 0.150) และการแก้ปัญหานักเรียนที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม (PNImodified = 0.145) ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพควรเน้นการส่งเสริมพฤติกรรมที่เหมาะสมของนักเรียน ควบคู่กับการบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน
และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กัญญารัตน์ นามวิเศษ. (2562). รูปแบบบริหารจัดการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด
และอบายมุข แบบมีส่วนร่วม. วารสารวิชาการการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ
และนวัตกรรม. คณะเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ปีที่ 6 (ฉบับที่ 1).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ลงวันที่ 22 มกราคม 2563). กระทรวงศึกษาธิการ.
จินุกูล หลวงอภัย. (2564). การพัฒนาแนวทางในการป้องกันตนเองจากปัญหายาเสพติดของนักเรียนนายสิบตำรวจ. วารสารวิจัยวิชาการ.
ณัฐวุฒิ บุตรธนู. (2564). การพัฒนาแนวทางการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
มทูร พูลสวัสดิ์ และคณะ (2562). รูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม : กรณีศึกษาโรงเรียนเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราชชื่อเรื่องบทความ. วารสารสุขศึกษา พลศึกษาและนันทนาการ. ปีที่ 45 (ฉบับที่ 1).
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว. (2568). รายงานสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปีงบประมาณ 2568. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2568). การเผชิญกับสถานการณ์ยาเสพติดภายใต้บริบท VUCA World. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. (2568). สรุปสาระสำคัญจากนโยบายรัฐบาลด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด แถลงต่อรัฐสภา วันที่ 12 กันยายน 2567. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2564). นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา พ.ศ. 2564. กระทรวงศึกษาธิการ.
อภิรมย์ สินชุม. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อเป็นสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข โรงเรียนพิมายดำรงวิทยาคม. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 4(4).
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper and Row.


