การพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวทางศาสตร์พระราชาของโรงเรียน บ้านหน้าควนลัง (ราษฎร์สามัคคี) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2

ผู้แต่ง

  • เรวดี เชาวนาสัย คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยหาดใหญ่

คำสำคัญ:

รูปแบบการนิเทศ, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, การบริหารแบบมีส่วนร่วม, ศาสตร์พระราชา

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนบ้านหน้าควนลัง (ราษฎร์สามัคคี) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 2) พัฒนารูปแบบการนิเทศโดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวทางศาสตร์พระราชา และ 3) ทดลองใช้รูปแบบดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอน 37 คน ในปีการศึกษา 2565 ได้มาโดยวิธีการเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัญหาและความต้องการ แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก แบบประเมินคุณภาพรูปแบบ และแบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา

 ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาและความต้องการการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมาก 2) รูปแบบการการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 หลักการของรูปแบบ องค์ประกอบที่ 2 วัตถุประสงค์ของรูปแบบ องค์ประกอบที่ 3 ปัจจัยนําเข้า องค์ประกอบที่ 4 กระบวนการบริหาร และ องค์ประกอบที่ 5 ผลผลิต  ผลการประเมินรูปแบบการนิเทศเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยใช้การบริหารแบบมีส่วนร่วมตามแนวทางศาสตร์พระราชา ของโรงเรียนบ้านหน้าควนลัง (ราษฎร์สามัคคี)  สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 ในภาพรวม  มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด  (µ = 4.74 , σ = 0.44)  และ 3) การจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูผู้สอนอยู่ในระดับมาก (µ = 4.42, σ = 0.54)  และความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (µ = 4.47, σ = 0.52)

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้ Active Learning. สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. (2561). รายงานศึกษาเรื่องศาสตร์พระราชากับการพัฒนาคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพฯ: คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานสถานภาพการศึกษาไทย ปี 2564. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

Baldwin, T. T., & Williams, S. D. (1988). Active learning: Beyond the future. Journal of Management Education, 12(3), 5–12.

Fullan, M. (2014). The principal: Three keys to maximizing impact. Jossey- Bass.

Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2019). Supervision and instructional leadership: A developmental approach (10th ed.). Pearson.

Prince, M. (2004). Does Active Learning Work? A Review of the Research. Journal of Engineering Education, 93(3), 223–231.

Sergiovanni, T. J., & Starratt, R. J. (2013). Supervision: A redefinition (8th ed.). McGraw-Hill.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. Jossey-Bass.

UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. UNESCO Publishing.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-02

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย