การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเรื่อง "มรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย" เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • ชลิดา ฉลาดเขียว -

คำสำคัญ:

หลักสูตรท้องถิ่น, มรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, การพัฒนาหลักสูตร, อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของหลักสูตรให้เป็นไปตามเกณฑ์ 70/70 และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการใช้หลักสูตร กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะศึกษาความต้องการ ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ครู และปราชญ์ชาวบ้าน จำนวน 23 คน คัดเลือกแบบเจาะจง และระยะทดลองใช้หลักสูตร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านอากาศ อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความเหมาะสมของหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน (Paired Samples t-test) ผลการวิจัยพบว่า

  1. สภาพปัจจุบันสะท้อนความจำเป็นในการบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นเข้าสู่การจัดการศึกษา โดยครอบคลุม 5 สาระสำคัญ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วิถีชีวิตและอาหาร ภูมิปัญญาการแต่งกาย ภาษาและวรรณกรรม และประเพณีวัฒนธรรม
  2. หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องเชิงโครงสร้างระหว่างองค์ประกอบหลักสูตรกับวัตถุประสงค์ (Curriculum-Objective Congruence) อยู่ในระดับสูงมาก (IOC = 0.89) และมีประสิทธิภาพ 80.44/76.80 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ (70/70)
  3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (M = 23.04) สูงกว่าก่อนเรียน (M = 13.85) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 15.28, p < .05)

            ผลการวิจัยสรุปได้ว่า หลักสูตรท้องถิ่นเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ยที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและสามารถยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. (ม.ป.ป.). เป้าหมายที่ 17: เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการ

ดำเนินงาน และฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน. สืบค้นจาก https://science.mahidol.ac.th/sdgs/sdgs-17/

ชวนี ทองโรจน์. (2554). ภูมิปัญญาท้องถิ่นและการจัดการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นันธวัช นุนารถ. (2560). ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณค่าแห่งวิถีชีวิต วัฒนธรรม เพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 12(34), 17–26.

ลัดดา พนัสนอก. (2538). โย้ย: กลุ่มชาติพันธุ์ในภาคอีสาน [รายงานการวิจัย]. สกลนคร: ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดสกลนคร.

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (2563). ฐานข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย: ไทโย้ย. สืบค้นจาก https://www.sac.or.th/databases/ethnic-groups/ethnicGroups/12สุคนธ์ สินธพานนท์. (2558). การจัดหลักสูตรแบบองค์รวม (Holistic Curriculum). ใน นวัตกรรม การเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของเยาวชน (พิมพ์ครั้งที่ 8, น. 91–119). กรุงเทพฯ: 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.

สุรชัย หวังดี. (2562). จิตวิทยาพัฒนาการและการเรียนรู้สำหรับครู. มหาสารคาม: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: วี.พริ้นท์ (1991).

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2547). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวปฏิบัติการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและหลักสูตรท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.

Ausubel, D. P. (1963). The psychology of meaningful verbal learning. Grune & Stratton.

Altman, I., & Low, S. M. (Eds.). (1992). Place attachment. Plenum Press.

Deci, E. L., & Ryan, R. M. (2000). The "what" and "why" of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry, 11(4), 227–268.

Ladson-Billings, G. (1995). But that's just good teaching! The case for culturally relevant pedagogy. Theory Into Practice, 34(3), 159–165.

Piaget, J. (1964). Part I: Cognitive development in children: Piaget development and learning. Journal of Research in Science Teaching, 2(3), 176–186.

Scannell, L., & Gifford, R. (2010). Defining place attachment: A tripartite framework. Journal of Environmental Psychology, 30(1), 1–10.

Smith, G. A. (2002). Place-based education: Learning to be where we are. Phi Delta Kappan, 83(8), 584–594.

Tajfel, H., & Turner, J. C. (1979). An integrative theory of intergroup conflict. In W. G. Austin & S. Worchel (Eds.), The social psychology of intergroup relations (pp. 33–47). Brooks/Cole.

Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. University of Chicago Press.

Wiggins, G., & McTighe, J. (2005). Understanding by design (2nd ed.). Association for Supervision and Curriculum Development.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ฉลาดเขียว ช. (2026). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นเรื่อง "มรดกทางวัฒนธรรมไทโย้ย" เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารเมธีวิจัย Savant Journal of Social Sciences, 3(4), 59–70. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/SJ_SS/article/view/4180

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย