แนวทางการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี
คำสำคัญ:
แนวทาง, การบริหารงานทั่วไป, แนวทาง, การบริหารงานทั่วไป, เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานทั่วไป และ 2. เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา มีรูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี ใช้แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไปของกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี ตัวอย่างที่ใช้ คือ ครูผู้สอนในสถานศึกษา จำนวน 309 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบชั้นภูมิ ตามขนาดสถานศึกษา และผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการสนทนากลุ่มจำนวน 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม และประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา ในภาพรวมและรายด้านมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย คือ ด้านการส่งเสริมกิจการนักเรียน ด้านการพัฒนาระบบเครือข่ายและข้อมูลสารสนเทศ ด้านการดำเนินงานธุรการ ด้านการดูแลอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม และด้านการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา 2) แนวทางการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา มีแนวทาง ดังนี้ 2.1) ด้านการพัฒนาระบบเครือข่ายและข้อมูลสารสนเทศ สถานศึกษาควรจัดให้มีระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่มีประสิทธิภาพและฐานข้อมูลที่เป็นระบบ 2.2) ด้านการดำเนินงานธุรการ สถานศึกษาควรพัฒนาระบบงานธุรการให้มีความเป็นระบบ ระเบียบ รวดเร็ว และตรวจสอบได้ 2.3) ด้านการดูแลอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม สถานศึกษาควรมีการบริหารจัดการอาคารสถานที่อย่างเป็นระบบ 2.4) ด้านการระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา สถานศึกษาควรสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 2.5) ด้านการส่งเสริมกิจการนักเรียน สถานศึกษาควรมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองในการพัฒนาผู้เรียน องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้ ได้แก่ 1) การประยุกต์ใช้ระบบดิจิทัลและข้อมูลเชิงลึก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนงานและการติดตามผลอย่างเป็นระบบ 2) การออกแบบกระบวนการบริหารแบบคล่องตัว เพื่อให้สถานศึกษาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้ และ 3) การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมผ่านแพลตฟอร์มสื่อสารออนไลน์เพื่อให้บุคลากรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมตัดสินใจบนข้อมูลเดียวกัน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2550). แนวทางการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษาให้คณะกรรมการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาตามกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
_______. (2561). คู่มือการปฏิบัติงานข้องข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารักษาการใน ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ.
พัชราภรณ์ เย็นมนัส. (2558). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานเป็นทีมกับการบริหารงานทั่วไปของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.
ภัทรกร มิ่งขวัญ. (2559). การศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อการบริหารงานโรงเรียนขนาดเล็ก จังหวัด นครสวรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 42. การค้นคว้าอิสระครุศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
รุจิรัตน์ มานะพระ. (2559). สภาพและปัญหาการบริหารงานทั่วไปในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร
มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
ลลิตา ทิพย์มาศ. (2565). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ. ค้นจาก https://tanoo.wordpress.com.
สัตตบุษย์ โพธิรุท. (2564). การบริหารสำหรับครู (ฉบับปรับปรุง). มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ
พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี.
______. (2553). คู่มือการบริหารงานโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: กลุ่มวิจัยและพัฒนานโยบาย สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาญจนบุรี. (2567). แผนปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. กาญจนบุรี: ผู้แต่ง
สุภัค ยมพุก และวิโรจน์ เจษฎาลักษณ์. (2558). การบริหารสถานศึกษาและการรับรู้การสนับสนุนการปฏิบัติงานนที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการสอนของครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กลุ่มที่ 4. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ., 12(1), 88-104.
อัจฉรา จงดี. (2560). การศึกษาบทบาทการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
อัญชุลีภรณ์ คำภิระ (2564). การศึกษาบทบาทการบริหารสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของ
ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด. วิทยานิพนธ์
ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
Candoli, I.C. and et al. (1992). School business administration: a planning approach. Massachusetts: Allyn and Bacon. Schools: Past Present and Future. Tec trends.
Dubois, R.C. & Rothwell, A. (2004). Community attitudes toward education and levels of participation in school affairs. Dissertation Abstracts International.
Gorton, R. D. (1983). School administration and supervision: Leadership challenges and opportunities (2nd ed.). Dubuque: Win C. Brown.
Greenwood, W. T. (1965). Management and organizational behavior. Ohio: South Western.
Hoy, W. & Miskel, G. (2001). Educational administration: Theory, research and
practice. New York: McGraw–Hill.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W, (1970). Determining sample size for research activities.
Educational & Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. In Reading in Fishbein,
M (Ed.), Attitude Theory and Measurement (pp. 90-95). New York: Wiley & Son.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence".
American psychologist, 28(1), 1-21.