การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านคล่องและการอ่านเพื่อความเข้าใจ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
การจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R, ความสามารถการอ่านคล่อง, ความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านคล่อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R 2) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านคล่อง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R กับเกณฑ์ร้อยละ 75 3) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R 4) เปรียบเทียบความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R กับเกณฑ์ร้อยละ 75 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดโพธิ์น้อย ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568จำนวน 31คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย
1) แผนการจัดการเรียนรู้การอ่านคล่องและการอ่านเพื่อความเข้าใจ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R จำนวน 6 แผน มีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมของแผนอยู่ระหว่าง 4.83-4.86 2) แบบประเมินความสามารถการอ่านคล่อง มีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.75 3) แบบทดสอบความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจ มีความตรงเชิงเนื้อหาระหว่าง 0.67-1.00 ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.91 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร้อยละ และการทดสอบค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถการอ่านคล่องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความสามารถการอ่านคล่องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R ต่ำกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 3) ความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ความสามารถการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเทคนิค OK5R สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กนกวรรณ นามวิจิตร. (2562). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านจับใจความด้วยกระบวนการ OK5R สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
จิรวัฒน์ เพชรรัตน์. (2560). ภาษาไทยกับพัฒนาการคิดวิเคราะห์. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จินตนา แปบดิบ. (2565). การศึกษาและพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชุมชนบ้านแม่ตาวกลางมิตรภาพที่ 26 อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ด้วยการสอนแบบ OK5R. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.
ฉัตรวรรณ์ ลัญฉวรรธนะกร. (2559). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านคล่องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรรณพร ประมะดา. (2562). การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียนภาษาไทยเพื่อแก้ปัญหา
การอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน). (2566). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2565. สืบค้นจากhttps://www.niets.or.th
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2566). รายงานผลการประเมิน PISA 2022 ด้านการอ่านของนักเรียนไทย. สืบค้นจาก https://pisathailand.ipst.ac.th
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 2. (2568). ข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษา. สืบค้นจาก http://www.surat2.go.th
Congos, D.H. (2011). Starting out in community college. McGraw-Hill.
Goodman, K. S. (1973). Psycholinguistics and reading. Rinehart and Winston.
Hamdi, D. (2014). Pengaruh metode OK5R terhadap peningkatan keterampilan membaca pemahaman cerpen pada siswa kelas VII MTs Attaqwa Pusat Putra Bekasi tahun pelajaran 2012/2013 (Skripsi). Universitas Islam Negeri Syarif Hidayatullah Jakarta.
LaBerge, D., & Samuels, S. J. (1974). Toward a theory of automatic information processing in reading. Cognitive Psychology, 6(2), 293–323.
Meyer, M. S., & Felton, R. H. (1999). Repeated reading to enhance fluency: Old approaches new directions. Annals of Dyslexia, 49(1), 283–306.
Pauk, W. (1984). How to study in college (4th ed.). Houghton Mifflin.
Pride Reading Program. (2024). Strategies to improve reading fluency. Retrieved from https://pridereadingprogram.com/strategies-to-improve-reading-fluency/
Rasinski, T. (2009). Implementing readers theatre as an approach to classroom fluency instruction. The Reading Teacher, 63(1), 4–13.
Schreiber, P. A. (1991). Understanding prosody’s role in reading acquisition. Theory Into Practice, 30(3), 158–164.
Strang, R. (1969). The improvement of reading: A program of diagnostic and remedial methods. McGraw-Hill.
University of Oregon. (n.d.). Fluency. Retrieved from https://reading.uoregon.edu/fluency
Unrau, N. J. (2004). Content area reading and writing: Fostering literacies in middle and high school classrooms. Pearson.
Zutell, J., & Rasinski, T. V. (1991). Training teachers to attend to their students’ oral reading fluency. Theory into Practice, 30(3), 211–217.


