รูปแบบการบูรณาการการทำงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 กับฝ่ายบริหารภายใต้แนวคิดการปกครองแบบร่วมมือ

ผู้แต่ง

  • ปฐมทัต ปรีชาฤทธิรงค์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • ณรงค์ เกียรติคุณวงศ์ วิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ:

การจัดการปกครองแบบร่วมมือ, หน่วยทหารพัฒนา, บริการสาธารณะ, การมีส่วนร่วม

บทคัดย่อ

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาองค์ประกอบแห่งความสำเร็จของการจัดบริการสาธารณะโดยหน่วยทหารพัฒนา และ (2) นำเสนอรูปแบบการบูรณาการการทำงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 กับฝ่ายบริหารภายใต้แนวคิดการปกครองแบบร่วมมือ (Collaborative Governance) เพื่อสร้างความยั่งยืน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลผ่าน  การสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 จำนวน 8 คน และตัวแทนชุมชน จำนวน 12 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง รวมถึงการสังเกตการณ์เชิงลึกในพื้นที่ปฏิบัติงานจริง จำนวน 6 พื้นที่ โดยใช้แบบสังเกตุ และการวิเคราะห์เอกสาร จำนวน 45 ฉบับ โดยข้อมูลที่รวบรวมได้นำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการวิเคราะห์แก่นสาระ (Thematic Analysis)

ผลการศึกษา องค์ประกอบแห่งความสำเร็จของการจัดบริการสาธารณะโดยหน่วยทหารพัฒนา พบว่า ความสำเร็จเกิดจาก 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ (1) การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายฝ่าย (2) การตัดสินใจแบบฉันทามติ (3) การบริหารทรัพยากรและการสนับสนุนแบบลดหลั่น (4) การสร้างความไว้วางใจและการเสริมสร้างศักยภาพ และ (5) ระบบติดตามและประเมินผลแบบมีส่วนร่วม ส่วนรูปแบบการบูรณาการการทำงานของหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 กับฝ่ายบริหารภายใต้แนวคิดการปกครองแบบร่วมมือ เพื่อสร้างความยั่งยืน พบว่า รูปแบบที่สังเคราะห์ได้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ คือ (1) ขั้นตอนการวางแผนแบบมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดเป้าหมายที่แท้จริง (2) กลไกการบริหารและจัดสรรทรัพยากรแบบร่วมมือที่เน้นการสนับสนุนแบบลดหลั่น (3) กระบวนการจัดการความขัดแย้งและการตัดสินใจแบบฉันทามติโดยใช้บทบาทผู้เอื้ออำนวย และ (4) ระบบติดตามและประเมินผลแบบมีส่วนร่วมเพื่อการเรียนรู้และปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รูปแบบดังกล่าวมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของการจัดบริการสาธารณะในพื้นที่ชนบทและห่างไกล

เอกสารอ้างอิง

ขนิษฐา คำบาง, & วิจิตรา ศรีสอน. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิบัติงานของข้าราชการ กรมยุทธการทหารบก. วารสารการบริหารและพัฒนานโยบาย, 13(2), 1–15.

มนต์รัตน์ รัตนวานิช. (2560). บทบาทและวิธีการดำเนินงานที่เหมาะสมของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย [การศึกษาค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. คลังปัญญา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ. (มปป.). บทบาทของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเพื่อสนับสนุนงานความมั่นคง, เข้าถึงได้จาก

https://sscthailand.org/index.php/research/งานวิจัย-research-paper/บทบาทของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาเพื่อสนับสนุนงานความมั่นคง, เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2567.

Ansell, C., & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571.

Bryson, J. M., Crosby, B. C., & Stone, M. M. (2006). The design and implementation of cross-sector collaborations. Public Administration Review, 66(1), 44-55.

Emerson, K., Nabatchi, T., & Balogh, S. (2012). An integrative framework for collaborative governance. Journal of Public Administration Research and Theory, 22(1), 1-29.

Innes, J. E., & Booher, D. E. (2010). Planning with Complexity: An Introduction to Collaborative Rationality for Public Policy. Routledge.

Thai Armed Forces Development Command. (2020). Annual Report on Disaster Relief Operations. Bangkok Thai Armed Forces Development Command.

United Nations Development Programme (UNDP). (2019). Sustainable Development through Military and Civil Collaboration. New York UNDP.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-19

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย