ความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7
คำสำคัญ:
ความต้องการจำเป็น, การบริหารแบบมีส่วนร่วม, ศูนย์การศึกษาพิเศษบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครู และคณะกรรมการสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จำนวน 528 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน ประกอบด้วย ผู้อำนวยการ จำนวน 9 คน ครู จำนวน 145 คน และคณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 72 คน รวมทั้งสิ้น 226 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราประมาณค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.976 ในรูปแบบการตอบสนองคู่ สถิติ ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ ค่าความถี่ และค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัย พบว่า ความต้องการจำเป็นในการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 ในภาพรวมมีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นเท่ากับ.194 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นสูงสุดเป็นลำดับแรก .199 รองลงมาคือ ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล .198 และด้านที่มีความต้องการจำเป็นต่ำสุด คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ .183
เอกสารอ้างอิง
จอมพล มงคลวนิช. (2555). การบริหารองค์การและบุคลาการทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จุฑามาศ โสมมาและ ไพฑูรย์ พวงยอด. (2567). สภาพและความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2.วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, (15)(1), 1-10 .
ณัฐธิดา พิมพ์สาร. (2567). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการบริหารศูนย์การศึกษาพิเศษในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารปัญญา, (31)(2), 120-127.
ธีรศักดิ์ อุปไมยอธิชัยและ สุชาติ บางวิเศษ. (2563). การบริหารและการจัดการศึกษาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. พิษณุโลก: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยนเรศวร.
นิเวศน์ วงศ์สุวรรณ. (2560). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, (4)(1), 176-187
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น ฉบับปรับปรุงใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ:บริษัทสุวีริยาสาส์นจำกัด.
พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ. (2551). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนที่ 28 ก หน้า 1-13 (5 กุมภาพันธ์ 2551).
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 4). (2562). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562).
ศักดิ์ชัย บุราณรมย์. (2564). รูปแบบการพัฒนาภาคีเครือข่ายการช่วยเหลือระยะแรกเริ่มของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 11 จังหวัดนครราชสีมา. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 7 จังหวัดพิษณุโลก. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา ปีการศึกษา 2567. เรียกใช้เมื่อ 18 สิงหาคม 2568 จาก https://www.rsec7.ac.th/index.php
สมยศ นาวีการ. (2545). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์บรรณกิจ.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์กรมหาชน).รายงานการประเมินคุณภาพภายนอก : ผลการประเมิน SAR ภายใต้สถานการณ์ COVID – 19 การศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ ศูนย์การศึกษาพิเศษ. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดพิจิตร.
สุขตา แดงสุวรรณ์. (2558). การศึกษาการมีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Vroom, Victor H. & Edward L. Deci, (1970). Management and Motivation. New York: PenquinBook Ltd.


