การพัฒนาความเป็นพลเมืองและทักษะความร่วมมือ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสืบค้น วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3

ผู้แต่ง

  • จินดา พลรักษ์ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • พจมาลย์ สกลเกียรติ สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน วิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่, ทักษะกลุ่มสืบค้น, ความเป็นพลเมือง, ทักษะความร่วมมือ

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) เปรียบเทียบความเป็นพลเมืองโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสืบค้นกับเกณฑ์ร้อยละ 70 (2) เปรียบเทียบทักษะความร่วมมือโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสืบค้นกับเกณฑ์ร้อยละ 70 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 จากวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก จังหวัดกรุงเทพมหานคร ที่กำลังศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 สาขาคอมพิวเตอร์กราฟิก จำนวน 1 ห้อง ซึ่งมีจำนวนนักเรียน 35 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย จำนวน 5 แผน รวม 20 ชั่วโมง แบบสอบถามความเป็นพลเมือง ประกอบด้วย 4 ด้าน จำนวน 20 ข้อ ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.80-1.00 ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach มีค่าเท่ากับ 0.96 และแบบประเมินทักษะความร่วมมือ ประกอบด้วย 5 ด้าน จำนวน 15 ข้อ ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) เท่ากับ 0.80-1.00 ค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของ Cronbach มีค่าเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมุติฐานแบบกลุ่มเดียว (t - test for one sample)

          ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ (1) นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 มีความเป็นพลเมืองหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสืบค้น วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (2) นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 มีทักษะความร่วมมือหลังได้รับการจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่ร่วมกับเทคนิคกลุ่มสืบค้น วิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

เอกสารอ้างอิง

ณัฏฐ์ชฎิล มาอิ่นแก้ว. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

นวภัทร ตระกูลพร. (2558). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น (7E) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง).

พระสุรพล อาภรโณ (ไกรรอด). (2567). การจัดการเรียนการสอนสังคมศึกษาสำหรับ นักศึกษาวิชาชีพครูเจเนเรชั่น Z. วารสารสันตยาภิวัฒน์ วัดหนองนกกด, 2(4), 54– 66.

สมศักดิ์ ภักดีชนก. (2562). การพัฒนาความตระหนักในความเป็นพลเมืองของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคกาญจนบุรี. ใน สารนิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา. (2567). หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช 2567. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ. (2558). แนวทางการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุกลายา แช่มช้อย. (2562). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐานร่วมกับเทคนิคกลุ่ม สืบค้น ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาชีววิทยา. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.

สุภาภรณ์ วงษ์วรรณ. (2560). การพัฒนาบทเรียนออนไลน์ วิชาประวัติศาสตร์ เรื่องอาณาจักรอยุธยา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

สุธีระ ประเสริฐสรรพ์. (2564). การจัดการเรียนรู้แบบอิงสถานที่: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(1), 1–13.

Bloom, B. S. (Ed.). (1956). Taxonomy of educational objectives: Handbook I: The cognitive domain. New York, NY: David McKay.

Dewey, J. (1916). Democracy and education: An introduction to the philosophy of education. New York, NY: The Free Press.

Gruenewald, D. A., & Smith, G. A. (2008). Place-based education: A new paradigm for environmental education. Environmental Education Research, 14(5), 585–603.

Hertz-Lazarowitz, R. (1992). Social interaction in the classroom: The group investigation approach. In R. Hertz-Lazarowitz & N. Miller (Eds.), Interaction in cooperative groups: The theoretical anatomy of group investigation (pp. 53–73). Cambridge: Cambridge University Press.

Sharan, Y. (2010). Group investigation: Combining cooperative learning and constructivist principles. In R. M. Gillies, A. F. Ashman, & J. Terwel (Eds.), The SAGE handbook of cooperative learning (pp. 351–364). Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.

United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development (A/RES/70/1). Retrieved from https://sustainabledevelopment.un.org/post2015/transformingourworld/ publication

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-05

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย