การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์

ผู้แต่ง

  • ชาญวิทย์ อนุรักษ์พงพี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • อรรถพงษ์ ผิวเหลือง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
  • อรยา แก้วปั๋น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา

คำสำคัญ:

ภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย, ซิปปาโมเดล

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะคำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์ ตามเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์ ก่อนและหลังเรียน 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ รูปแบบการวิจัยกึ่งทดลอง ด้วยวิธีการใช้กลุ่มทดลองกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์ จำนวน 30 คน ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละ และ t-test

ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการหาประสิทธิภาพแบบฝึกทักษะคำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพ 77.89/86.00 สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทย เรื่อง คำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทย โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดล ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดบ้านขุนเตรียมพุทธศาสตร์ ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบซิปปาโมเดลอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2560). การจัดการเรียนรู้แบบการใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem Based Learning): รายวิชาการออกแบบและพัฒนาหลักสูตรสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 11(2), 179–192.

กรมวิชาการ. (2545). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2564, จาก https://shorturl.asia/3sE5P

ฐิติมา จันทะคีรี. (2563). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในเขตภาคเหนือ เรื่องคำยืมภาษาบาลีและภาษาสันสกฤตในภาษาไทยโดยใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและทฤษฎีการเรียนรู้ของกาเย่. วารสารศิลปศาสตร์ปริทัศน์, 15(2), 1–20.

ธรรมกีรติ บวบมี. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยเรื่องการสร้างคำในภาษาไทยโดยใช้การจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอนแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับเทคนิคเกมมิฟิเคชัน (Gamification) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. ใน การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ประวิทย์ ธงชัย. (2566). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษรายวิชา VLE310 โดยใช้วิธีการสอนแบบโมเดลซิปปา (CIPPA Model) สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 7(6), 201–202.

พระนิวัฒน์ มหาโชติวฑฺฒโน, พระมหาไพจิตร อุตฺตมธมฺโม, พิกุล ทองภู, อัษฎาวุธ ไชยอุดม, และ พรภวิษย์ นันทชัชวาลย์กุล. (2565). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ด้วยแบบฝึกทักษะร่วมกับเทคนิค TGT เรื่องคำยืมภาษาบาลี-สันสกฤตในภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 12(2), 1–17.

มานิตย์ ลังก้า. (2564). การจัดการเรียนรู้ด้วยซิปปาโมเดลในรายวิชางานบริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับนักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 สาขาไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตรดิตถ์. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.

ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: นานมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์.

เสาวลักษณ์ ทักษิณากุล. (2559). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคำภาษาบาลีและสันสกฤตในภาษาไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อประสม. วารสารบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 11(1), 1–20.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-02-05

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย