การบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนต้น กลุ่มเครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาแม่ริม 2
คำสำคัญ:
การบริหารแบบมีส่วนร่วม, การพัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน, ชั้นประถมศึกษาตอนต้นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น โดยใช้การวิจัยและพัฒนา (R&D) เป็นกรอบแนวทางการดำเนินการ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครองจากโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 รวมทั้งสิ้น 120 คน ผู้เชี่ยวชาญ 9 คน และกลุ่มทดลอง 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในการส่งเสริมการอ่านที่พัฒนาขึ้น มีองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ การวางแผนร่วม การดำเนินงานร่วม การติดตามประเมินผลร่วม และการสะท้อนผลร่วม ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิว่ามีความเหมาะสมและใช้ได้จริงในบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก ผลการทดลองพบว่า รูปแบบดังกล่าวช่วยยกระดับทักษะการอ่านของนักเรียนได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือและความตระหนักรู้ในบทบาทของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
เอกสารอ้างอิง
โกศล เย็นสุขใจชน. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10. ในรายงานวิจัย.มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ดวงใจ ชนะสิทธิ์. (2560). การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 9. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 9(1), 25-32.
ดวงใจ บุญยะภาส และคณะ. (2559). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบประสานสัมพันธ์ครอบครัวและโรงเรียน เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านสำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3. วารสารครุศาสตร์, 44(2), 30-42.
ประสิทธิ์ อังกินันทน์. (2559). การมีส่วนร่วมในการบริหารงานวิชาการของสถาบันการอาชีวศึกษา. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(2), 74-88.
กลุ่มงานวัดและประเมินผลการศึกษา.(2567). รายงานการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่1 ปีการศึกษา 2566. กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2.
ศิริวรรณ ขวัญมุข และอนุชา กอนพ่วง. (2561). รูปแบบภาคีเครือข่ายความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะการอ่านของนักเรียนระดับประถมศึกษาในจังหวัดสุโขทัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 21(1), 13-27
สหัทยา สิทธิวิเศษ และ คณะ. (2560). นักเรียนบนพื้นที่สูงกับการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ : สาเหตุ ปัญหาและแนวทางแก้ไข. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(1), 100-110.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
อรสา ทรงศรี ปราศรัย ประวัติรุ่งเรือง และปกรณ์ ประจัญบาน. (2557). รูปแบบการบริหารกิจการนักเรียนแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา. หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 22(1), 115-128.


