แนวทางพัฒนาการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
คำสำคัญ:
การพัฒนา, สวัสดิการ, สิทธิประโยชน์บุคลากรบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อสวัสดิการที่จัดให้บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ในปัจจุบัน 2) เพื่อหาแนวทางพัฒนาการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ และ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ พื้นที่วิจัย คือมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ กลุ่มตัวอย่างบุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุน จำนวน 200 คน โดยใช้สูตรของ ทาโร ยามาเน่ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผลการวิจัยพบว่า 1.ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อสวัสดิการที่จัดให้บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ในปัจจุบัน โดยรวมอยู่ในระดับ มาก ถึง มากที่สุดระดับคะแนนมากสุดได้แก่สวัสดิการประกันสังคม ได้รับความพึงพอใจสูงสุดในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.64 โดยเฉพาะด้านสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุม มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.91 และระดับคะแนนน้อยสุด คือสวัสดิการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ มีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจน้อยที่สุดในระดับมาก ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.65 2. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 แนวทางพัฒนาการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ความต้องการพัฒนาการจัดสวัสดิการโดยรวมบุคลากรมีความต้องการพัฒนาสวัสดิการอยู่ในระดับ มากที่สุด ในทุกด้าน ค่าเฉลี่ยรวมอยู่ในช่วง 4.83 - 4.92 ความต้องการสูงสุด ได้แก่ ด้านประกันสังคมสุขภาพ การเพิ่มสิทธิประโยชน์/ความครอบคลุมของการเบิกค่ารักษาพยาบาล (รวมทันตกรรม) ได้รับความสำคัญสูงสุด มีค่าเฉลี่ย 4.94 รองลงมาได้แก่ ด้านการจัดสวัสดิการอื่นๆ ได้แก่การจัดเงินช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน (เช่น แต่งงาน คลอดบุตร หรือภัยพิบัติ) มีค่าเฉลี่ย 4.93 รองลงมาได้แก่ ด้านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ การให้ความรู้/คำปรึกษาการวางแผนการเงิน/การลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีค่าเฉลี่ย 4.90 และด้านสวัสดิการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลง และ การปรับปรุงขั้นตอนและระยะเวลาในการให้บริการกู้ยืมของสหกรณ์ ออมทรัพย์ครู ได้รับความสำคัญเท่ากันในระดับสูงสุด มีค่าเฉลี่ย 4.88
เอกสารอ้างอิง
กิตติกานต์ เมืองขวัญใจ. (2559). แนวทางการจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาและสร้างแรงจูงใจในการทำงาน ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนพานพิทยาคม. วิทยานิพนธ์ ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง, เชียงราย.
งานบริหารทรัพยากรบุคคลมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. (2567). รายงานการบริหารทรัพยากรบุคคล ประจำปี 2567. มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ.
เดชวุฒิ พสุธาตระกูล .(2557). ความต้องการพัฒนาตนเองของบุคลากรเรือนจำกลางชลบุรี. งานนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา, ชลบุรี.
ธีระเดช ริ้วมงคล. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ Human Resource Management, พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2560.
นพดล จรัสศรี. (2563). หลักการบริหารงานบุคคลสำหรับนักบริหาร. วารสารสุทธิปริทัศน์, 1(2), 74–80.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ปองหทัย พึ่งนุ่ม, และ นพพร จันทรนาชู. (2560). การประเมินความต้องการจำเป็นในการจัดสวัสดิการของพนักงานในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสำหรับประเทศไทย. วารสารศิลปากรศึกษา, 10(2), 269–292.
พัชรินทร์ สุขจิต. (2565). การบริหารสวัสดิการของบุคลากรในมหาวิทยาลัยของรัฐ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
ภาณุพงศ์ ภิรมย์การ, และ บุษกร สุขแสน. (2564). แนวทางพัฒนาการจัดสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยนครพนม. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 8(1), 16–30.
อนันต์ บุญสนอง. (2555). อิทธิพลขององค์การแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ส่งผล ต่อประสิทธิผลขององค์กร. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก, 30(1), 140 – 160.
มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. (2566). ข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ พ.ศ. 2566.
วชิรวัชร งามละม่อม. (2558). การศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล บรรยากาศองค์การ ความผูกพันต่อองค์กร และความพึงพอใจในงาน ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในการทำงานของพนักงานระดับปฏิบัติการบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
สมาน อัศวภูมิ. (2558). การบริหารสำหรับครู (ฉบับปรับปรุง). อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุบลราชธานี.
สุภาวิดา นากรักษา. (2559). ความพึงพอใจต่อสวัสดิการและการบริหารสวัสดิการที่ส่งผลต่อความเหนื่อยล้า ในการทำงานและความผูกพันในวิชาชีพของพยาบาลวิชาชีพ. รายงานการค้นคว้าอิสระ ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมพร แก้วอ่อน. (2564). ความพึงพอใจต่อสวัสดิการของบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. วารสารครุศาสตร์, 33(2), 112–128.
Armstrong, M., & Taylor, S. (2020). Armstrong’s Handbook of Human Resource Management Practice. London: Kogan Page Publishers.
Berger, C., Blauth, R., Boger, D., Bolster, C., Burchill, G., DuMouchel, W., … Walden, D. (1993). Kano’s methods for understanding customer-defined quality. Center for Quality of Management Journal, 2(4), 3–36.
Herzberg, F. (1959). The motivation to work. New York: John Wiley & Sons.
Kano, N., Seraku, N., Takahashi, F., & Tsuji, S. (1984). Attractive quality and must-be quality. Journal of the Japanese Society for Quality Control, 14(2), 39–48.
Martilla, J. A., & James, J. C. (1977). Importance–Performance Analysis. Journal of Marketing, 41(1), 77–79.
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396.
Witkin, B. R., & Altschuld, J. W. (1995). Planning and conducting needs assessments: A practical guide. Thousand Oaks, CA: Sage Publications.
Wongwanich, S., & Wiratchai, N. (2002). Needs assessment research. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.