ผลของกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจภายในที่มีต่อความมุ่งมั่นในการเรียน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
คำสำคัญ:
กิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจภายใน ความมุ่งมั่นในการเรียน นักเรียนระดับประถมศึกษาบทคัดย่อ
ความมุ่งมั่นในการเรียนเป็นปัจจัยสำคัญต่อกระบวนการเรียนรู้ สะท้อนผ่านการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความพยายาม สามารถส่งเสริมได้โดยให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย กระตุ้นการคิด และสร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้เกิดอิสระในการเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจภายในที่ส่งผลต่อความมุ่งมั่นในการนำไปสู่ความสำเร็จของนักเรียน
การวิจัยครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลของกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจภายในที่มีต่อความมุ่งมั่นในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จำนวน 2 ห้อง กลุ่มตัวอย่างได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) กลุ่มทดลอง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 จำนวน ทั้งสิ้น 25 คน และกลุ่มควบคุม คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/2 จำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจ ซึ่งมีการจัดกิจกรรมรวมทั้งหมด 12 ครั้ง และแบบสอบถามความมุ่งมั่นในการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการทดสอบที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการทดลอง นักเรียนกลุ่มทดลองมีความมุ่งมั่นในการเรียนสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 2) หลังการทดลอง นักเรียนกลุ่มทดลองมีความมุ่งมั่นในการเรียนสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
กฤติมา ศรีสว่าง และประยุทธ ไทยธานี. (2567). ผลของกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจภายในที่มีต่อจิตสาธารณะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ 4 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).
พัชรา กูบโคกกรวด และประยุทธ ไทยธานี. (2564). ผลของกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจภายในที่มีต่อการตั้งเป้าหมาย ในการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).
ศศิธร รณะบุตร. (2558). การศึกษาและพัฒนาความมุ่งมั่นในการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาการศึกษาปฐมวัย (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
เศรษฐวัสภุ์ พรมสิทธิ์. (2564). การพัฒนาความมุ่งมั่นในการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชาการท่องเที่ยวและการโรงแรม ชั้นปีที่ 1 คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).
สมบัติ ท้ายเรือคำ. (2555). การพัฒนาแบบสอบถามและแบบวัดทางจิตวิทยา. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานการศึกษาไทยประจำปี 2565: การพัฒนาทักษะและแรงจูงใจ ของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุภัทตรา แซมตะคุ และประยุทธ ไทยธานี. (2566). ผลของโปรแกรมการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อความมุ่งมั่นในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์, 10(2), 113-128.
สุรวิทย์ อัสสพันธ์. (2556). ผลของโครงสร้างเป้าหมาย ความเชื่อเกี่ยวกับความฉลาดและความมั่นใจในความฉลาด ของตนเองที่มีต่อเป้าหมายเชิงสัมฤทธิ์และความมุ่งมั่นในการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมของนิสิตนักศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขาครุศาสตร์ศึกษาศาสตร์ (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ)
Aryani, S., Zarkasih, R., Radeswandri, & Vebrianto, R. (2022). The effect of using integrated learning model on science learning in junior high school: Systematic literature review. Jurnal Pijar MIPA, 17(3), 319-324.
Deci, E. L. & Ryan, R. M. (2000). Self-determination theory and the facilitation of intrinsic motivation, social development, and well-being. American Psychologist, 55(1), 68-78.
Erikson, E. H. (1963). Childhood and society (2nd ed.). New York: W. W. Norton & Company.
Piaget, J. (1952). The origins of intelligence in children (M. Cook, Trans.). New York: International Universities Press.
Skinner, B. F. (1953). Science and human behavior. New York, NY: Macmillan.
Weiss, N. A. (2019). Introductory statistics (10th ed). New York: Pearson.