ผลของโปรแกรมการฝึกอบรมที่มีต่อการสื่อสารระหว่างบุคคลของพนักงาน

ผู้แต่ง

  • ณัฐพันธุ์ อุดมสิทธิพัฒนา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
  • ประยุทธ ไทยธานี คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

คำสำคัญ:

โปรแกรมการฝึกอบรม การสื่อสารระหว่างบุคคล พนักงานโรงงานอุตสาหกรรม การพัฒนาทักษะการสื่อสาร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการสื่อสารระหว่างบุคคลของกลุ่มทดลอง ก่อนและหลังการทดลอง และเปรียบเทียบการสื่อสารระหว่างบุคคลหลังการทดลอง ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่างการวิจัย ได้แก่ พนักงานโรงงานแห่งหนึ่ง ในอำเภอโชคชัย จังหวัดนครราชสีมา มีอายุระหว่าง 22-60 ปี ที่ทำงานในปีพุทธศักราช 2568 จำนวน 20 คน โดยได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 10 คน จากฝ่ายผลิตทีม A และกลุ่มควบคุม 10 คน จากฝ่ายซัพพอร์ต เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมการฝึกอบรมที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จำนวน 4 ครั้ง และแบบประเมินการสื่อสารระหว่างบุคคลซึ่งสร้างขึ้นตามกรอบแนวคิดของ DeVito (2003) ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ การเปิดเผยตนเอง
การเข้าใจความคิดและความรู้สึกของผู้อื่นรับรู้ การสนับสนุนเกื้อกูลต่อคู่สนทนา การติดต่อสื่อสารในทางบวก และความเสมอภาคในการสื่อสาร โดยแบบประเมินมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .92 การเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการโดยการทดสอบก่อนและหลังการฝึกอบรม (Pre-test และ Post-test) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ t-test
แบบ Dependent sample และ Independent sample ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการฝึกอบรม กลุ่มทดลองมีคะแนนการสื่อสารระหว่างบุคคลสูงกว่าก่อนการทดลอง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 2) หลังการฝึกอบรม กลุ่มทดลองมีคะแนนการสื่อสารระหว่างบุคคลสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

เอกสารอ้างอิง

จันทิรา มังกรศักดิ์สิทธิ์. (2556). ความคิดเห็นของพนักงานต่อการสื่อสารภายในองค์การโรงพยาบาลนนทเวช.

(ทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์).

ฉัฐวีณ์ สิทธิ์ศิรอรรถ. (2555). การฝึกอบรม. กรุงเทพฯ: ที-บุ๊คส์.

ทิศนา แขมมณี. (2545). กลุ่มสัมพันธ์เพื่อการทำงานและการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ: นิชินแอดเวอร์ไท

ซิ่งกรุ๊ฟ.

เนตรรุ้ง อยู่เจริญ. (2561). การพัฒนาสมรรถนะการทำวิจัยสถาบันโดยใช้รูปแบบการฝึกอบรมผสานกับการชี้แนะ

ทางปัญญาสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ในเขตกรุงเทพมหานคร.

(ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).

ระวิรัฐ รุ่งโรจน์. (2559). การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารระหว่างบุคคล โดยใช้โปรแกรมฝึกอบรมเชิงจิตวิทยา

(ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ).

สมคิด บางโม. (2551). เทคนิคการฝึกอบรมและการประชุม. ฉบับพิมพ์ที่ 4. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์.

อาชัญญา รัตนอุบล. (2540). การสอนแบบเน้นวิจัยโดยใช้สัญญาแห่งการเรียนรู้ในการเรียนการสอนที่มีวิจัยเป็นฐาน.

(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Berlo, D. K. (1960). The Process of Communication; an Introduction to Thand Practice. San

Francisco: Rinehart Press.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Hillsdale, NJ:

Lawrence Erlbaum Associates.

Decenzo, D. A., and Robbin, S. P., (2009). Fundamentals of Human Resource Management

(10th ed.). United States of America: John Wiley & Sons.

Devito, J.A. (2003). Human communication: The basic course (9th ed.). Boston:Pearson Education.

Hargie, O. (2011). Interpersonal Skills: Research, Theory, and Practice. Routledge.

Noe, R. A. (2020). Employee training and development (8th ed.). McGraw-Hill Education.

Shannon, C. E., & Weaver, W. (1949). The Mathematical Theory of Communication. University

of Illinois Press.

Spitzberg And Cupach. (1984). Interpersonal communication competence (Vol. 4): SAGE Publications, Incorporated.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-19