บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เขตองค์การบริหารส่วนตำบลโตนด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา

ผู้แต่ง

  • ภูวภัทร เข็มบริบูรณ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ศศิธร ศูนย์กลาง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ชัชใช สมรภูมิ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

คำสำคัญ:

บทบาทนักการเมือง, การมีส่วนร่วมทางการเมือง, ท้องถิ่น, กลุ่มผลประโยชน์, องค์การบริหารส่วนตำบลโตนด

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชน 2) เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่น  กับการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 4) เสนอแนวทางส่งเสริมบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลโตนด อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีที่มาจากช่องว่างขององค์ความรู้ที่พบว่า งานวิจัยที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นแยกจากกันเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่การศึกษาเชิงบูรณาการซึ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในบริบทขององค์การบริหารส่วนตำบลยังมีจำกัด จึงจำเป็นต้องศึกษาปัจจัยดังกล่าวเพื่อสร้างข้อเสนอเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) โดยการวิจัยเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 375 คน จากประชากร 6,214 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามสูตรของ      ทาโร ยามาเน่ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.869 ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ         เชิงอนุมาน ได้แก่ Independent Samples t-test, One-way ANOVA, Pearson's Product Moment Correlation Coefficient และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี LSD

ผลการวิจัยพบว่า 1) บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นและการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (   = 4.55 และ 4.54 ตามลำดับ) โดยด้านการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมและด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด 2) ประชาชนที่มีอายุ ระดับการศึกษา และอาชีพแตกต่างกัน มีระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ขณะที่เพศไม่แตกต่างกัน และ 3) บทบาทของนักการเมืองท้องถิ่นมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับสูงมาก       (r = .896, p < .001) สะท้อนว่าการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม การสื่อสารที่โปร่งใส และการจัดกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการบริหารท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาระบบสื่อสารที่โปร่งใสและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของการบริหารงานท้องถิ่น

องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัย คือ การยืนยันเชิงประจักษ์ว่าบทบาทของนักการเมืองท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม การสื่อสารที่โปร่งใส และการบริหารจัดการกระบวนการมีส่วนร่วม เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้งยังนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการออกแบบกลไกการมีส่วนร่วมที่สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ อันเป็นแนวทางที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการบริหารท้องถิ่นและเสริมสร้างประชาธิปไตยฐานรากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กุลประภัสสร์ รำพึงจิตต์. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครปฐม. วารสารการเมืองการปกครอง, 12(2).

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

จุติพร มาเพิ่มผล. (2566). ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา.

พลเข้ม, ศ., พวงทอง, พ., & บุญอ่อน, จ. (2564). ประชาชนกับการมีส่วนร่วมต่อการเมืองการปกครองในท้องถิ่น. วารสารวิจยวิชาการ, 4(2), 269–282. https://doi.org/10.14456/jra.2021.49

สุวรรณภักดี, ป., ประทิเสธสิงห์, ธ., & เชื้อสระคู, ช. (2564). การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน: กรณีศึกษาเทศบาลตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. Local Administration Journal, 14(4), 381–396.

วรรณา วภักดิ์เพชร. (2562). อิทธิพลของการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีต่อประสิทธิผลการดำเนินงานตามภารกิจถ่ายโอนของเทศบาลตำบลนาใน อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

วัชรมน จันรอง. (2563). การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลนครนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี. วารสารเกษมบัณฑิต, 21(2).

วุฒิสาร ตันไชย. (2552). การปกครองส่วนท้องถิ่น. สถาบันพระปกเกล้า.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225

Cohen, J. M., & Uphoff, N. T. (1980). Participation's place in rural development: Seeking clarity through specificity. World Bank.

Holum, M. (2023). Citizen participation: Linking government efforts, actual participation, and trust in local politicians. International Journal of Public Administration, 46(13), 915–925. https://doi.org/10.1080/01900692.2022.2048667

Organisation for Economic Co-operation and Development. (2022). OECD guidelines for citizen participation processes. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/f765caf6-en

Jäntti, A., & Airaksinen, J. (2024). Citizen participation as an organisational challenge in local government. International Journal of Public Sector Management, 37(1), 124–140.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-10-19

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย