การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้และความสามารถในการทำงานเป็นทีม ของนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD
คำสำคัญ:
สมรรถนะการจัดการเรียนรู้, การทำงานเป็นทีม, การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STADบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาหลักสูตร ครุศาสตรบัณฑิต วิชาเอกการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 โดยใช้การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD และ 2) ศึกษาการทำงานเป็นทีมของนักศึกษา วิชาเอกการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 หลังการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD เป็นกรอบการวิจัย กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาวิชาชีพครู สาขาการประถมศึกษา ชั้นปีที่ 2 หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 55 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือ คือ แบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ แบบสอบถามความพึงพอใจ และแบบประเมินการทำงานเป็นทีม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า
- ผลการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้
1.1 นักศึกษามีคะแนนทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ ก่อนการพัฒนามีคะแนนก่อนการพัฒนา เท่ากับ 14.25 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.84 คิดเป็นร้อยละ 47.50 และคะแนนเฉลี่ยหลังการพัฒนา เท่ากับ 24.85 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.16 คิดเป็นร้อยละ 82.83 โดยมีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.6715 แสดงว่านักศึกษามีความรู้เพิ่มขึ้นหลังได้รับการพัฒนาคิดเป็นร้อยละ 67.15
1.2 นักศึกษามีทักษะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ= 4.58, σ=0.38)
1.3 นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (µ=4.63, σ=0.36)
- 2. นักศึกษามีการทำงานเป็นทีมหลังการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค STAD อยู่ในระดับมากที่สุด (µ=3.80, σ=0.16)
เอกสารอ้างอิง
เชิดศักดิ์ โฆวาสินธุ์. (2549). การวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพ ฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮาส์.
ณรงค์วิทย์ แสนทอง. (2547). มารู้จัก COMPETENCY กันเถอะ. กรุงเทพฯ : เอชอาร์เซ็นเตอร์.
ทิศนา แขมมณี. (2545). กลุ่มสัมพันธ์เพื่อการทำงานเป็นทีมและการจัดการเรียนการสอน. กรุงเทพฯ:
นิชินแอดเวอร์ไทซิ่ง กรู๊ฟ.
__________. (2562). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.
(พิมพ์ครั้งที่ 23). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นพเก้า และคณะ. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการทำงานเป็นกลุ่มรายวิชา คณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนและร้อยละ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบแบ่งผลสัมฤทธิ์ (STAD)
ร่วมกับเทคนิค KWDL สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารราชนครินทร์, 20(1), 54-64.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ:
พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2553). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพ: โรงพิมพ์ชุมนุม
สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
สุวิทย มูลคํา และอรทัย มูลคํา. (2545). 19 วิธีการจัดการเรียนรู้: เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
อับดุลยามีน หะยีขาเดร์. (2560). ผลของการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางสะเต็มศึกษาที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการ เรียนชีววิทยา ความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์และความพึงพอใจต่อการจัดการ เรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
Byars, Lloyd., and Rue, Leslie W. (1994). Human Resource Development. 4thed.New York:
Von Hoffmann Press.
Dickinson, T. L., & McIntyre, R. M. (1997). A conceptual framework for teamwork
measurement.
Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (2009). Social interdependence theory and cooperative learning. Educational Researcher, 38(5), 365–379.
McClelland, D. (1973). Testing for Competency Rather than for Intelligence American Psychologist. p.57-83. New York : Association Press.
Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning: Theory, research, and practice. (2nd ed.). Allyn
& Bacon.
Spencer, L.M. and S.M. Spencer. (1993). Competencies at Work: Model for superiors Performance. Wiley New York.