การพัฒนาชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้แอนิเมชันเป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและเพิ่มสมาธิในกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น

ผู้แต่ง

  • กัญญ์ณณัฏฐ์ จอมใจป้อ มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง

คำสำคัญ:

เด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น, ชุดกิจกรรมบำบัด, แอนิเมชัน, สมาธิและการจดจ่อ, การเคลื่อนไหว

บทคัดย่อ

       งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาผลของการพัฒนาชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้เอนิเมชันเป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและเพิ่มสมาธิในกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD) อายุโดยเฉลี่ย 9 ปี     2) เพื่อประเมินและเปรียบเทียบระดับสมาธิของเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น จากแบบทดสอบก่อนและหลังการเข้าร่วมชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้เอนิเมชันเป็นสื่อกลาง 3) เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองและเพิ่มระดับสมาธิในเด็กสมาธิสั้นทันทีหลังจากการทำชุดกิจกรรม สิ่งที่ใช้ในการเก็บข้อมูลได้แก่ ข้อมูลด้านการขาดสมาธิ ข้อมูลด้านอาการซนไม่อยู่นิ่ง และข้อมูลการประเมินด้านอาการดื้อและต่อต้าน ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย(x) และค่าเบี่ยงเบนมาตราฐาน(S.D.)

           ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้เอนิเมชันเป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและเพิ่มสมาธิในกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHDมีประสิทธิภาพ (E1/E2) ในกลุ่มทดลองขนาดเล็ก เท่ากับ 82.25/80.00 กลุ่มขนาดกลาง เท่ากับ 87.07/81.13 และกลุ่มขนาดใหญ่ เท่ากับ 86.38/83.33 ซึ่งทุกกลุ่มมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 ที่กำหนดไว้ 2) หลังจากการทำหลังจากการทำชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้เอนิเมชันเป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและเพิ่มสมาธิในกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น (ADHD สามารถช่วยลดอาการขาดสมาธิ ลดพฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่น และลดอาการดื้อต่อต้าน ทำให้เด็กสมาธิสั้นสามารถเพิ่มระยะเวลาการจดจ่อและคงสมาธิในการปฏิบัติกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่อง จากผลการวิจัยนี้สามารถสรุปได้ว่า ชุดกิจกรรมบำบัดผ่านการใช้แอนิเมชันสามารถพัฒนาสมาธิและการจดจ่อของเด็กสมาธิสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถส่งผลดีต่อการเรียนรู้ในวัยเด็ก

เอกสารอ้างอิง

กัญชมน สีหะปัญญา. (2567). การประเมินพฤติกรรมและแนวทางการปรับพฤติกรรมเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้นในสถานศึกษา. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข.

จุรีพร ทองแก้ว. (2550). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อปรับพฤติกรรมและส่งเสริมสมรรถภาพทางกายของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. วารสารศึกษาศาสตร์, 8(2), 64–77.

ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์, 5(1), 7–20.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เปรมนีย์ เป็งทา. (2565). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 14(2), 45–58.

พรนภา อัครสถาพร. (2566). การใช้สื่อมัลติมีเดียและกิจกรรมทางกายที่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนเพื่อส่งเสริมสมรรถภาพและการรับรู้ของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้, 12(3), 78–91.

พัชรินทร์ รอดผล. (2564). การศึกษาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเรียนรู้ระดับประถมศึกษาโดยใช้กลยุทธ์การเรียงลำดับเนื้อหาจากง่ายไปยาก. วารสารวิชาการศึกษา, 15(2), 201–215.

Chan, Y. S., Zhou, Y., & Zhang, L. (2021). Physical activity and prefrontal cortex activation: Implications for executive function and behavioral control in children with ADHD. Journal of Neurodevelopmental Disorders, 13(2), 145–159.

Li, D., Wang, X., & Liu, H. (2023). Optimizing the frequency of physical activity interventions for children with ADHD: A meta-analysis of randomized controlled trials. International Journal of Behavioral Nutrition and Physical Activity, 20(1), 88–102.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-30

รูปแบบการอ้างอิง

จอมใจป้อ ก. (2026). การพัฒนาชุดกิจกรรมบำบัดโดยใช้แอนิเมชันเป็นสื่อกลางเพื่อส่งเสริมการเคลื่อนไหวและเพิ่มสมาธิในกลุ่มเด็กที่มีภาวะสมาธิสั้น . วารสารอาร์แสง, 2(2), 219–230. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/4335

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย