วารสารอาร์แสง https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT <p><strong> นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong> วารสาร อาร์แสง มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ พระพุทธศาสนา ปรัชญา มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย</p> <p><strong> กระบวนการพิจารณาบทความ :</strong> บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double- blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ :</strong><strong> </strong>บทความวิจัย, บทความวิชาการ, และหรือบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong><strong>: </strong>ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กำหนดออก :</strong><strong> </strong>วารสารตีพิมพ์ 4 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน</p> <p>ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ :</strong> ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพร่ :</strong><strong> </strong></p> <ol> <li>สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. 098 5865276</li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1HoE7hogUq3HHRJyUJ52vaQDFyOy2FnCw/edit?usp=sharing&amp;ouid=104950874671551979271&amp;rtpof=true&amp;sd=true">Clik คำแนะนำสำหรับผู้เขียน</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1meqnxgrcoYD8IhJersYwUCTrU7Va5ZtL/edit?usp=sharing&amp;ouid=104950874671551979271&amp;rtpof=true&amp;sd=true">Clik เทมเพลตบทความวิจัย</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1if8k0gAUGu9XD0DInblE56iW8tsjXTOZ/edit?usp=drive_link&amp;ouid=104950874671551979271&amp;rtpof=true&amp;sd=true">Clik เทมเพลตบทความวิชาการ</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1LWFcNmxstk6Ngh34w9f3tLwciaiWMjdo/edit?usp=sharing&amp;ouid=104950874671551979271&amp;rtpof=true&amp;sd=true">Clik เทมเพลตบทวิจารณ์หนังสือ</a></li> <li><a href="https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT">Clik ลงทะเบียนวารสาร และส่งบทความในวารสาร</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/15PTfIWKu6fTnH0nPrHkKcOE6Z-nqSNJI/edit?usp=sharing&amp;ouid=104950874671551979271&amp;rtpof=true&amp;sd=true">Clik แบบขอส่งบทความตีพิมพ์</a></li> <li><a href="https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT">Clik ลงทะเบียนส่งบทความ</a></li> </ol> th-TH ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## a.sunlight.journal@gmail.com (Dr.Artit Saengchawek) a.sunlight.journal@gmail.com (Dr.Artit Saengchawek) Thu, 02 Apr 2026 17:14:06 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ทิศทางนโยบายการพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย : วิเคราะห์ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/4039 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทความวิชาการเรื่อง “ทิศทางนโยบายการพัฒนาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย:วิเคราะห์ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13” มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวทางและทิศทางนโยบายการพัฒนาของประเทศไทยในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ภายใต้กรอบของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นแผนพัฒนาระดับชาติที่กำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศในช่วงปี พ.ศ. 2566–2570 โดยใช้วิธีการศึกษาเชิงเอกสาร (Documentary Research) จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เอกสารนโยบายของภาครัฐ รายงานทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวคิด เป้าหมาย และกลไกเชิงนโยบายที่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่มุ่งเน้นความสมดุล ความยั่งยืน และการกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และเชิงพื้นที่ ผ่านการพัฒนาทุนมนุษย์ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และการยกระดับระบบสวัสดิการสังคมให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของพื้นที่และการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลดช่องว่างระหว่างเมืองและชนบท</p> <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การดำเนินนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำยังคงเผชิญกับข้อจำกัดหลายประการ เช่น โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความไม่สมดุล การกระจุกตัวของทรัพยากรและอำนาจการตัดสินใจเชิงนโยบาย รวมถึงข้อจำกัดด้านกลไกการบริหารจัดการของรัฐ ดังนั้น การลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืนจึงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ตลอดจนการกำหนดนโยบายสาธารณะที่คำนึงถึงความเป็นธรรมทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ผลการศึกษานี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำความเข้าใจทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย และเป็นข้อมูลประกอบการกำหนดนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคและการพัฒนาที่ครอบคลุมในสังคมไทยต่อไป</p> ปัทมพร บรรพลา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/4039 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700 การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/4042 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กถือเป็นภารกิจสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากเป็นรากฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตั้งแต่วัยเริ่มต้น การมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญ รูปแบบ กระบวนการ และแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดทำแผนพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โดยใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเป็นกรอบในการวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนช่วยให้แผนพัฒนามีความเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัวอย่างยั่งยืน&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ผลการศึกษายังพบว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อการมีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ การสื่อสารระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชน ความเข้มแข็งของผู้นำชุมชน ความสัมพันธ์ระหว่างครูผู้ดูแลเด็กกับผู้ปกครอง ระดับการศึกษาและความตระหนักของประชาชนเกี่ยวกับความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัย รวมถึงการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากชุมชนมีการสื่อสารที่ดี มีการจัดเวทีประชาคมอย่างสม่ำเสมอ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีบทบาทในการตัดสินใจ จะช่วยให้ระดับการมีส่วนร่วมของชุมชนเพิ่มขึ้นและส่งผลดีต่อการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในระยะยาวในส่วนของแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน พบว่าควรมีการพัฒนากลไกการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ เช่น การจัดเวทีประชุมชุมชนเพื่อรับฟังความคิดเห็น การส่งเสริมบทบาทของคณะกรรมการศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและชุมชน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของศูนย์เด็กเล็กให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ควรมีการส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำแผนพัฒนาและสามารถมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนและการพัฒนาไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างยั่งยืน</p> กานต์พิชชา พันธะบัวศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/4042 Thu, 30 Apr 2026 00:00:00 +0700