https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/issue/feed
วารสารอาร์แสง
2025-12-28T17:40:19+07:00
Dr.Artit Saengchawek
a.sunlight.journal@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong> นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ :</strong> วารสาร อาร์แสง มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความด้านสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ พระพุทธศาสนา ปรัชญา มนุษยศาสตร์ ศิลปศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และสหวิทยาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย</p> <p><strong> กระบวนการพิจารณาบทความ :</strong> บทความทุกบทความจะต้องผ่านการพิจารณา โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เชี่ยวชาญอย่างน้อย 2 ท่าน แบบผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งไม่ทราบชื่อกันและกัน (double- blind review)</p> <p><strong>ประเภทของบทความ :</strong><strong> </strong>บทความวิจัย, บทความวิชาการ, และหรือบทวิจารณ์หนังสือ</p> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์</strong><strong>: </strong>ภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กำหนดออก :</strong><strong> </strong>วารสารตีพิมพ์ 4 ฉบับต่อปี ดังนี้</p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม</p> <p>ฉบับที่ 2 เมษายน – มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน</p> <p>ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ :</strong> ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ</p> <p><strong>การติดต่อประสานงานและส่งบทความเผยแพร่ :</strong><strong> </strong></p> <ol> <li>สอบถามรายละเอียดเบื้องต้น เช่น รอบการเผยแพร่ หนังสือตอบรับการตีพิมพ์ เป็นต้น โทร. 098 5865276</li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1HoE7hogUq3HHRJyUJ52vaQDFyOy2FnCw/edit?usp=sharing&ouid=104950874671551979271&rtpof=true&sd=true">Clik คำแนะนำสำหรับผู้เขียน</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1meqnxgrcoYD8IhJersYwUCTrU7Va5ZtL/edit?usp=sharing&ouid=104950874671551979271&rtpof=true&sd=true">Clik เทมเพลตบทความวิจัย</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1if8k0gAUGu9XD0DInblE56iW8tsjXTOZ/edit?usp=drive_link&ouid=104950874671551979271&rtpof=true&sd=true">Clik เทมเพลตบทความวิชาการ</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/1LWFcNmxstk6Ngh34w9f3tLwciaiWMjdo/edit?usp=sharing&ouid=104950874671551979271&rtpof=true&sd=true">Clik เทมเพลตบทวิจารณ์หนังสือ</a></li> <li><a href="https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT">Clik ลงทะเบียนวารสาร และส่งบทความในวารสาร</a></li> <li><a href="https://docs.google.com/document/d/15PTfIWKu6fTnH0nPrHkKcOE6Z-nqSNJI/edit?usp=sharing&ouid=104950874671551979271&rtpof=true&sd=true">Clik แบบขอส่งบทความตีพิมพ์</a></li> <li><a href="https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT">Clik ลงทะเบียนส่งบทความ</a></li> </ol>
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/3244
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนระดับท้องถิ่นกับการพัฒนาธรรมาภิบาล
2025-12-28T16:57:53+07:00
พร้อมพล สัมพันธโน
promphols@gmail.com
ศยามล อินทิยศ
Poyesean@hotmail.com
<p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนระดับท้องถิ่นกับการพัฒนาธรรมาภิบาล โดยใช้การศึกษาจากเอกสาร แนวคิด และทฤษฎีทางรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์เป็นกรอบในการวิเคราะห์ เนื้อหามุ่งอธิบายความหมาย รูปแบบ และระดับของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในบริบทการปกครองท้องถิ่น รวมถึงบทบาทของการมีส่วนร่วมดังกล่าวต่อการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ได้แก่ หลักความโปร่งใส หลักความรับผิดชอบ หลักนิติธรรม หลักการมีส่วนร่วม และการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจรัฐ</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนระดับท้องถิ่นเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการพัฒนาธรรมาภิบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน การลดปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบ และการเสริมสร้างความชอบธรรมให้กับการดำเนินนโยบายสาธารณะ นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องยังช่วยพัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองแบบประชาธิปไตยและความเข้มแข็งของภาคประชาสังคมในระดับพื้นที่ บทความนี้จึงเสนอว่า ภาครัฐควรส่งเสริมกลไกการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลและการพัฒนาประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น</p>
2025-12-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/3245
การบูรณาการพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนามนุษย์และสังคมอย่างยั่งยืน
2025-12-28T17:09:00+07:00
พลภัทร อภัยโส
pollaphat.ap@mbu.ac.th
อุดมชัย ปานาพุต
peperhati@gmail.com
<p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิดการบูรณาการพุทธศาสนาในการพัฒนามนุษย์และสังคมอย่างยั่งยืน โดยมุ่งวิเคราะห์หลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาและการประยุกต์ใช้ในบริบทของสังคมร่วมสมัย การศึกษาใช้วิธีการเชิงเอกสาร (Documentary Research) จากคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา งานวิชาการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า พระพุทธศาสนาเป็นระบบความคิดที่มุ่งพัฒนามนุษย์อย่างเป็นองค์รวม ครอบคลุมมิติด้านกาย จิตใจ สังคม และปัญญา โดยมีหลักไตรสิกขา อริยสัจ 4 พรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืนสามารถส่งเสริมให้มนุษย์มีจิตสำนึกทางคุณธรรม มีความรับผิดชอบต่อสังคม และสามารถดำรงชีวิตอย่างสมดุลท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ การนำหลักพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษา การบริหารองค์กร การพัฒนาชุมชน และการกำหนดนโยบายสาธารณะ ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว บทความนี้จึงเสนอว่าการบูรณาการพุทธศาสนาไม่เพียงเป็นแนวคิดเชิงจริยธรรมเท่านั้น หากแต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในการพัฒนามนุษย์และสังคมในศตวรรษที่ 21</p>
2025-12-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/3246
การศึกษาเปรียบเทียบระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับ ระบอบสังคมนิยม
2025-12-28T17:18:03+07:00
จิรวัฒน์ วัฒนถนอม
mtinsloei@gmail.com
พระครูวิรุฬห์ปัญญาสาร
panyawaro.1979@gmail.com
ชยพล คำสุวรรณ
chayaphol.kam@student.mbu.ac.th
<p> บทความวิชาการเรื่องนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระบบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยกับระบอบสังคมนิยม โดยการศึกษาค้นคว้าเนื้อหาจากหนังสือ ตำรา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ได้นำมาประกอบในการเขียนบทความเรื่องนี้ ผลการศึกษาพบว่า ระบอบประชาธิปไตยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิเสรีภาพเป็นหลัก ขณะที่ระบบสังคมนิยมเน้นความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและสังคม การศึกษานี้สร้างองค์ความรู้เชิงเปรียบเทียบที่สามารถใช้เป็นแนวทาง สำหรับการพัฒนาระบบการเมืองการปกครองที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ บทความวิชาการเรื่องนี้มีประโยชน์ที่จะได้รับในการทำความเข้าใจลักษณะและหลักการสำคัญของระบบการเมืองทั้งสองแบบได้เป็นอย่างดี และเป็นแนวทางในการวิเคราะห์ ตลอดจนประเมินจุดแข็งจุดอ่อนของแต่ละระบอบ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการปกครองที่เหมาะสม และเป็นฐานความรู้สำหรับนักวิชาการ นักการเมือง และประชาชนทั่วไปในการศึกษาและพัฒนาระบบการเมืองการปกครองอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2025-12-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/3247
บทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมประชาธิปไตยฐานราก
2025-12-28T17:30:47+07:00
ศยามล อินทิยศ
Poyesean@hotmail.com
พร้อมพล สัมพันธโน
promphols@gmail.com
<p> บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมประชาธิปไตยฐานราก อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทย โดยใช้การศึกษาจากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์บทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตย การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และการสร้างธรรมาภิบาลในระดับพื้นที่</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจสาธารณะ ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิทธิ หน้าที่ และความเป็นพลเมือง ตลอดจนเป็นกลไกในการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังประสบกับข้อจำกัดด้านโครงสร้างการบริหาร งบประมาณ บุคลากร และวัฒนธรรมทางการเมืองบางประการ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการพัฒนาประชาธิปไตยฐานราก บทความเสนอแนวทางในการเสริมสร้างบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ การกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรม การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง และการสร้างระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ ทั้งนี้ หากสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาธิปไตยฐานราก และนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>
2025-12-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/RLHT/article/view/3248
ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
2025-12-28T17:40:19+07:00
จารุวรรณ บวชไธสง
jaruwan.thaisong@gmail.com
<p> การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดจังหวัดร้อยเอ็ด และ 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษา ขนาดของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู สังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 50 คน โดยการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่น 0.99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ t-test และ F-test</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงเทคโนโลยีของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ผลการเปรียบเทียบ เมื่อจำแนกตามตำแหน่งในภาพรวม และจำแนกตามขนาดของสถานศึกษาในภาพรวม พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>
2025-12-28T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025