การออกแบบชีวิต (Life Design) ในศตวรรษที่ 21: แนวคิด กรอบทฤษฎี และผลลัพธ์ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
Life Design in the 21st Century: Concepts, Theoretical Frameworks and Implications for Human Well-Being
คำสำคัญ:
การออกแบบชีวิต, ความเป็นอยู่ที่ดี, ทักษะชีวิตในศตวรรษที่ 21, การพัฒนาตนเอง, จิตวิทยาเชิงบวกบทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดและกรอบทฤษฎีของการออกแบบชีวิต (Life Design) ในบริบทศตวรรษที่ 21 2) เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการออกแบบชีวิตของประชากรวัยทำงาน และ 3) เพื่อเสนอรูปแบบการพัฒนาศักยภาพการออกแบบชีวิตที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed Methods Research) ใช้แนวคิดการออกแบบชีวิตของ Burnett และ Evans (2016) ร่วมกับทฤษฎีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง (Self-Efficacy Theory) ของ Bandura (1997) เป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยครอบคลุม 5 จังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างคือประชากรวัยทำงานอายุระหว่าง 22-45 ปี จำนวน 420 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 3 ชนิด คือ 1) แบบสอบถามการออกแบบชีวิต 2) แนวคำถามสัมภาษณ์เชิงลึก และ 3) แบบบันทึกการสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า 1. แนวคิดการออกแบบชีวิตในศตวรรษที่ 21 ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การค้นหาตนเอง (Self-Discovery) การวางแผนเส้นทางชีวิต (Life Pathway Planning) การทดลองและปรับตัว (Experimentation and Adaptation) การสร้างเครือข่าย (Network Building) และการสะท้อนคิด (Reflective Practice) 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการออกแบบชีวิต ได้แก่ ความฉลาดทางอารมณ์ (r = 0.68, p < .001) การมีแบบแผนความคิดแบบเติบโต (r = 0.71, p < .001) และการได้รับการสนับสนุนทางสังคม (r = 0.59, p < .001) โดยปัจจัยทั้งสามร่วมกันพยากรณ์ความสำเร็จในการออกแบบชีวิตได้ร้อยละ 64.3 3. รูปแบบการพัฒนาศักยภาพการออกแบบชีวิตที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย ประกอบด้วยกระบวนการ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะสำรวจตน ระยะออกแบบทางเลือก ระยะทดลองปฏิบัติ และระยะประเมินและปรับปรุง องค์ความรู้จากงานวิจัยนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักการศึกษา นักจิตวิทยา และผู้กำหนดนโยบายในการออกแบบโปรแกรมพัฒนาทักษะชีวิตที่ตอบสนองต่อความท้าทายของสังคมไทยในยุคดิจิทัล
เอกสารอ้างอิง
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W.H. Freeman and Company.
Braun, V., & Clarke, V. (2006). Using thematic analysis in psychology. Qualitative Research in Psychology, 3(2), 77–101.
Burnett, B., & Evans, D. (2016). Designing your life: How to build a well-lived, joyful life. Alfred A. Knopf.
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.
Diener, E., & Biswas-Diener, R. (2008). Happiness: Unlocking the mysteries of psychological wealth. Blackwell Publishing.
Dweck, C. S. (2006). Mindset: The new psychology of success. Random House.
Goleman, D. (1995). Emotional intelligence: Why it can matter more than IQ. Bantam Books.
Hofstede, G. (2001). Culture's consequences: Comparing values, behaviors, institutions, and organizations across nations (2nd ed.). Sage Publications.
Lyubomirsky, S., Sheldon, K. M., & Schkade, D. (2005). Pursuing happiness: The architecture of sustainable change. Review of General Psychology, 9(2), 111–131.
Mayer, J. D., Salovey, P., & Caruso, D. R. (2004). Emotional intelligence: Theory, findings, and implications. Psychological Inquiry, 15(3), 197–215.
Savickas, M. L. (2012). Life design: A paradigm for career intervention in the 21st century. Journal of Counseling & Development, 90(1), 13–19.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.
World Economic Forum. (2023). The future of jobs report 2023. World Economic Forum.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). รายงานการสำรวจภาวะการทำงานของประชากร พ.ศ. 2566. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 วารสารมนุษย์และชีวิตศึกษา

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมนุษย์และชีวิตศึกษา
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับวารสารชีวิตศึกษา และกองบรรณาธิการท่านอื่นๆ ในสำนักพิมพ์ฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว




