การเปรียบเทียบต้นทุนและระยะเวลาก่อสร้างบ้านพักอาศัยขนาดเล็กระหว่างระบบคอนกรีตพิมพ์สามมิติกับระบบก่อสร้างทั่วไปในประเทศไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเป็นไปได้เชิงต้นทุนของการประยุกต์ใช้ระบบคอนกรีตพิมพ์สามมิติ หรือ 3D Concrete Printing (3DCP) สำหรับบ้านพักอาศัยขนาดเล็กในประเทศไทย โดยเลือกกรณีศึกษาจากแบบบ้านมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวน 2 แบบ ได้แก่ บ้านผู้ประสบภัย 1 พื้นที่ใช้สอย 36 ตารางเมตร และบ้านแบบประหยัด 2 พื้นที่ใช้สอย 77 ตารางเมตร ราคาค่าก่อสร้างโดยสังเขปของระบบก่อสร้างทั่วไปอ้างอิงจากข้อมูลของกรมโยธาธิการและผังเมือง ส่วนการประเมินต้นทุนระบบ 3DCP ใช้กรอบแนวคิดการคำนวณต้นทุนของการก่อสร้างด้วย 3D Printing โดยพิจารณาระบบ 3DCP แบบผนังรับน้ำหนัก ซึ่งสามารถทดแทนกลุ่มงานผนัง งานฉาบ เสา–คานบางส่วน และแบบหล่อบางส่วน แต่ยังคงต้องมีฐานรากหรือเสาเข็ม งานพื้น หลังคา งานระบบ และงานตกแต่ง
ผลการศึกษาพบว่า กรณีผลิตเพียง 1 หลัง ระบบ 3DCP มีต้นทุนสูงกว่าระบบก่อสร้างทั่วไป โดยบ้านขนาด 36 ตารางเมตรมีต้นทุนสูงกว่าประมาณร้อยละ 24.4 - 25.7 และบ้านขนาด 77 ตารางเมตรสูงกว่าประมาณร้อยละ 10.2 - 10.8 ทั้งนี้เป็นผลจากต้นทุนคงที่ของระบบ 3DCP ได้แก่ การเคลื่อนย้ายและติดตั้งเครื่องพิมพ์ การจัดทำแบบดิจิทัล การปรับเทียบเครื่อง และการควบคุมคุณภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อจำลองกรณีผลิตซ้ำ 10 หลัง พบว่าต้นทุนต่อหน่วยของระบบ 3DCP ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบ้านขนาด 36 ตารางเมตรมีต้นทุนใกล้เคียงกับระบบทั่วไป ส่วนบ้านขนาด 77 ตารางเมตรมีต้นทุนต่ำกว่าระบบทั่วไปประมาณร้อยละ 1.0 ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า 3DCP ยังไม่เหมาะสมเชิงต้นทุนสำหรับบ้านเดี่ยวขนาดเล็กเพียง 1 หลัง แต่มีศักยภาพสำหรับโครงการที่ใช้แบบซ้ำหลายหน่วย เช่น บ้านผู้ประสบภัย บ้านราคาประหยัด หรือที่อยู่อาศัยชุมชน ทั้งนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมจากบัญชีแสดงปริมาณงาน ราคาวัสดุจริง และข้อมูลต้นทุนจากผู้ให้บริการ 3DCP ในประเทศไทย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ