การบริหารหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย โดยใช้ชุมชนเป็นฐานของโรงเรียนบ้านดอนขุนห้วย จังหวัดเพชรบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น, หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย, กการบริหารโดยใช้ชุมชนเป็นฐานบทคัดย่อ
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา และสนองความต้องการอนุรักษ์อาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและการทอผ้าไหม โรงเรียนบ้านดอนขุนห้วยจึงได้ดำเนิน
การบริหารหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน มี 7 ขั้นตอน ที่เรียกว่า PEDISEI Model for Local Curriculum Administration ประกอบไปด้วย 1) การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาและการสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชน 2) การจัดตั้งคณะทำงานและการวางแผนบริหารหลักสูตรท้องถิ่น 3) การจัดทำองค์ความรู้ท้องถิ่นและหลักสูตรท้องถิ่นตลอดทั้งตรวจพิจารณาคุณภาพหลักสูตรท้องถิ่น
4) การดำเนินการใช้หลักสูตรท้องถิ่นร่วมกับชุมชน 5) การนิเทศกำกับติดตามการใช้หลักสูตรท้องถิ่นร่วมกับชุมชน
6) การประเมินการใช้หลักสูตรท้องถิ่นร่วมกับชุมชน และ 7) การปรับปรุงและพัฒนากระบวนการบริหารหลักสูตรท้องถิ่นร่วมกับชุมชน ซึ่งได้มาจากการสังเคราะห์ขั้นตอนกระบวนการบริหารจากนักวิชาการหลายท่านและนำมาบูรณาการ พื้นที่เป้าหมายในการวิจัย คือ บ้านดอนขุนห้วย และโรงเรียนบ้านดอนขุนห้วย จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 1 คน หัวหน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ จำนวน 1 คน ครู จำนวน 2 คน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 28 คน รวมทั้งสิ้น 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน โดยเครื่องมือทุกชนิดมีค่าความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1. องค์ความรู้ท้องถิ่น เรื่อง หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย 1) ประวัติ
ความเป็นมาของหมู่บ้านดอนขุนห้วย 2) หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย 3) ต้นหม่อนที่บ้านดอนขุนห้วย 4) หนอนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย และ 5) ผลผลิตที่ได้จากหม่อนไหม 2. หลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง หม่อนไหมที่บ้านดอนขุนห้วย ของโรงเรียนบ้านดอนขุนห้วย จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย 1) โครงสร้างของหลักสูตร 2) คำอธิบายรายวิชา
3) หน่วยการเรียนรู้ และ 4) แผนการจัดการเรียนรู้ 3. ผลการทดลองใช้หลักสูตร พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยคะแนนเฉลี่ยหลังเรียน (M = 28.54, SD = 6.44) สูงกว่าก่อนเรียน (M = 21.43, SD = 6.94) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t(27) = 7.708, p < .001) โดยมีค่าเฉลี่ยส่วนต่างเท่ากับ 7.37 และมีความก้าวหน้าคิดเป็นร้อยละ 17.77 ของคะแนนเต็ม
เอกสารอ้างอิง
กณิจฐิมญศ์ ลิมปนารมณ์. (2565). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง รำมังคละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุตรดิตถ์).
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (ฉบับรวมการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.
. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
กาญจนา บุญส่ง และนิภา เพชรสม. (2563). ชุดฝึกปฏิบัติการการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2.
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
คธาวุฒิ สมทรง. (2563). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง มะพร้าวทับสะแก ของโรงเรียนวัดหนองหอย จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ โดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี).
ณัฐญาพร เสวตานนท์. (2565). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ของโรงเรียนสตรีพังงา. วารสารการบริหารจัดการและนวัตกรรมท้องถิ่น, 4(3), : 32-49.
ปรเมศร์ แก้วดุก. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารหลักสูตรท้องถิ่นโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ของโรงเรียนยางชุม
วิทยา จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี).
สามารถ สีทอง. (2563). การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น เรื่อง เมืองโบราณบางพาน รายวิชาประวัติศาสตร์สำหรับ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์).