แนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์

ผู้แต่ง

  • อริสรา เมฆเงิน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • กิตติศักดิ์ ร่วมพัฒนา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • ภูริส ภูมิประเทศ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

คำสำคัญ:

การบริหารงานพัสดุ, ประสิทธิภาพการบริหารงานพัสดุ, พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ. 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ 2) เพื่อศึกษาวิธีการแก้ปัญหาการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งเป็นการวิจัยแบบผสมผสาน ระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ บุคลากรที่เกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุ ของโรงพยาบาลสุรินทร์ จำนวน 364 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามเกี่ยวกับประสิทธิภาพการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ มีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารงานพัสดุ สภาพการบริหารงานพัสดุ และแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ ใช้สถิติเชิงพรรณนาในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (𝑥̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้จากการสัมภาษณ์เชิงลึกและการวิจัยเอกสาร กลุ่มตัวอย่างโดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน จำนวน 10 คน หลังจากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งจากแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึกและการวิจัยเอกสารแล้ว ได้นำข้อมูลทุกด้านมาบูรณาการเป็น ผลการศึกษาพบว่า

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารงานพัสดุ ระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการบริหารงานพัสดุในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.74 ,S.D. = 0.80) เมื่อพิจารณารายด้านเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านบุคลากร มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 3.77, S.D. = 0.74) รองลงมาคือ ด้านงบประมาณ ( = 3.73, S.D. = 0.81) และด้านการวางแผน ( = 3.71, S.D. = 0.85) ตามลำดับ

สภาพการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ ระดับความคิดเห็นต่อการบริหารงานพัสดุในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.72, S.D. = 0.85)  เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านการยืม มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 3.82, S.D. = 0.73) รองลงมาคือ ด้านการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ ( = 3.81, S.D. = 0.85) ลำดับที่ 3 คือ ด้านการเก็บ/การบันทึกและการเบิกจ่ายพัสดุ ( = 3.71, S.D. = 0.86) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการจำหน่ายพัสดุ ( = 3.57, S.D. = 0.87) ตามลำดับ

ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของแนวทางพัฒนาการบริหารงานพัสดุของโรงพยาบาลสุรินทร์ ระดับความคิดเห็นต่อแนวทางพัฒนาการบริหารงานพัสดุในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.48, S.D. = 0.65) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า อยู่ในระดับ มากที่สุดเพียงด้านเดียว คือ ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งเป็นด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 4.51, S.D. = 0.66) และรายด้านอื่นๆ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับมาก เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ด้านบุคลากรและการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน ซึ่งเป็นด้านที่มีค่าเฉลี่ยรองลงมา  ( = 4.50, S.D. = 0.60) ด้านการบำรุงรักษา/การตรวจสอบ/การจำหน่าย มีค่าเฉลี่ยอยู่ลำดับที่ 3 ( = 4.49, S.D. = 0.65) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ การเก็บ การบันทึก และการเบิกจ่าย ( = 4.40, S.D. = 0.70)

เอกสารอ้างอิง

กรมบัญชีกลาง. (2560). พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. กระทรวงการคลัง.

กลุ่มงานยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการ. (ม.ป.ป.). แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงพยาบาลสุรินทร์ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568. โรงพยาบาลสุรินทร์. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2568, จาก https://www.surinhospital.go.th/

จรัสศรี บุญสอน. (2561). การพัฒนาประสิทธิภาพการควบคุมทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รายงานการวิจัย). กองคลัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

ฐิติมา ชื่นวิเศษ, สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, และ สุพิศ ฤทธิ์แก้ว. (2565). ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และประสิทธิภาพการบริหารงานพัสดุของเจ้าหน้าที่พัสดุโรงพยาบาลชุมชน. เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจปริทัศน์, 18(2), 70–95.

บุญส่ง ผาสุข. (2567). กลยุทธ์การบริหารห่วงโซ่อุปทานทางการแพทย์และการพัฒนาทักษะดิจิทัลของเจ้าหน้าที่พัสดุในโรงพยาบาลศูนย์. วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์, 7(1), 45–62.

พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. (2560, 24 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 24 ก. หน้า 13–56.

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560. (2560, 23 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 86 ก. หน้า 1–34.

วิศรุต เพ็งแก้ว. (2564). ปัจจัยเชิงสาเหตุที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้านพัสดุของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข. วารสารนวัตกรรมการจัดการภาครัฐ, 8(3), 211–228.

วิโรจน์ แสงทอง. (2564). การบริหารพัสดุในยุคดิจิทัลสำหรับหน่วยงานบริการสาธารณสุข. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมชาย รักชาติ. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์กับประสิทธิภาพระบบ โลจิสติกส์ภาครัฐ. วารสารการจัดการภาครัฐและเอกชน, 14(1), 88–103.

สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน. (2559). รายงานผลการปฏิบัติงานปีงบประมาณ 2559. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน.

สำนักนายกรัฐมนตรี. (2552). ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. สืบค้นเมื่อ 15 เมษายน 2568, จาก http://finance.psru.ac.th/files/passadu.pdf

สุวัช มูลเมืองแสน. (2563). สภาพปัญหาและแนวทางการบริหารงานพัสดุในโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดเขตตรวจราชการที่ 11. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร).

อรพรรณ บุญมาพบ. (2562). การศึกษาปัญหาและแนวทางแก้ปัญหาการบริหารพัสดุของหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดนครราชสีมา. (ภาคนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา).

อริสรา สุดสละ. (2562). ปัญหาและแนวทางการพัฒนาการบริหารงานพัสดุของผู้ปฏิบัติงานพัสดุในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

Hitt, M. A., Ireland, R. D., & Hoskisson, R. E. (2023). Strategic management: Concepts and cases: Competitiveness and globalization (14th ed.). Cengage Learning.

Supply Chain Management Institute. (2023). Best practices in healthcare supply chain. https://www.scminstitute.org/healthcare-report2023

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-22