ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชั่น Tiktok ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคม

Main Article Content

พีรเดช ศรีวิราช
สถิรพร เชาวน์ชัย

บทคัดย่อ

         การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อเปรียบเทียบสมรรถภาพทางกายของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคมและหลังใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชั่น Tiktok 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคมที่มีต่อโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชั่น Tiktok กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 29 คน ซึ่งได้มาจากสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชั่น Tiktok ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกาย 2) แบบประเมินความพร้อม และปัจจัยเสี่ยงก่อนออกกำลังกาย (PAR-Q) 3) แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 7 – 18 ปี 4) แบบบันทึกผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนอายุ 7 – 18 ปี 5) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที Paired sample t-test


        ผลการวิจัยพบว่า1) สมรรถภาพทางกายของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคม ใช้โปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชัน Tiktok มีสมรรถภาพทางกายหลังใช้สูงกว่าก่อนการใช้โปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .012) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคม มีความพึงพอใจต่อโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชัน Tiktok อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีวิราช พ., & เชาวน์ชัย ส. (2026). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยแอพพลิเคชั่น Tiktok ที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกายของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองกรดพิทยาคม . Journal of Pitchaya Education and Research, 2(1), 1–11. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPER/article/view/3817
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ, กรมอนามัย, และ กระทรวงสาธารณสุข. (2568). ข้อแนะนำมาตรฐานสถานประกอบกิจการด้านการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ: ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1.

กรมอนามัย. (2566).กรมอนามัยเผยเด็กวัยเรียนวัยรุ่นมีพฤติกรรมเนือยนิ่งสูงขึ้น แนะพ่อแม่ชวนลูกมี กิจกรรมทางกายเพิ่มขึ้น.

กรมพลศึกษา. (2562).คู่มือแบบทดสอบและเกณฑ์มาตรฐานสมรรถภาพทางกายของเด็กเยาวชน และประชาชนไทย.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา.

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2562). การสร้างเสริมสุขภาพด้วยการใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์การกีฬา.ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560).หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ฉัตรตระกูล ปานอุทัย. (2567). กิจกรรมทางกายแบบออนไลน์ที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางกาย ความฉลาด ทางอารมณ์ และคุณภาพชีวิตของเยาวชน. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ, 16(3), 35–46.

ถนอมวงศ์ กฤษณ์เพ็ชร์, และ สิทธา พงษ์พิบูลย์. (2554). สรีรวิทยาการออกกำลังกาย.โครงการพัฒนารายวิชาเพื่อการเรียนการสอน คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

น้ำเพ็ญ พรหมประสิทธิ์, ศุภาวดี มากอ้น, และ สมชาย ถูลา. (2563). การประยุกต์ใช้แอปพลิเคชันการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุบนสมาร์ตโฟนระบบแอนดรอยด์.Sripatum Review of Science and Technology, 12, 60–69.

ปวีณา บังเกิด. (2563). การพัฒนาแอปพลิเคชันการออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมเพื่อส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลธัญบุรี.

ภัทรภร อินทนาศักดิ์, วิชนี มัธยม, ธนาวรรณ รัมมะภาพ,และ มณฑิตา พูดสงคราม.(2566).แอปพลิเคชันแนะนำการออกกำลังกายสำหรับผู้สูงอายุบนสมาร์ทโฟน. วารสารสารสนเทศ, 22(1), 92–106.

ศูนย์บริหารจัดการความเสี่ยง มหาวิทยาลัยมหิดล. (2560). รู้หรือไม่..! “ไม่ออกกำลังกาย”เสี่ยงป่วยและตายได้.

Wittawin, A. (2020). Tiktok คืออะไร?ส่องเทรนด์แพลตฟอร์มที่มาแรงสุดในปี 2020.https://www.thumbsup.in.th/Tiktok-trends-2020