ความสัมพันธ์ระหว่างกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียนกับการเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2

Main Article Content

ปิญาภรณ์ ขันอาสา
ชนมณี ศิลานุกิจ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 (2) ศึกษาระดับการเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 และ (3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารกับการเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 การวิจัยนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณ ตัวอย่าง ได้แก่ ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 357คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.60-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัย พบว่า (1) กรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากไปน้อย คือ ด้านการมองว่าความพยายามทำให้เกิดการเรียนรู้ ด้านการเรียนรู้จากคำวิจารณ์และข้อติชม ด้านการมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงาน ด้านการหาแบบอย่างและแรงบันดาลใจ และด้านการชอบความท้าทายในการทำงาน ตามลำดับ (2) การเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยมากไปน้อย คือ ด้านการมีสังคมดี ด้านการติดต่อสัมพันธ์ที่ดี ด้านการมีสุขภาพดี และด้านการผ่อนคลาย ตามลำดับ และ (3) กรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียนมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเป็นองค์กรแห่งความสุขโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า กรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียนด้านการมองว่าความพยายามทำให้เกิดการเรียนรู้มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการเป็นองค์กรแห่งความสุขโรงเรียนด้านการติดต่อสัมพันธ์ที่ดีอยู่ในระดับสูงกว่าด้านอื่น ๆ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ขันอาสา ป., & ศิลานุกิจ ช. . (2026). ความสัมพันธ์ระหว่างกรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารโรงเรียนกับการเป็นองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสารนครรัฐ, 3(1), 48–58. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CS_J/article/view/2484
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

จงรักษ์ ดวงใจ และสุภาวดี ลาภเจริญ. (2567). กรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครปฐม. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(3), 46-60.

ชนมน สุขวงศ์. (2566). การศึกษากรอบความคิดของนักศึกษาคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษเพื่อจัดทำคู่มือพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 18(1), 194-208.

พงษ์พิณิตย์ อุทธิยา. (2566). กลยุทธ์การบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาสู่การเสริมสร้างกรอบความคิดแบบเติบโตของนักเรียน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต (บริหารการศึกษา), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พิมพ์พิชชา ฤทธิ์มนตรี และชนมณี ศิลานุกิจ. (2567). องค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารนครรัฐ, 1(1), 35-46.

ภคพร ใจมาก, สิทธิชัย มูลเขียน และธีระภัทร ประสมสุข. (2566). การสร้างองค์กรแห่งความสุขในโรงเรียน สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษจังหวัดแม่ฮ่องสอน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(6), 1255-1264.

ภัสส์ฐิตา บัวกลาง และสมนึก การีเวท. (2567). ภาวะผู้นำใฝ่บริการของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการสร้างองค์กรแห่งความสุขอำเภอบางบัวทอง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 2. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ การวิจัยประยุกต์มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ครั้งที่ 6 ประจำปี 2567 (หน้า 374-388). มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ, สำนักวิจัยและบัณฑิตวิทยาลัย.

ภูรีรัตน์ สุกใส, ศุภกร จันทร์เพ็ญ, สุนันทนา กุศลประเสริฐ, สุวดี ถามูล และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2566). กรอบความคิดแบบเติบโตของผู้บริหารมืออาชีพยุคการศึกษา 4.0. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 3(2), 15-28.

มุกระวี พินิจลึก และเสาวนีย์ สิริสุขศิลป์. (2566). รูปแบบการพัฒนากรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น, 47(4), 45-59.

เมียวดี ดีพูน. (2563). แนวทางพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษา ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 ตามแนวคิดกรอบความคิดแบบเติบโต. สารนิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (บริหารการศึกษา), จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ลัดดา โตนา และวัลลภา อารีรัตน์. (2566). กรอบความคิดเติบโตของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นครูมืออาชีพในศตวรรษที่ 21 ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(3), 121-132.

ลฎาภา มาตผุย และสถิรพร เชาวน์ชัย. (2564). แนวทางการส่งเสริมความสุขในการทำงานของครูสำหรับผู้บริหารศูนย์การศึกษาพิเศษ เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพศูนย์การศึกษาพิเศษ กลุ่มเครือข่ายที่ 7 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 5(2), 1-14.

ษฑฬษ ปรีชาจารย์, วีระวัฒน์ พัฒนกุลชัย และวิทยา ศรีชมพู. (2566). แนวทางการพัฒนากรอบคิดแบบเติบโตของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชน. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 5(1), 205-222.

สมสินธ์ รักบุญ และอำนวย ทองโปร่ง. (2563). การบริหารโรงเรียนเทศบาลเพื่อให้เป็นองค์กรแห่งความสุข. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 10(2), 310-320.

สิทธิเดช เสมอภักดิ์ และศิริพงษ์ เศาภายน. (2566). องค์กรแห่งความสุข (Happiness Workplace) ตามทัศนะของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(2), 1-14.

สุพิชชา มหิพันธ์ และบรรจบ บุญจันทร์. (2567). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 5. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(4), 146-160.

สุริยะ รูปหมอก, ชวน ภารังกูล, พีระนันท์ นัมคณิสรณ์, ธีระพร อายุวัฒน์ และพัชราวลัย สังข์ศรี. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารกับชุดความคิดแบบเติบโตของครูโรงเรียนเอกชนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนา จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสิรินธรปริทรรศน์, 25(2), 2810-2822.

โสรธัส ปุ่นสุวรรณ. (2566). การพัฒนาองค์กรแห่งความสุขและความผูกพันต่อองค์กรที่มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการครู โรงเรียนเครือข่ายขุนทะเล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต (การบริหารการศึกษา), มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2552). คู่มือมาสร้างองค์กรแห่งความสุขกันเถอะ.

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. ค้นจาก https://searchlaw.ocs.go.th/council-of-state/#/public/doc/R3dSUWRxdFRRK25xekxWRDA5U2VsQT09

หยาดนภา ทำพระเวช, นันธวัช นุนารถ และฐิตินันท์ ด้วงสุวรรณ. (2567). การวิเคราะห์องค์ประกอบองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุโขทัย เขต 2. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์และการจัดการสังคม, 6(2), 33-44.

อรรถชัย ศรีวรภัทร และสืบสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา. (2563). แนวทางการพัฒนาผู้บริหารโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากระบี่ ตามกรอบความคิดแบบเติบโต. วารสารการบริหารและนวัตกรรมการศึกษา, 3(3), 40-63.

อรวรรณ เทียมทัน และสรรฤดี ดีปู่. (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างบทบาทของผู้บริหารสถานศึกษากับองค์กรแห่งความสุขของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 7. วารสารวิชาการศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ, 11(2), 168-180.

Cohen, L., Manion, L., & Morrison, K. (2018). Research methods in education (8th ed.). Routledge.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.

Dweck, C. S. (2006). Mindset: The new psychology of success. Ballantine Books.

Frost, J. (2019). Introduction to statistics: An intuitive guide for analyzing data and unlocking discoveries. Statistics by Jim Publishing.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5-55.

Lindner, J. R., & Lindner, N. J. (2024). Interpreting Likert-type scales, summated scales, unidimensional scales, and attitudinal scales: I neither agree nor disagree, Likert or not. Advancements in Agricultural Development, 5(2), 152-163.

Pearson, K. (1909). Determination of the coefficient of correlation. Science, 30(757), 23-25.

Seligman, M. E. P. (2002). Authentic happiness: Using the new positive psychology to realize your potential for lasting fulfillment. The Free Press.

UNESCO Institute for Statistics. (2022). From learning recovery to education transformation: Insights and reflections from the 4th Survey on national education responses to COVID-19 school closures. Retrieved from https://covid19.uis.unesco.org/wp-content/uploads/sites/11/2022/09/from-learning-recovery.pdf