รูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา: การปริทรรศน์เชิงระบบ
คำสำคัญ:
รูปแบบการสอนศิลปะ, ห้องเรียนกลับด้าน, มัธยมศึกษา, การปริทรรศน์เชิงระบบบทคัดย่อ
บทความนี้เป็นการศึกษาเพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากบทความวิจัยที่เกี่ยวกับรูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยอาศัยกระบวนการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบของสถาบัน The Joanna Briggs Institute for Evidence Based Nursing & Midwifery มีเกณฑ์ในการคัดเลือก ดังนี้ 1) รายงานวิจัยที่ศึกษารูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา จากฐานข้อมูลของในประเทศและต่างประเทศ 2) บทความวิจัยตีพิมพ์ในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2567 และ 3) บทความวิจัยเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเท่านั้น โดยคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้วนำมาสังเคราะห์และแปลผล
ผลพบว่าหลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ 1) จัดการเรียนรู้เนื้อหาพื้นฐานก่อนเข้าสู่ห้องเรียน 2) ใช้เวลาในห้องเรียนเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานและการปฏิบัติจริง และ 3) ผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก และเงื่อนไขความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 ประการ ได้แก่ 1) ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ก่อนเข้าเรียนได้อย่างสะดวก 2) สื่อการเรียนรู้มีความกระชับ เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับกิจกรรมในชั้นเรียน 3) กิจกรรมในชั้นเรียนเน้นการลงมือปฏิบัติ การอภิปราย และการสร้างสรรค์ผลงาน มากกว่าการบรรยาย และ 4) ผู้สอนมีบทบาทในการให้คำแนะนำและสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องระหว่างการปฏิบัติกิจกรรม
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. สำนักงานเลขาธิการสภา
การศึกษา.
เกียรติศักดิ์ หนูขาว, กัลยา รัศมีเพ็ญ, และศิริเพ็ญ ภู่มหภิญโญ. (2565). การพัฒนาสื่อการสอนมัลติมีเดีย
เรื่อง ทัศนียภาพตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
โรงเรียนหัวหิน. วารสารวิชาการ ครุศาสตร์สวนสุนันทา, 6(1), 56-64.
https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ssru-edu/article/view/257633/175582
ณัฏฐธิดา พรมเพ็ชร์, วนิดา ผาระนัด, และสมาน เอกพิมพ์. (2565). การพัฒนาความสามารถทางศิลปะ
สร้างสรรค์ เรื่องจิตรกรรม โดยใช้กิจกรรมแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 16(3), 223-235. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/reru/article/view/252242/176489
พระปลัดเขตขันท์ คนงานดี, และศักดิ์ดา งานหมั่น (2567). การสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่สนับสนุน
การพัฒนาผู้เรียน. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 6(2), 471–482. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jemri/article/view/268363
ภัครพงค์ ไพรคำนาม, และศิริพงษ์ เพียศิริ. (2566). การจัดการเรียนรู้เรื่องการวาดภาพบุคลิกตัวละครของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แนวคิดห้องเรียนกลับด้านร่วมกับโมชั่นกราฟิก. วารสารศึกษาศาสตร์ ฉบับวิจัยบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 16(2), 46-62.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDGKKUJ/article/view/264558/181316
มณฑณัช บุญปลูก, และศิริพงษ์ เพียศิริ. (2563). ผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาทัศนศิลป์ ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดห้องเรียนกลับทาง. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 17(79), 98-105.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/SNGSJ/article/view/222486/166804
วิจารณ์ พานิช. (2556). ครูเพื่อศิษย์ สร้างห้องเรียนกลับทาง (พิมพ์ครั้งที่ 2). เอสอาร์พริ้นติ้ง
แมสโปรดักส์.
อัจฉรา คำมะทิตย์, และมัลลิกา มากรัตน์. (2559). การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ: วิธีปฏิบัติทีละ
ขั้นตอน. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 3(3), 246-259. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/scnet/article/ view/68742/55965
เอกพล เขียวปาน. (2567). การพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาโดย
จัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับทางรายวิชาออกแบบนิเทศศิลป์ 2 ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 47(1), 105-122.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/265337/179568
Akçayır, G., & Akçayır, M. (2018). The flipped classroom: A review of its advantages and
challenges. Computers & Education, 126, 334–345. https://doi.org/10.1016/j.compedu.2018.07.021
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom: reach every student in every class
every day. International Society for Technology in Education.
Bishop, J. L., & Verleger, M. A. (2013). The flipped classroom: A survey of the research. In
Proceedings of the 120th ASEE Annual Conference & Exposition. American Society for Engineering Education.
Chen, Y., Wang, Y., Kinshuk, & Chen, N. S. (2014). Is FLIP enough? Or should we use the
FLIPPED model instead?. Computers & Education, 79, 16–27.
Flipped Learning Network. (2014). The four pillars of F-L-I-P. https://flippedlearning.org
Hwang, G. J., Lai, C. L., & Wang, S. Y. (2015). Seamless flipped learning: A mobile
technology-enhanced flipped classroom with effective learning strategies. Journal of Computers in Education, 2(4), 449–473.
Nurhayati, N., Ampera, D., Chalid, S., Farihah, F., & Baharuddin, B. (2021). Development of
blended learning type and flipped classroom-based cultural arts subjects. International Journal of Education in Mathematics, Science, and Technology (IJEMST), 9(4), 655-667. https://files.eric.ed.gov/fulltext/EJ1319018.pdf
Pearson, A., Field, J., & Jordan, Z. (2007). Evidence-based clinical practice in nursing and
health care : assimilating research, experience, and expertise. Blackwell Publishing.
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms##