https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/issue/feed วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม 2026-08-25T13:39:04+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะวรรณ ปิ่นแก้ว journalarts2025@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีเป้าหมายในการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานทางวิชาการด้านศิลปกรรมศาสตร์ ทั้งงานวิจัย บทความวิชาการ และงานสร้างสรรค์ในแขนงต่าง ๆ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างนักวิชาการ นักศึกษา และผู้สนใจ การจัดทำวารสารศิลปกรรมศาสตร์จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับคุณภาพทางวิชาการ สร้างเครือข่ายความร่วมมือ และสนับสนุนพันธกิจด้านวิจัยและบริการวิชาการของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์:</strong> </p> <p>วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความวิชาการ บทความวิจัย บทความปริทัศน์ และบทวิจารณ์ เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการของคณาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบุคคลทั่วไป โดยมีวัตถุประสงค์ในการเป็นแหล่งเผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการ และบทวิจารณ์หนังสือ ที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ ทัศนศิลป์ นฤมิตศิลป์ ดนตรี ดุริยางคศิลป์ไทย ดุริยางคศิลป์ตะวันตก นาฏศิลป์ นาฏยศิลป์ไทย นาฏยศิลป์ตะวันตก ศิลปะและวัฒนธรรมไทย ครอบคลุมถึงการเรียน การสอนทางด้านศิลปะ และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความ:</strong></p> <p>เพื่อเป็นการเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้อย่างกว้างขวางในระดับนานาชาติ วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมจึงมีนโยบายในการเปิดระบบแก่สาธารณชน (Open Access) ในการที่จะเข้ามาค้นคว้าศึกษาบทความต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ</p> <p><strong>ประเภทของบทความ:</strong> </p> <p>วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม กำหนดบทความที่รับตีพิมพ์ดังต่อไปนี้</p> <ul> <li>บทความวิชาการ (Original Article)</li> <li>บทความวิจัย (Research Paper)</li> <li>บทวิจารณ์ (Reviews) ได้แก่ บทวิจารณ์หนังสือ, บทวิจารณ์การแสดง, บทวิจารณ์ผลงานทางศิลปะ</li> </ul> <p><strong>ภาษาที่รับตีพิมพ์:</strong> ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ</p> <p><strong>กำหนดออก:</strong> </p> <p>วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มีกำหนดการออกปีละ 2 ฉบับ คือ</p> <p>ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม-มิถุนายน</p> <p>ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม</p> <p><strong>เจ้าของวารสาร:</strong> คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม</p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ:</strong> ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์</p> https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4470 กระบวนการพัฒนาต้นแบบเครื่องแต่งกายผีบุ้งเต้าแบบมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว เชิงสร้างสรรค์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย 2026-08-24T16:14:08+07:00 ไทยโรจน์ พวงมณี thai-roj@hotmail.com คชสีห์ เจริญสุข thai-roj@hotmail.com วันเพ็ญ บุญทะวงษ์ thai-roj@hotmail.com จีรภา คงสุข thai-roj@hotmail.com สมฤทัย นาราศ thai-roj@hotmail.com จุฑามาศ นาคฤทธิ์ thai-roj@hotmail.com <p>ผีบุ้งเต้าเป็นวัฒนธรรมใหม่ของอำเภอภูเรือ จังหวัดเลยที่เกิดขึ้นจากการแก้ปัญหาผลผลิตน้ำเต้า ที่รูปทรงไม่เอื้อต่อการจำหน่ายและใช้ประโยชน์&nbsp; ชุมชนจึงคิดสร้างสรรค์วัฒนธรรมผีด้วยการทำหน้ากากจากน้ำเต้าที่ผสมผสานแนวคิดยักษ์ทวารบาลที่เชื่อว่าปกป้องพุทธศาสนา ให้ปรากฏออกมาเป็นผีบุ้งเต้าที่มีรูปลักษณ์เป็นยักษ์ใจดี ที่โดดเด่นด้วยลวดลายที่วาดบนหน้ากาก สวมเครื่องแต่งกายท้องถิ่นที่แปลกตา และร่วมมือยกระดับผีบุ้งเต้าให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประเพณีสักการะพระพุทธนาวาบรรพต ด้วยรูปแบบผีที่แปลกใหม่ จึงถูกภาครัฐทำให้เป็นผีบุ้งเต้าเป็นผีเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งชุมชนได้พัฒนารูปแบบผีบุ้งเต้ามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะหน้ากากที่มีสีสันสวยงามมากขึ้น อย่างไรก็ดีจากการศึกษาพบว่า ผีบุ้งเต้า&nbsp; มีรูปแบบเครื่องแต่งกายที่สวมใส่ยาก มีภาพลักษณ์และพฤติกรรมความเป็นผีที่ไม่สนุกสนาน จึงต้องการพัฒนาต้นแบบเครื่องแต่งกายผีบุ้งเต้าใหม่ให้กับ 1 เทศบาล และ 6 ตำบล ได้นำรูปแบบเครื่องแต่งกายและกระบวนการพัฒนาต้นแบบไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่ ประกอบด้วย 7 ขั้นตอนดังนี้ 1) ขั้นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 2) ขั้นการสะท้อนแนวคิดและแนวทางการพัฒนาเครื่องแต่งกาย 3) ขั้นการออกแบบร่าง 4) ขั้นวิพากษ์วิจารณ์แบบร่าง 5) ขั้นการผลิตต้นแบบ 6) ขั้นการนำเสนอต้นแบบ และ 7) ขั้นการประเมินผลต้นแบบ</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4471 ไขความลับทูตวัฒนธรรมฉบับพกพา: การถอดรหัสสัญศาสตร์ในภาพประกอบบรรจุภัณฑ์และโครงสร้างสำหรับของฝากญี่ปุ่นเพื่อการสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่น 2026-08-24T16:32:08+07:00 นันทนัช ศิริบริรักษ์ Prangns@gmail.com <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดและยุทธศาสตร์การสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านการออกแบบภาพประกอบและโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ของฝาก โดยใช้แนวคิด “ทูตวัฒนธรรมฉบับพกพา” เป็นกรอบในการวิเคราะห์การถอดรหัสสัญญะและการสร้างอัตลักษณ์ จากทุนทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ภูมิศาสตร์ วัตถุดิบ และวิถีชีวิตของท้องถิ่น ให้กลายเป็นภาษากราฟิกที่สามารถสื่อสารได้อย่างร่วมสมัย บทความนี้ใช้กรณีศึกษา Fukusaya Cube รุ่น Yasohachi Castella ของประเทศญี่ปุ่นเป็นกรณีศึกษาหลัก และเปรียบเทียบกับกรณีศึกษา ข้าวศรีแสงดาว และบรรจุภัณฑ์มยุรี ข้าวตังทรงเครื่อง ของประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นกระบวนการแปลงอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้กลายเป็นภาพจำบนบรรจุภัณฑ์ ที่พกพา ส่งต่อ และสื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมได้</p> <p>จากการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า การเลือกใช้สัญญะบนบรรจุภัณฑ์มิได้มีบทบาทเพียงเพื่อสร้างความงามทางสุนทรียภาพเท่านั้น หากยังทำหน้าที่เป็นกลยุทธ์ในการสร้าง ภาพจำที่สามารถกระตุ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การระลึกถึงสถานที่ วัตถุดิบ เรื่องเล่า และคุณค่าของท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรณี Fukusaya Cube รุ่น Yasohachi Castella แสดงให้เห็นการถอดรหัสจากประวัติศาสตร์แบรนด์ สัญลักษณ์ค้างคาว ตัวเลข 88 วัตถุดิบข้าว และโครงสร้างกล่องทรงลูกบาศก์ เพื่อสื่อสารวัฒนธรรมการให้ของฝากแบบญี่ปุ่น ขณะที่กรณีข้าวศรีแสงดาวสะท้อนการประยุกต์ใช้ในบริบทไทยผ่านการถอดรหัสจากข้าวหอมมะลิ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทุ่งกุลาร้องไห้ มาตรฐานสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ วิถีชาวนา และวัสดุเหลือใช้จากแกลบข้าว ให้กลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เชื่อมโยงคุณค่าทางวัฒนธรรม ความยั่งยืน และความน่าเชื่อถือของสินค้าไทย</p> <p>บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้ใหม่ ผ่านแบบจำลองทูตวัฒนธรรมฉบับพกพา ซึ่งอธิบายกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากทุนวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ไปสู่สัญญะทางสายตาที่ผู้บริโภครับรู้ จดจำ และส่งต่อได้ โดยใช้ภาพประกอบ วัสดุ และโครงสร้างบรรจุภัณฑ์เป็นสื่อกลาง โดยใช้กระบวนการดังกล่าวช่วยยกระดับบรรจุภัณฑ์จากภาชนะบรรจุสินค้าไปสู่ “เครื่องบันทึกความทรงจำเชิงวัฒนธรรม” ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและการท่องเที่ยวท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ประกอบการท้องถิ่นในการคัดเลือกสัญญะสำคัญ ลดทอนให้เป็นภาพจำ และออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้พกพาง่าย แบ่งปันง่าย และสื่อสารอัตลักษณ์ของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4472 การตีกลองสตรีท: ศิลปะการแสดงดนตรีบนพื้นที่สาธารณะ และบทบาททางสังคมในบริบทการศึกษาดนตรีร่วมสมัย 2026-08-24T16:37:22+07:00 หินวิมาน พัฒนศศิเมธี Drum_th@hotmail.com อัญชนา สุตมาตร Drum_th@hotmail.com ศราวุธ วิวรรณ Drum_th@hotmail.com <p>การตีกลองสตรีท (street drumming) หรือที่ในประเทศไทยนิยมเรียกว่า “กลองรีไซเคิล” เป็นรูปแบบการแสดงดนตรีประเภทเครื่องกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่สาธารณะ โดยใช้จังหวะเป็นองค์ประกอบหลักในการสื่อสารทางดนตรีและสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความหมาย ลักษณะ บทบาททางสังคม และศักยภาพของการตีกลองสตรีทในบริบทวัฒนธรรมเมืองและการศึกษาดนตรีร่วมสมัย โดยใช้วิธีการทบทวนวรรณกรรมจากงานวิจัยด้านชาติพันธุ์ดนตรี ดนตรีศึกษา และดนตรีชุมชน ผลการศึกษาพบว่า การตีกลองสตรีทเป็นกิจกรรมทางดนตรีที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมของชุมชน อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การสื่อสารทางวัฒนธรรม และการเปิดพื้นที่สาธารณะให้เกิดกิจกรรมสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนาทักษะทางดนตรี ทักษะทางสังคม การทำงานร่วมกัน และส่งเสริมสุขภาวะของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนับได้ว่าการตีกรองสตรีทเป็นทั้งรูปแบบศิลปะการแสดงและกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณค่าในสังคมร่วมสมัย</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4473 พระอุโบสถวัดใหม่ปิ่นเกลียว จังหวัดนครปฐม สิ่งสะท้อนศิลปนิยมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 2026-08-24T16:52:00+07:00 ปฏิภาณ เจริญสุข patipan.jrs@gmail.com <p>This article aim to investigate the factors influencing the artistic works at Wat Mai Pin Kliao, Nakhon Pathom Province. The Key artistic highlights includ the ancient ordination hall (Ubosot), the Buddha image Phra Phuttha Maha Kosathibodi Sri Mongkol (Luang Pho Thongdee), and specific architectural elements. These features not only elucidate Thailand’s historical international relations but also reflect the unique artistic preferences of Thai society during that era. The research methodology employ an art-historical approach, integrating documentary analysis with field surveys.</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The study reveal that during the reign of King Mongkut (Rama IV), Thai art underwent significant transformation in response to the global expansion of Western imperialism. Consequently, the King modernized the national image by adopting Western styles while selectively preserving traditional artistic heritage. Persian art, in particular, has long been a constituent of Thai tradition due to the enduring ties between the two nations.</p> <p>Regarding the architectural context of the Ubosot at Wat Mai Pin Kliao, certain design features may have been influenced by Western Gothic art or represent a long-standing Thai artistic legacy integrated with Persian influences. This is clearly evidenced in the records of foreign envoys documenting the relations between the two countries, as well as the subtle integration of Persian cultural traces within the daily life of the Thai people.</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4463 การพัฒนาทักษะการวาดเส้นโดยใช้สื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ตามรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) 2026-08-24T15:09:41+07:00 จุฑามาศ ศักดิ์ปฎิฐา beemjutamas1706@gmail.com ชลิต คงถาวร beemjutamas1706@gmail.com ประติมา ธันยบูรณ์ตระกูล beemjutamas1706@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้การวาดเส้นโดยใช้สื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ตามรูปแบบการเรียนรู้ห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนวัดจันทราวาส (ศุขประสารราษฎร์) และ 2) เปรียบเทียบทักษะการวาดเส้นของนักเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 39 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ตามรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน แบบประเมินทักษะการวาดเส้น ซึ่งครอบคลุมด้านความถูกต้องของสัดส่วน ความมั่นคงและความต่อเนื่องของเส้น การควบคุมน้ำหนักแสง-เงา และความสมบูรณ์ของภาพ รวมถึงแบบบันทึกผลการเรียนรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1. ทักษะการวาดเส้นของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยคะแนนเฉลี่ยการประเมินผลงานหลังเรียนอยู่ในระดับมาก (X̄= 4.26, S.D. = 0.45) 2. ผู้เรียนส่วนใหญ่มีผลการประเมินอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน สะท้อนถึงความสม่ำเสมอของการพัฒนาในภาพรวมของชั้นเรียน 3. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สื่อวีดิทัศน์ออนไลน์ตามรูปแบบห้องเรียนกลับด้านสามารถส่งเสริมการเรียนรู้เชิงรุก เปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษาทบทวนเนื้อหาได้ด้วยตนเองก่อนเข้าสู่การฝึกปฏิบัติจริงในชั้นเรียน และเป็นแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการจัดการเรียนการสอนรายวิชาทัศนศิลป์ในระดับมัธยมศึกษา</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4464 รูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา: การปริทรรศน์เชิงระบบ 2026-08-24T15:45:00+07:00 มนัสนันท์ วรรณวงษ์ Manas8709@gmail.com <p>บทความนี้เป็นการศึกษาเพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้จากบทความวิจัยที่เกี่ยวกับรูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา โดยอาศัยกระบวนการทบทวนงานวิจัยอย่างเป็นระบบของสถาบัน The Joanna Briggs Institute for Evidence Based Nursing &amp; Midwifery มีเกณฑ์ในการคัดเลือก ดังนี้ 1) รายงานวิจัยที่ศึกษารูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา จากฐานข้อมูลของในประเทศและต่างประเทศ 2) บทความวิจัยตีพิมพ์ในระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 - พ.ศ. 2567 และ 3) บทความวิจัยเกี่ยวข้องกับรูปแบบการสอนศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้านสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาเท่านั้น โดยคัดกรองตามเกณฑ์ที่กำหนดแล้วนำมาสังเคราะห์และแปลผล <br>ผลพบว่าหลักการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ศิลปะตามแนวคิดห้องเรียนกลับด้าน ประกอบด้วย 3 ประการ ได้แก่ 1) จัดการเรียนรู้เนื้อหาพื้นฐานก่อนเข้าสู่ห้องเรียน 2) ใช้เวลาในห้องเรียนเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานและการปฏิบัติจริง และ 3) ผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวก และเงื่อนไขความสำเร็จของการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 ประการ ได้แก่ 1) ผู้เรียนสามารถเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ก่อนเข้าเรียนได้อย่างสะดวก 2) สื่อการเรียนรู้มีความกระชับ เข้าใจง่าย และสอดคล้องกับกิจกรรมในชั้นเรียน 3) กิจกรรมในชั้นเรียนเน้นการลงมือปฏิบัติ การอภิปราย และการสร้างสรรค์ผลงาน มากกว่าการบรรยาย และ 4) ผู้สอนมีบทบาทในการให้คำแนะนำและสะท้อนผลการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องระหว่างการปฏิบัติกิจกรรม</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4466 การพัฒนาเกมการสอนออนไลน์เรื่องทัศนธาตุเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิชาศิลปะสำหรับนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราษฎร์วิทยา จังหวัดเพชรบุรี 2026-08-24T16:02:33+07:00 จักรพันธ์ ทับจิตต์ jakkapan.tab@mail.pbru.ac.th ศิริเพ็ญ ภู่มหภิญโญ jakkapan.tab@mail.pbru.ac.th <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) การพัฒนาเกมการสอนออนไลน์เรื่องทัศนธาตุ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิชาศิลปะเรื่องทัศนธาตุ โดยใช้เกมออนไลน์เป็นสื่อการเรียนรู้ผ่านแพลตฟอร์ม ZEP Quiz <br>2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนราษฎร์วิทยา อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 35 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาศิลปะ เรื่องทัศนธาตุ โดยใช้สื่อเกมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม ZEP Quiz แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลการพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมออนไลน์ ZEP Quiz เรื่องทัศนธาตุ สำหรับนักเรียน&nbsp; ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า การจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับผู้เรียน 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 6.25 (S.D. = 1.12) และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 8.90 (S.D. = 0.95) จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน 3. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนต่อการพัฒนาเกมการสอนออนไลน์เรื่องทัศนธาตุเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้วิชาศิลปะอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56 (S.D. = 0.48)</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOFA_NPRU/article/view/4477 การออกแบบบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนสำหรับชุมชนเมือง 2026-08-25T08:40:30+07:00 Aokui Sun sunaokui530@gmail.com Pakorn Prohmvitak sunaokui530@gmail.com <p>The development of green and sustainable packaging design for healthy beverages has gained significant attention in recent years, particularly in urban communities. This study aims to explore the feasibility and market demand for green and sustainable packaging designs in the context of Bangkok, Thailand. Employing a mixed-methods approach, the methodology includes a literature review, in-depth interviews with 12 experts, and questionnaire surveys distributed to a stratified random sample of 450 working women in Bangkok. The research identifies key trends, challenges, and opportunities in the field. The findings suggest that green and sustainable packaging not only reduces environmental impact but also enhances brand image and consumer acceptance, with 71% of respondents expressing strong support. However, technical limitations and an 18-25% cost premium remain significant barriers. Despite these high initial costs, implementing sustainable packaging demonstrates a potential to boost brand value by 12-15%. The study concludes with practical recommendations for designers, businesses, and policymakers to promote the adoption of green packaging solutions.</p> 2026-08-25T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026