การพัฒนาแผนกลยุทธ์การเติมเต็มการเรียนรู้ของผู้เรียนภายใต้ภาวะการเรียนการสอนหยุดชะงัก สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1

Main Article Content

ณพัฐอร บัวฉุน
นารี คูหาเรืองรอง
ราตรี ตรีพรหม
วุฒินันท์ โชคอำนวย

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการดำเนินงานด้านการเติมเต็มการเรียนรู้ของผู้เรียนภายใต้ภาวะการเรียนการสอนหยุดชะงักในสถานศึกษาระดับประถมศึกษา 2) พัฒนาแผนกลยุทธ์การเติมเต็มการเรียนรู้ของผู้เรียนภายใต้ภาวะการเรียนการสอนหยุดชะงัก สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษา และ 3) ประเมินความสอดคล้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของแผนกลยุทธ์ ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1 การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการ 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 136 คน จากประชากร 210 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ปฏิบัติงานที่ให้สัมภาษณ์และร่วมสนทนากลุ่ม จำนวน 15 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินแผนกลยุทธ์ จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามสภาพการดำเนินงานด้านการเติมเต็มการเรียนรู้ 5 ด้าน แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเกี่ยวกับแนวทางและทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการเติมเต็มการเรียนรู้ แนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม และแบบประเมินคุณภาพแผนกลยุทธ์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง (PNIModified) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ผู้บริหารสถานศึกษามีความคิดเห็นต่อสภาพปัจจุบันโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.27) และสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.84) ด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ การติดตามและประเมินผล (PNIModified = 0.165) การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ (0.153) และการพัฒนาครูและบุคลากร (0.131) 2) แผนกลยุทธ์ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ 4 ข้อ เป้าประสงค์ 5 ข้อ และ 5 กลยุทธ์ ได้แก่ การพัฒนาระบบติดตามและประเมินผลโดยใช้ข้อมูลเป็นฐาน การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ การพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากร การปรับหลักสูตรและการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะพื้นฐาน และการเสริมสร้างการบริหารเชิงนโยบายและภาคีเครือข่าย พร้อมโครงการ 6 โครงการ ตัวชี้วัด และระบบติดตามประเมินผล และ 3) ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินแผนกลยุทธ์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.60) และทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินดังกล่าวเป็นความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิก่อนการนำไปใช้จริง จึงควรมีการทดลองใช้แผนเพื่อยืนยันประสิทธิผลต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บัวฉุน ณ., คูหาเรืองรอง น., ตรีพรหม ร., & โชคอำนวย ว. (2026). การพัฒนาแผนกลยุทธ์การเติมเต็มการเรียนรู้ของผู้เรียนภายใต้ภาวะการเรียนการสอนหยุดชะงัก สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. Journal of Applied Education, 4(5), 29–42. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JAE/article/view/4330
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ฐิตาพร พุ่มแดง, ภารดี อนันต์นาวี และ พงศ์เทพ จิระโร. (2567). รูปแบบการบริหารจัดการการถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วารสารศิลปการจัดการ, 8(1), 498–517.

ทรงยศ รังสรรค์มณีนิล และ พร้อมพิไล บัวสุวรรณ. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานวิชาการเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียนในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรปราการ. วารสารรัชต์ภาคย์, 17(53), 120–138.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

บุญศรี พรหมมาพันธุ์. (2561). เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: บริษัทวังอักษร จำกัด.

ปัญญากร เวชชศาสตร์, ภารดี อนันต์นาวี และ มนสิช สิทธิสมบูรณ์. (2565). รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์, 9(1), 231–248.

ปานรวี พุ่มสวย, ศิริพล แสนบุญส่ง และ พรเทพ รู้แผน. (2567). แนวทางพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 7(4), 804–827.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. (2562, 1 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก. หน้า 49–52.

เมธาวัลย์ วิพัฒน์ครุฑ และ มัทนา วังถนอมศักดิ์. (2567). แนวทางการพัฒนาการดำเนินงานตามมาตรการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของโรงเรียนประชาอุปถัมภ์. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร, 15(1), 31–44.

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1–90.

วุฒิพงษ์ ศรีจันทรา, ชยากานต์ เรืองสุวรรณ และ กฤษกนก ดวงชาทม. (2568). รูปแบบการพัฒนาการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 5. วารสารสันติสุขปริทรรศน์, 6(1), 165–179.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. (2569). นโยบายสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. กลุ่มนโยบายและแผน. สืบค้นจาก https://plan.ptt1.go.th/ทิศทางการจัดการศึกษา/นโยบาย-สพป-ปทุมธานี-เขต-1.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2567). แนวทางการขับเคลื่อนการเติมเต็มการเรียนรู้ (Learning Recovery) ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). รายงานสภาวะการศึกษาไทย ปี 2565–2566: การฟื้นฟูการเรียนรู้เพื่ออนาคตของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

สิริพรชัย บัวกองกุลรัตน์, ศักดินาภรณ์ นันที และ สุชาติ บางวิเศษ. (2567). การบริหารงานวิชาการในภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู. วารสารสังคมศาสตร์บูรณาการ, 4(10), 1–12.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เอกลักษณ์ เจือมา และ โกวัฒน์ เทศบุตร. (2567). การบริหารเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วารสารการบริหารและนิเทศการศึกษา, 15(1), 108–121.

Bryson, J. M. (2018). Strategic planning for public and nonprofit organizations: A guide to strengthening and sustaining organizational achievement. (5th ed.). New Jersey: John Wiley & Sons.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 140, 5–55.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.

UNESCO. (2023). Global education monitoring report 2023: Technology in education: A tool on whose terms. Paris: UNESCO.

United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. New York: United Nations.

World Bank. (2022). Guide for learning recovery and acceleration: Using the RAPID framework to address COVID-19 learning losses and build forward better. Washington, D.C.: World Bank.

Yarbrough, D. B., Shulha, L. M., Hopson, R. K., & Caruthers, F. A. (2010). The program evaluation standards: A guide for evaluators and evaluation users. (3rd ed.). Thousand Oaks, California: Sage.

Similar Articles

You may also start an advanced similarity search for this article.