การประเมินโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบในมิติภาวะผู้นำทางวิชาการของครูแกนนำ โดยใช้รูปแบบการประเมิน Stake's Countenance Model
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความสอดคล้องระหว่างสภาพที่คาดหวังกับสภาพที่เกิดขึ้นจริงของโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี ใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ปัจจัยพื้นฐาน 2) กระบวนการดำเนินงาน และ 3) ผลลัพธ์ด้านภาวะผู้นำทางวิชาการของครูแกนนำ โดยประยุกต์ใช้รูปแบบการประเมินแบบเคาน์เทนแนนซ์ของ Stake (Stake’s Countenance Model) เป็นกรอบแนวคิดในการประเมิน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 31 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา 5 คน ผู้รับผิดชอบโครงการ 1 คน ครูแกนนำ 7 คน และครูผู้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากครูแกนนำ 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม จำนวน 92 ข้อ ซึ่งครอบคลุมด้านปัจจัยพื้นฐาน กระบวนการดำเนินงาน และผลลัพธ์ด้านภาวะผู้นำทางวิชาการของครูแกนนำ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง จำนวน 5 ข้อ และแบบบันทึกหลักฐานเชิงประจักษ์ จำนวน 18 ข้อ เครื่องมือทุกฉบับผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.80–1.00 และแบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ในระดับสูง (α = 0.985, 0.976, 0.911 และ 0.912 ตามลำดับ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ทั้ง 3 ด้านผ่านเกณฑ์การประเมินและมีความสอดคล้องระหว่างสภาพที่คาดหวังกับสภาพที่เกิดขึ้นจริง โดยด้านปัจจัยพื้นฐานและด้านกระบวนการดำเนินงานอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านผลลัพธ์ด้านภาวะผู้นำทางวิชาการของครูแกนนำอยู่ในระดับมากที่สุด ข้อค้นพบสำคัญสะท้อนให้เห็นว่า ความชัดเจนของนโยบายและระบบสนับสนุนจากฝ่ายบริหาร ประกอบกับกระบวนการพัฒนาวิชาชีพผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ มีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการของครูแกนนำอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ รูปแบบการประเมินแบบเคาน์เทนแนนซ์ของ Stake ยังช่วยอธิบายช่องว่างระหว่างสภาพที่คาดหวังกับสภาพที่เกิดขึ้นจริงในฐานะ “พื้นที่สำหรับการพัฒนา” ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนพัฒนาระบบสนับสนุนทางวิชาการและการขยายผลโครงการในระดับสถานศึกษาและเครือข่ายต่อไป
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤษณะ ไกรสี. (2568). ความสำคัญ การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษาต่อการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียน. บัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ วิทยาลัยสงฆ์นครสวรรค์, 13(1), 75–84.
น้ำฝน ยาปัน และ เฮนรี่ ยู อัญชุนดา. (2568). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารทรัพยากรทางการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษากับคุณภาพผู้เรียนของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2. Journal of Applied Education, 3(3), 43–52.
นิภาวรรณ ศิริธนิกุล, รุจิร์ ภู่สาระ และ ภาวิดา ธาราศรีสุทธิ. (2566). แนวทางการบริหารสถานศึกษาที่มีต่อการลดภาระงาน ตามการรับรู้ของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาจังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสมุทรสาคร สมุทรสงคราม. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี, 13(1), 52–61.
โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี. (2563). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2563. สุราษฎร์ธานี: โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี.
โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี. (2566–2568). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ปีการศึกษา 2566–2568. สุราษฎร์ธานี: โรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานี.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2562). ทฤษฎีการประเมิน. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สร้อยสุดา กรีน. (2563). รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำครูในการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 11. (ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร).
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. (2564). หนังสือราชการการอบรมโรงเรียนอนุบาลสุราษฎร์ธานีเป็นโรงเรียนศูนย์โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ. สุราษฎร์ธานี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). คู่มือโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ/หลักสูตรรายวิชา เพิ่มเติมโครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
หฤชนันก์ แสนกันยา. (2565). โปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำทางวิชาการสำหรับครูในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 2. (การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม).
Danielson, C. (2013). The framework for teaching: Evaluation instrument. Chicago, IL: Danielson Group.
DuFour, R., & Fullan, M. (2013). Cultures built to last: Systemic PLCs at work. Indiana: Solution Tree Press.
Eddy, P. L., & Kirby, E. (2020). Leading for tomorrow: A primer for succeeding in higher education leadership. New Jersey: Rutgers University Press.
Hallinger, P., Piyaman, P., & Viseshsiri, P. (2017). Assessing the effects of learning-centered leadership on teacher professional learning in Thailand. Teaching and Teacher Education, 67, 464–476.
Katzenmeyer, M., & Moller, G. (2009). Awakening the sleeping giant: Helping teachers develop as leaders. (3rd ed.). Thousand Oaks, California: Corwin Press.
Lieberman, A., Campbell, C., & Yashkina, A. (2017). Teacher learning and leadership: Of, by, and for teachers. Oxfordshire: Routledge.
McDavid, J. C., Huse, I., & Hawthorn, L. R. L. (2019). Program evaluation and performance measurement: An introduction to practice. (3rd ed.). Thousand Oaks, California: Sage.
Mullis, I. V. S., Martin, M. O., Foy, P., Kelly, D. L., & Fishbein, B. (2020). TIMSS 2019 international results in mathematics and science. Boston: Boston College, TIMSS & PIRLS International Study Center.
Saadati, F., Bastian, A., & Kaiser, G. (2026). Growth of teacher professional competence through professional development programs: A study of mathematics teachers in Chile. Educational Studies in Mathematics, 122, 511–536.
Sheninger, E. (2019). Digital leadership: Changing paradigms for changing times. (2nd ed.). Thousand Oaks, California: Corwin Press.
Stake, R. E. (1967). The countenance of educational evaluation. Teachers College Record, 68(7), 523–540.
York-Barr, J., & Duke, K. (2004). What do we know about teacher leadership? Findings from two decades of scholarship. Review of Educational Research, 74(3), 255–316.