การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับหลักการดนตรีบำบัด เพื่อส่งเสริมสมาธิและทักษะดนตรี สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีภาวะสมาธิสั้น โรงเรียนวัดจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้ตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบระดับสมาธิของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 3) เปรียบเทียบทักษะดนตรีขั้นพื้นฐานของนักเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีภาวะสมาธิสั้น โรงเรียนวัดจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก 15 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบยกกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบสังเกตพฤติกรรมด้านสมาธิของนักเรียน 3) แบบวัดทักษะดนตรีขั้นพื้นฐานของนักเรียน และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ สถิติ Wilcoxon signed-rank test ผลการศึกษาพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เพื่อส่งเสริมสมาธิและทักษะดนตรีที่สร้างขึ้น ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนการเรียนรู้ และมีประสิทธิภาพ 82.50/84.75 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 2) นักเรียนมีคะแนนระดับสมาธิหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีคะแนนทักษะดนตรีขั้นพื้นฐานหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 และ 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์เพื่อส่งเสริมสมาธิและทักษะดนตรีในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.37, S.D. = 0.66)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงสาธารณสุข. (2569). คลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ: จำนวนและร้อยละของความผิดปกติแบบอยู่ไม่นิ่ง (โรคสมาธิสั้น). สืบค้นจาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/8sm4njsl0y6b8e9ovd5ji.
กัลยา วานิชบัญชา. (2564). การวิเคราะห์สถิติ: สถิติสำหรับการบริหารและวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 16). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิตติพงศ์ มาศเกษม. (2563). โรคซนสมาธิสั้นในเด็กและวัยรุ่น. วารสารโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, 16(2), 75–102.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-20.
ณรุทธ์ สุทธจิตต์. (2561). ดนตรีศึกษา: หลักการและสาระสำคัญ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปริชมน คงช่วย. (2567). การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้บนดิจิทัลแพลตฟอร์มตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ร่วมกับการ์ตูนแอนิเมชั่นที่ส่งเสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วารสารนวัตกรรมและวิทยาการเรียนรู้, 17(1), 89-111.
โรงเรียนวัดจอมทอง. (2569). ข้อมูลโรงเรียน. สืบค้นจาก https://www.facebook.com/plk1watjomthong/mentions/.
American Psychiatric Association. (2013). Diagnostic and statistical manual of mental disorders. (5th ed.). Washington, DC: American Psychiatric Association Publications.
Brooks, J. G., & Brooks, M. G. (1999). In search of understanding: The case for constructivist classrooms. Virginia: Association for Supervision and Curriculum Development.
Corder, G. W., & Foreman, D. I. (2010). Nonparametric Statistics for Non-statisticians: A Step-by-Step Approach. Hoboken, NJ: Wiley.
Hallam, S. (2010). The power of music: Its impact on the intellectual, social and personal development of children and young people. International journal of music education, 28(3), 269-289.
Jellison, J. A. (2015). Including everyone: Creating music classrooms where all children learn. Oxford: Oxford University Press.
Martin-Moratinos, M., Bella-Fernández, M., & Blasco-Fontecilla, H. (2023). Effects of Music on Attention-Deficit/Hyperactivity Disorder (ADHD) and Potential Application in Serious Video Games: Systematic Review. Journal of Medical Internet Research, 25(1), 1-13.
Rickson, D. J. (2006). Instructional and improvisational models of music therapy with adolescents who have attention deficit hyperactivity disorder (ADHD): A comparison of the effects on motor impulsivity. Journal of Music Therapy, 43(1), 39–62.
Zentall, S. S. (2005). ADHD and education: Foundations, characteristics, methods, and collaboration. New Jersey: Pearson.