การพัฒนาความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์และทักษะการร่วมมือ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการสอนการเขียนสร้างสรรค์ของกิลเบิร์ต

Main Article Content

กาญจนา วัลมาลี
พิณพนธ์ คงวิจิตต์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยกระบวนการสอนการเขียนสร้างสรรค์ของกิลเบิร์ตหลังการทดลองกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ (2) พัฒนาการด้านทักษะการร่วมมือของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนด้วยกระบวนการสอนการเขียนสร้างสรรค์ของกิลเบิร์ต การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองเบื้องต้น (Pre-Experimental Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดสระยายโสม จำนวน 12 คน ซึ่งศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 ได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในเก็บรวมรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบวัดความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์ และ 2) แบบสังเกตทักษะการร่วมมือ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) สถิติ one-sample t-test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated Measures ANOVA) ผลการศึกษาพบว่า (1) นักเรียนมีคะแนนความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์หลังเรียนเฉลี่ย 23.25 คะแนน (S.D. = 3.68) ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และ (2) ผลการวิเคราะห์พัฒนาการทักษะการร่วมมือจากการวัดซ้ำ 4 ครั้ง พบว่า คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 3.03 เป็น 3.84 และแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
วัลมาลี ก., & คงวิจิตต์ พ. (2026). การพัฒนาความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์และทักษะการร่วมมือ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้กระบวนการสอนการเขียนสร้างสรรค์ของกิลเบิร์ต. Journal of Applied Education, 4(3), 93–106. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JAE/article/view/3611
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอนองค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 21). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นัฐฌา อภิรพงศ์ และ ขวัญชนก นัยจรัญ. (2568). ผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนภาษาไทยตามทฤษฎีสหบทร่วมกับการใช้ผังกราฟิกสำหรับส่งเสริมความสามารถในการเขียนนิทานเชิงสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(1), 54–66.

ปราณี สุรสิทธิ์. (2549). การเขียนสร้างสรรค์เชิงวารสารศาสตร์. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: แสงดาว

ระพิน ชูชื่น และ เพ็ญพรรณ ศรีสายพร. (2564). การพัฒนาการเขียนเชิงสร้างสรรค์โดยใช้กระบวนการเขียนผ่านการเรียนออนไลน์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา (รายงานการวิจัย). ชลบุรี: โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” มหาวิทยาลัยบูรพา.

โรงเรียนวัดสระยายโสม. (2567). ผลการประเมินที่เกี่ยวข้องกับการเขียนสร้างสรรค์ ปีการศึกษา 2567 ระดับประถมศึกษาตอนปลาย. สุพรรณบุรี: โรงเรียนวัดสระยายโสม จังหวัดสุพรรณบุรี.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2567). เครื่องมือคัดกรองความสามารถอ่านออกเขียนได้ (เอกสารประกอบการสอบประเมินผล). สุพรรณบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษา สุพรรณบุรี เขต 2.

สุทธิวรรณ อินทะกนก. (2559). การเขียนเชิงสร้างสรรค์. อุดรธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

อัจฉรา ชีวพันธ์. (2561). กิจกรรมการเขียนสร้างสรรค์ในชั้นประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Gilbert, F. (2020). The haunted house: Teaching creative writing through collaborative learning to 9-13 year olds. In E. Branking, F. Gilbert, & C. Sharples (Eds.), Inspire: Exciting ways of teaching creative writing (pp. 107-125). London: Goldsmiths University of London.

Hargreaves, A., & O'Connor, M. T. (2018). Collaborative professionalism: When teaching together means learning for all. Thousand Oaks, California: Corwin Press.

Johnson, D. W., & Johnson, R. T. (1989). Cooperation and competition: Theory and research. Edina, Minnesota: Interaction Book Company.

Piaget, J. (1972). Intellectual Evolution from Adolescence to Adulthood. Human Development, 15(1), 1-12.

Smith, J. A. (1973). Creative teaching of language arts in the elementary school. Boston: Allyn and Bacon.

Togatorop, E. (2015). Teaching writing with a web based collaborative learning. International Journal of Economics and Financial Issues, 5(1), 247-256.