แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

Main Article Content

นิศรา มหิตธิ
สมกูล ถาวรกิจ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา (2) ศึกษาความต้องการจำเป็นของภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา สังกัดองค์กรบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี และ (3) นำเสนอแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษานี้จำนวน 267 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสังกัดองค์กรบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี เครื่องมือในการวิจัยคือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น และ วิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) ภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา สังกัดองค์กรบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลาง (2) การประเมินความต้องการจำเป็นภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา มีจุดแข็งคือการปรับตัวต่อสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และจุดอ่อนคือ ขาดความกล้าตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และ (3) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถสูงตามเกณฑ์คุณภาพของการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา คือ ผู้บริหารต้องแสดงภาวะผู้นำที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ โดยให้ความสำคัญกับการมุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานขององค์กรเป็นหลัก ควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสมรรถนะ ทักษะ และทัศนคติในการทำงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายของสถานศึกษา พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการบริหารจัดการของสถานศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มหิตธิ น., & ถาวรกิจ ส. (2026). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วเพื่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของสถานศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี. Journal of Applied Education, 4(1), 11–26. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JAE/article/view/3274
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กฤตภาส บุญโยธา และ ดาวรุวรรณ ถวิลการ. (2566). ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาภาวะผู้นำแบบคล่องแคล่วในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. วารสารวิจัย มข. (ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(3), 110–120.

ฐากร สิทธิโชค และ อัศว์ศิริ ลาปีอี. (2568). การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของภาคประชาสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ตามร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. . กรณีจังหวัดสงขลา และจังหวัดพัทลุง. วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, 19(1), 23–39.

ดวงดาว มงคลสวัสดิ์, สุมาลี ศรีพุทธรินทร์ และ จารุวรรณ เขียวน้ำชุม. (2568). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงาน วิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามุกดาหาร. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 9(1), 438–460.

นิลาวัลย์ จันทร์ต้น. (2568). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาในยุคดิจิทัลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1. (ครุศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร).

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ปวีณา พลพาลสังข์ และ ธดา สิทธิ์ธาดา. (2567). การจัดการความรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารงานบุคคลในสถานศึกษาสังกัดกรุงเทพมหานคร กลุ่มกรุงเทพใต้. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 10(3), 1-9.

เพียงใจ อินหงสา. (2568). แนวทางการพัฒนาองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบึงกาฬ. (ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น).

วิชัย จันทร์จำรูญ, สุกิจ โพธิ์ศิริกุล, วรฉาย ทองคำ, วิราภรณ์ ส่งแสง และ บุญจักรวาล รอดบำเรอ. (2565). กระบวนการจัดการความรู้แหล่งเรียนรู้ในสถานศึกษา: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม. วารสารรัชต์ภาคย์, 16(45), 536–548.

ศกุนตลา พร้อมมูล, ศกุนตลา พร้อมมูล, บรรจบ บุญจันทร์ และ อริสา นพคุณ. (2567). การพัฒนาสมรรถนะครูไทยยุคปกติใหม่ตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 6(2), 451–466.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2558). เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA). สืบค้นจาก https://www.opdc.go.th.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อภิวัฒน์ มรรคผล และ อุไร สุทธิแย้ม. (2566). ภาวะผู้นำแบบ Agile ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสารบัณฑิตศึกษา : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 16(1), 64-87.

อาจบดินทร์ ผ่องพันธุ์งาม และ วานิช ประเสริฐพร. (2568). การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารในยุคดิจิทัลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2. สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์, 12(2), 187–197.

Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.