ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ร่วมกับบอร์ดเกม เรื่อง เลขยกกำลัง วิชาคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิดร่วมกับบอร์ดเกม วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลังและ 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิดร่วมกับบอร์ดเกม วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง โรงเรียนนิคมสร้างตนเองพิมาย 4 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 23 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 คัดเลือกด้วยกระบวนการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือสำหรับการวิจัย คือ (1) แผนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด ร่วมกับบอร์ดเกมวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง (2) บอร์ดเกม เรื่อง เลขยกกำลัง (3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เลขยกกำลัง และ (4) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด ร่วมกับบอร์ดเกม สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการวิเคราะห์ด้วยค่าทีแบบ dependent t-test ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด ร่วมกับบอร์ดเกม เรื่อง เลขยกกำลัง วิชาคณิตศาสตร์ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด ร่วมกับบอร์ดเกม วิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง หลังได้รับการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.58, S.D. = 0.28)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
ณิชกานต์ วงศ์แก้ว และ กรวิภา สรรพกิจจํานง. (2568). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เศษส่วน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้บอร์ดเกมชุดภารกิจพิชิตดินแดนเศษส่วน. Journal of Buddhist Education and Research, 11(1), 427–437.
ทิศนา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนพงษ์ หัตถสาร, ปวีณา ขันธ์ศิลา และ ประภาพร หนองหารพิทักษ์. (2568). การสร้างและใช้บอร์ดเกม เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีภาคตะวันออกแห่งสุวรรณภูมิ, 4(1), 31–45.
ธิดาพร ผันผ่อน, ประภาพร หนองหารพิทักษ์ และ ปวีณา ขันธ์ศิลา. (2566). การสร้างบอร์ดเกมเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่องทฤษฎีบทพีทาโกรัส สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารครุศาสตร์อุตสาหกรรม, 22(1), 99–109.
นิลดา ชูพันธ์. (2565). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิดที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 23(2), 113-126.
ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์. (2547). การสอนโดยใช้วิธีการแบบเปิดในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่น. KKU Journal of Mathematics Education, 1(1), 1-17.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2560). คู่มือการใช้หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
Bloom, B. S. (1971). Mastery learning and its implications for curriculum development. In E. W. Eisner (Ed.), Confronting curriculum reform (pp. 17–49). New York: Little, Brown and Company.
Bruner, J. S. (1966). Toward a theory of instruction. Cambridge, MA: Harvard University Press.
Nohda, N. (2000). Teaching by open-approach method in Japanese mathematics classroom. In T. Nakahara, T. & Koyama, M. (Eds.), Proceedings of the 24th Conference of the International Group for the Psychology of Mathematics Education (pp. 39–53). Hiroshima: Hiroshima University.
Thorndike, E. L. (1913). Educational psychology: The psychology of learning (Vol. 2). New York: Teachers College, Columbia University.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.