การบริหารธุรกิจบนพื้นฐานของเมตตาบารมี

ผู้แต่ง

  • สิรินทร์ กันยาวิริยะ บริษัท ล.ธนวงศ์ (1997) จำกัด
  • ชิสา กันยาวิริยะ บริษัท ล.ธนวงศ์ (1997) จำกัด

คำสำคัญ:

การบริหารธุรกิจ, เมตตาบารมี, ภาวะผู้นำเชิงคุณธรรม

บทคัดย่อ

       

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์แนวคิด “เมตตาบารมี” ในพุทธปรัชญา และสังเคราะห์เป็นกรอบแนวคิดสำหรับการบริหารธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการคุณธรรมภายในของผู้นำเข้ากับกระบวนการบริหารและผลลัพธ์ขององค์กร การศึกษานี้ใช้วิธีการในลักษณะของการวิเคราะห์เอกสารและการสังเคราะห์เชิงแนวคิดจากแหล่งข้อมูลทางพระพุทธศาสนาและงานวิชาการที่เกี่ยวข้อง การศึกษาพบว่า เมตตาบารมีสามารถอธิบายได้ในฐานะคุณธรรมที่มีการพัฒนาเป็นลำดับขั้น และมีบทบาทสำคัญในการกำกับการตัดสินใจ การสร้างความสัมพันธ์ และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร นอกจากนี้ การศึกษายังนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ คือ “กรอบแนวคิดการบริหารธุรกิจบนพื้นฐานของเมตตาบารมี” ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติ ได้แก่ มิติของผู้นำ มิติของกระบวนการบริหาร และมิติของผลลัพธ์ โดยมีเมตตาบารมีเป็นกลไกภายในที่เชื่อมโยงทั้งสามมิติอย่างเป็นระบบ กรอบแนวคิดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า การบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมิได้เกิดจากการจัดการทรัพยากรเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการพัฒนาคุณภาพของจิตใจและความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์กร องค์ความรู้ที่ได้จากบทความนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาองค์กรที่เน้นทั้งประสิทธิภาพทางธุรกิจและคุณค่าทางจริยธรรม อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2544). พุทธธรรม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.

พระพุทธโฆสาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ). (2551). คัมภีร์วิสุทธิมรรค. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภ มหาเถร) แปลและเรียบเรียง. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ : บริษัท ธนาเพรส จำกัด.

พระมหาวุฒิพร อภิวฑฺฒโน. (2553). การแผ่เมตตา หนึ่งแง่งามของจิตใจ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : อาทรการพิมพ์.

ภัทร์ระพี วารีดี. (2565). ภาวะผู้นำทางจิตวิญญาณในองค์กร. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มะสุกรี ตายะกาเร็ง. (2564). แนวคิดภาวะผู้นำเชิงบารมีในพระพุทธศาสนา. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

สถิระ ราชรินทร์. (2561). วิเคราะห์เมตตาในฐานะเป็นฐานแนวคิดภราดรภาพ. วารสาร มจร ปรัชญาปริทรรศน์, 1(2), 1-13.

เอกชัย อุไรสินธ์. (2564). แนวปฏิบัติตามปฏิปทาของพระโพธิสัตว์ในสังคมไทยปัจจุบัน. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

Cameron, K. S., Dutton, J. E., & Quinn, R. E. (2003). Positive organizational scholarship. San Francisco: Berrett-Koehler.

Drucker, P. F. (2008). Management: Revised edition. New York: HarperCollins.

Elkington, J. (1997). Cannibals with forks: The triple bottom line of 21st century business. Oxford: Capstone.

Freeman, R. E. (1984). Strategic management: A stakeholder approach. Boston: Pitman.

Fry, L. W. (2003). Toward a theory of spiritual leadership. The Leadership Quarterly, 14(6), 693–727. https://doi.org/10.1016/j.leaqua.2003.09.001

Goleman, D. (1995). Emotional intelligence. New York: Bantam Books.

Gotsis, G., & Grimani, K. (2016). The role of servant leadership in fostering inclusive organizations. Journal of Management Development, 35(8), 985–1010. https://doi.org/10.1108/JMD-07-2015-0095

Greenleaf, R. K. (1977). Servant leadership: A journey into the nature of legitimate power and greatness. New York: Paulist Press.

Porter, M. E., & Kramer, M. R. (2011). Creating shared value. Harvard Business Review, 89(1–2), 62–77.

Robbins, S. P., & Coulter, M. (2018). Management (14th ed.). Harlow, UK: Pearson.

Seligman, M. (2011). Flourish: a visionary new understanding of happiness and wellbeing. Policy, 27(3), 60-61

Senge, P. M. (2006). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization (Rev. ed.). New York: Doubleday.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

07/01/2026

รูปแบบการอ้างอิง

กันยาวิริยะ ส. ., & กันยาวิริยะ ช. (2026). การบริหารธุรกิจบนพื้นฐานของเมตตาบารมี. วารสารสถาบันพอดี, 3(2), 36–47. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/IS-J/article/view/4106