ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เราควรจะก้าวอย่างไร
Main Article Content
บทคัดย่อ
ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) ได้มีผลประกาศใช้บังคับแล้ว หลังจากที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ เมื่อวันที่ ๑๓ ต.ค.๖๑ ที่ผ่านมา สำหรับยุทธศาสตร์ชาตินี้ มีขึ้นเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยจะมีสภาพบังคับให้รัฐบาลชุดต่างๆ ต้องจัดทำนโยบายและงบประมาณที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและหน่วยงานราชการต่างๆ ต้องปฏิบัติตาม ยุทธศาสตร์ชาติฉบับนี้จึงมีความสำคัญมากในการกำหนดความเป็นไปของประเทศและเกี่ยวข้องกับทุกคนที่มีสัญชาติไทย ด้วยความสำคัญดังกล่าว กองศึกษายุทธศาสตร์ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ จึงได้นำผลการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมโลกใน ๓๐ ปีข้างหน้าจากเอกสาร Global Strategic Trends The Future Starts Today, 6th ed. ของกระทรวงกลาโหมอังกฤษมาเป็นองค์ประกอบในการพิจารณาแนวโน้มภายนอกร่วมกับการศึกษาปัจจัยภายในประเทศด้านต่างๆ อันเป็นทั้งแรงผลักและแรงต้านต่อการเดินหน้าประเทศไทยตามยุทธศาสตร์ชาติ อย่างไรก็ตาม
การไหลรวมหรือมาบรรจบกันของแนวโน้มต่างๆ ทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์และตัดกันของแนวโน้มที่แตกต่างกัน ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นทวีคูณและผลสัมฤทธิ์ที่ยากแก่การคาดการณ์ การไหลรวมดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยอัตราความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งกระทบต่อแนวโน้มด้านการเมือง ทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม การมาบรรจบกันของแนวโน้มต่างๆ ประกอบไปด้วยความไม่แน่นอนซึ่งมีโอกาสเกิด Strategic Shocks และปัญหาที่ใหญ่โตมาก Strategic Shocks หรือเรียกว่า เหตุการณ์ “หงส์ดำ(black swan)” คือผลจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น เหตุการณ์ 9/11 หรือ ผลที่ตามมาของจุดสังเกตุที่เป็นอันตรายตามเส้นแนวโน้มซึ่งเดินทางมาถึงก่อนเวลาที่คาดการณ์ไว้ ปัญหาที่มีอยู่และความเข้าใจถึงความซับซ้อน ผลกระทบอย่างมหาศาล เช่น คลื่นผู้อพยพ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจจะไม่ได้รับแก้ไขภายในระยะเวลาอันสั้น นอกจากนี้การคาดการณ์และการพัฒนาตามปกติอาจพลิกผันเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอันมีที่มาจากการปฏิสัมพันธ์ของแนวโน้มต่างๆ จนเป็นเหตุให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ ศักยภาพในการหยุดชะงักเพิ่มขึ้นจากผลกระทบลำดับที่ ๒ และ ๓ ของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม เช่น อูเบอร์ไรเซชั่น (Uberization) การบริการด้านลอจิสติกส์และการดูแลสุขภาพ ในท้ายที่สุดบทบาทที่เพิ่มขึ้นของตัวแสดงที่ไม่ใช่รัฐและบุคคลที่มีอำนาจในกิจการภายในประเทศและต่างประเทศได้เพิ่มความยากในการจัดการกับความท้าทายต่างๆ ซึ่งอาจเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงในอนาคตที่กระทบต่อการนำพาประเทศชาติไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ต่อไป
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความในวารสารนี้อยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0)
ท่านสามารถอ่านและใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษา และทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัย หรือการอ้างอิง โดยต้องให้เครดิตอย่างเหมาะสมแก่ผู้เขียนและวารสาร
ห้ามใช้หรือแก้ไขบทความโดยไม่ได้รับอนุญาต
ข้อความที่ปรากฏในบทความเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนเท่านั้น
ผู้เขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความถูกต้องของบทความของตนอย่างเต็มที่
การนำบทความไปเผยแพร่ซ้ำในรูปแบบสาธารณะอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากวารสาร
เอกสารอ้างอิง
Future Operating Environment 2035, 15 Nov 16
HM Government, National Security Strategy and Strategic Defence and Security Review 2015.
The United Kingdom’s Ministry of Defence (MOD), Global Strategic Trends The Future Starts Today, 6th ed.
Strategic Foresight Analysis 2017 Report
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ยุทธศาสตร์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔
หัสยา ไทยานนท์, การทบทวนยุทธศาสตร์ประเทศไทยปี ๒๕๕๗ –๒๕๕๘ : การสำรวจสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป, วารสารสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, ปีที่ ๖ ฉบับที่ ๒ มกราคม – เมษายน ๒๕๕๘
สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ, ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐ (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา), ตุลาคม ๒๕๖๑
สำนักงานจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง, ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง, ๓ เมษายน ๒๕๖๑
“สังคมสูงวัย ปัญหาที่ถุกมองข้าม ในแผนปฏิรูปประเทศ”, ๑๓ เมษายน ๒๕๖๑, https://mgronline.com/daily/detail/9610000036259