การวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับแอพพลิเคชัน TikTok
คำสำคัญ:
การวิจัยปฏิบัติการ, ทักษะการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษ, การเรียนรู้แบบเน้นภาระงาน, แอปพลิเคชัน TikTokบทคัดย่อ
โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับแอปพลิเคชัน TikTok ผ่านกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ การวิจัยปฏิบัติการครั้งนี้แบ่งเป็น 5 วงรอบ ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในแต่ละวงรอบตามลำดับ ดังนี้ วงรอบที่ 1 กิจกรรม “Introduction to Oral Presentation” ในสถานการณ์ “Love” วงรอบที่ 2 กิจกรรม “Expressing Ideas in Oral Presentation” ในสถานการณ์ “Dream” วงรอบที่ 3 กิจกรรมการเรียนรู้ “Persuasive Oral Presentation” ในสถานการณ์ “Motivation” วงรอบที่ 4 กิจกรรม “Complete Oral Presentation” ในสถานการณ์ “Improving English Skills” และ วงรอบที่ 5 กิจกรรม “Summative Oral Presentation Performance” ในสถานการณ์ “Improving English Skills” กลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนสกลราชวิทยานุกูล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร จำนวน 15 คน ได้มาโดยวิธีสมัครใจ (Voluntary Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับแอปพลิเคชัน TikTok แบบประเมินทักษะการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
- การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงานร่วมกับแอปพลิเคชัน TikTok ผ่านกระบวนการวิจัยปฏิบัติการ สามารถพัฒนาทักษะการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษของนักเรียนได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในวงรอบสุดท้าย นักเรียนทุกคน (ร้อยละ 100) มีทักษะการพูดนำเสนอภาษาอังกฤษผ่านเกณฑ์การประเมินร้อยละ 75 ของคะแนนเต็ม
- นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (
= 4.95, S.D. = 0.15)
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กิรติ สิทธิรักษ์, อนิรุธ ชุมสวัสดิ์, สุวัฒน์ มะเดข และอรดา โอภาสรัตนากร. (2567). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบเน้นภาระงาน (Task-Based Learning) โดยใช้กิจกรรมการแลกเปลี่ยนข้อมูล (Information Gap) เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 13(1), 44-59.
ปิยะมาศ กิ่งน้ำฉ่า. (2564). รายงานการวิจัยในชั้นเรียน: การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษด้วยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร (CLT) ผ่านการ Duet บนแอปพลิเคชัน TikTok ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนเมืองหลังสวน. ชุมพร: โรงเรียนเมืองหลังสวน.
พิมพ์นารา ลิมป์กาญจนวัฒน์ และสุดาพร พงษ์พิษณุ. (2566). การพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษโดยใช้สื่อแอปพลิเคชัน TikTok ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน. วารสารวิชาการวิทยาลัยแสงธรรม, 16(2), 80-95.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
สหรัฐ ลักษณะสุต. (2565). ผลการใช้แอปพลิเคชัน TikTok เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษของผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม, 11(2), 75-94.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
Brown, H. D. (2001). Teaching by Principles: An Interactive Approach to Language Pedagogy (2nd ed.). New York: Longman.
Canale, M., & Swain, M. (1980). Theoretical Bases of Communicative Approaches to Second Language Teaching and Testing. Applied Linguistics, 1(1), 1-47.
De Grez, L., Valcke, M., & Roozen, I. (2009). The impact of goal orientation, self-reflection and personal characteristics on the acquisition of oral presentation skills. European Journal of Psychology of Education, 24(3), 293–306.
EF Education First. (2024). EF English Proficiency Index 2024. Zürich: EF Education First.
Ellis, R. (2003). Task-Based Language Learning and Teaching. Oxford: Oxford University Press.
Luoma, S. (2004). Assessing Speaking. Cambridge: Cambridge University Press.
Maslow, A. H. (1943). A Theory of Human Motivation. Psychological Review, 50(4), 370-396.
Nunan, D. (2004). Task-Based Language Teaching. Cambridge: Cambridge University Press.
Punkhoom, W., Sutthisan, S., Suksawas, W., Raksasat, N., & Jehma, H. (2025). TikTok-enhanced language learning: Evaluating short-form video content impacts on Thai EFL students’ vocabulary growth. rEFLections, 32(3),
–1792.
Thaksanan, P. (2024). The study of EFL students' public speaking anxiety and academic oral presentation strategies at a tertiary level in Thailand. Journal of Education and Innovation, 26(4), 48–59.
Willis, J. (1996). A Framework for Task-Based Learning. Harlow, England: Longman.
Wiriyapan, P. (2022). The effects of using task-based language teaching on the speaking performance and perceptions of Thai students. (Master's thesis) Mahidol University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
