การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีน โดยใช้กิจกรรมจับคู่ เพื่อฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร

ผู้แต่ง

  • ธนัญกิตติพัฒน์ คงทรง คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ชนากานต์ ขำดำรงเกียรติ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
  • ณิชกานต์ เสนามาตย์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม

คำสำคัญ:

การจัดการเรียนรู้ภาษาจีน, กิจกรรมจับคู่อ่านออกเสียงคำศัพท์, ทักษะการอ่านออกเสียงภาษาจีน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมจับคู่เพื่อฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ตามเกณฑ์ 70/70 2) เปรียบเทียบคะแนนทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนหลังเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 3) เปรียบเทียบคะแนนทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนก่อนเรียนและหลังเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยนี้ใช้แบบแผนการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ห้อง 9 โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร จังหวัดมหาสารคาม ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมจับคู่เพื่อฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีน จำนวน 4 แผน มีคุณภาพอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด 2) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีน จำนวน 20 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67-1.00 ค่าความยากง่ายระหว่าง 0.40-0.80 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.22-0.75 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.94 และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ จำนวน 10 ข้อ มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.67–1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ (E1/E2) การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน

       ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมจับคู่เพื่อฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีน มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 71.00/75.50 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 70/70 ที่กำหนดไว้ 2) นักเรียนมีคะแนนทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนหลังเรียนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 75.50 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) นักเรียนมีคะแนนทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 4) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( equation= 4.49, S.D. = 0.74)

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

ไพศาล วรคำ. (2562). การวิจัยทางการศึกษา (Educational Research) (พิมพ์ครั้งที่ 11). มหาสารคาม: ตักสิลาการพิมพ์.

ภัทราพร พันธ์สิวกานต์ และฉัตรวรรณ์ ลัญฉวรรธนะกร. (2559). ผลของการใช้เทคนิคการสอนโดยเพื่อนต่างระดับชั้นที่มีต่อความสามารถในการอ่านออกเสียงของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีปัญหาทางการอ่านในโรงเรียนขนาดเล็ก. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา, 11(4), 835-846.

มัทนพร บุญมาก และประภาศ ปานเจี้ยง. (2567). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาจีนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบโฟนิกส์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 9(3), 153–164.

วรวีร์ ธรรมกาโร, ชมพูนุช เมฆเมืองทอง และภูษิต บุญทองเถิง. (2566). การพัฒนาความสามารถในการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือ เทคนิค LT. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 3(6), 815–826.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทย ระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค. เข้าถึงได้จาก http://backoffice.thaiedresearch.org/uploads/paper/f5c96b99d7f1de918b70211b7f15b885.pdf 10 กรกฎาคม 2569.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. เข้าถึงได้จาก https://backoffice.onec.go.th/uploads/Book/1540-file.pdf 10 กรกฎาคม 2569.

สุภาพร เจริญสุข, กิตตา ตันติหาชัย และปิยพัฒน์ ช่วยอินทร์. (2565). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการใช้กลยุทธ์การเรียนรู้ภาษาและระดับความวิตกกังวลในการเรียนภาษาของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(1), 79-99.

หวัง เทียนซง. (2561). วิจัยเกี่ยวกับการสอนการออกเสียงภาษาจีนสำหรับนักเรียนชาวไทย. วารสารวิจัยและพัฒนา

วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 13(1), 253-261.

Aroonawongsa, S., Juraiyanon, P., & Larblerd, T. (2025). Comparative analysis of tonal systems in Chinese and Thai and teaching strategies for Chinese tonal patterns. Rajamangala University of Technology Tawan-ok Social Science Journal, 14(1), 1–10.

Krashen, S. D. (1982). Principles and practice in second language acquisition. Oxford: Pergamon Press.

Tian, L., & Jiang, Y. (2021). L2 proficiency pairing, task type and L1 use: A mixed-methods study on optimal pairing in dyadic task-based peer interaction. Frontiers in Psychology, 12, 699774.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.

Yao, S., Zhang, D., & Shen, Q. (2022). Research on anxiety of learning Chinese as a second or foreign language in and outside mainland China: A systematic review of the literature 1999–2020. Frontiers in Psychology, 13, 843858.

Zhang, L., & Liu, S. (2020). Acoustic analysis of Chinese tone production by Thai-speaking learners of L2 Chinese. Journal of Second Language Studies, 3(2), 180–204.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

คงทรง ธ., ขำดำรงเกียรติ ช., & เสนามาตย์ ณ. (2026). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาจีน โดยใช้กิจกรรมจับคู่ เพื่อฝึกอ่านออกเสียงคำศัพท์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนพยัคฆภูมิวิทยาคาร. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(52), 184–193. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/jci/article/view/4167