การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงและการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาที่มีภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ด้านการอ่าน โดยใช้เทคนิคการจำเป็นภาพร่วมกับสื่อประสมและเพื่อนช่วยเพื่อน
คำสำคัญ:
กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ, ทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์, เทคนิคการจำเป็นภาพ, สื่อประสมบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการด้านทักษะการอ่านออกเสียงและการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ หลังเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาที่มีภาวะบกพร่องในการเรียนรู้ด้านการอ่าน โดยใช้เทคนิคการจำเป็นภาพร่วมกับสื่อประสมและกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1–6 โรงเรียนบ้านหนองหมื่นถ่าน-หนองยาง สังกัด สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 13 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ดำเนินการ 6 วงรอบ โดยใช้วิธีการสอนแบบ Pre-While-Post เพื่อฝึกทักษะการอ่านและการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน 2) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านออกเสียงและการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และ 3) แบบวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (G)
ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนทั้ง 13 คน มีพัฒนาการด้านทักษะการอ่านออกเสียงและการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกวงรอบ คิดเป็นร้อยละ 100 2) คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนทุกคน คิดเป็นร้อยละ 100 แสดงถึงความก้าวหน้าของผู้เรียน และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการจำเป็นภาพร่วมกับสื่อประสมและกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.54
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ (2551). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิกา. (2556). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่สิบเอ็ด พ.ศ. 2555-2559. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
คาลอส บุญสุภา และชนิดา มิตรานันท์. (2567). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการปรับพฤติกรรมของเด็กที่มีภาวะออทิซึมสเปคตรัมระหว่างปี พ.ศ. 2557–2567. สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
ชาญวิทย์ พรนภดล. (2562). โรคสมาธิสั้น. กรุงเทพฯ: ศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน. กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร.
นิวัฒน์ สาระขันธ์. (2563). การสอนเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียน. วารสารบริหารการศึกษาบัวบัณฑิต, 20(3), 89-97.
นูรมา บีรู, สายสุดา สุขแสง และฐานันท์ ตั้งรุจิกุล. (2567). การพัฒนาทักษะการออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษ โดยใช้ชุดฝึกอ่านคำศัพท์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเกาะหมี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ. 17 พฤษภาคม 2567. (หน้า 1075-1088). สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักนายกรัฐมนตรี. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2). กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา. (2555). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2551). ความรู้พื้นฐานทางการอ่าน ใน เอกสารการสอนชุดวิชา การใช้ภาษาไทย หน่วยที่ 1-8. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2557). การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 17). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
องอาจ นัยพัฒน์. (2551). การออกแบบการวิจัย : วิธีการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ และผสมผสานวิธีการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ahour, T., & Berenji, S. (2015). A comparative study of rehearsal and loci methods in learning vocabulary in EFL context. Theory and Practice in Language Studies, 5(7), 1451.
Bloom, B. M. (1968). Learning for Mastery. Center for the Study of Evaluation of Instructional Programs, 1, 1-12.
Kemmis, & McTaggart, R. (1988). The Action research planner (3rd ed.). Australia: Deakin University.
Kintsch, W. (1970). Models of human memory. Models for free recall and recognition. In D. A. Norman (Ed.) (pp. 331-373). New York: Academic Press.
Paivio, A., & Clark, J. M. (1991). Dual coding theory and education. Educational Psychology Review, 3(3), 149-210.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: The Development of Higher Psychological Processes. Cambridge, MA: Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
