ความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1: กรณีศึกษาโรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา จังหวัดลำพูน

ผู้แต่ง

  • อรพรรณ ศรีไม้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
  • ทรงพล ผดุงพัฒนากูล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

คำสำคัญ:

ความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ , สมรรถนะทางวิทยาศาสตร์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา จังหวัดลำพูน โดยประเมินตามกรอบแนวคิด Claim–Evidence–Reasoning (CER) กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 38 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 เครื่องมือวิจัยเป็นแบบวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ จำนวน 3 สถานการณ์ ได้แก่ การถ่ายโอนความร้อน แรงเสียดทาน และความชื้น การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ร่วมกับการวิเคราะห์เนื้อหา

       ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความสามารถในการสร้างคำอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์รวมเท่ากับ 5.66 จากคะแนนเต็ม 18 คะแนน อยู่ในระดับควรปรับปรุง นักเรียนร้อยละ 86.84 อยู่ในระดับดังกล่าว เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า ด้านข้อกล่าวอ้าง มีคะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา คือ ด้านหลักฐาน และต่ำที่สุด คือ ด้านการให้เหตุผล นอกจากนี้ยังพบว่า บริบทของสถานการณ์มีอิทธิพลต่อผลการตอบ โดยสถานการณ์ที่เป็นรูปธรรมและใกล้ตัวช่วยให้ผู้เรียนสร้างคำอธิบายได้ดีกว่าสถานการณ์ที่มีความเป็นนามธรรมสูง ผลการวิจัยสะท้อนถึงความจำเป็นของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์อย่างมีโครงสร้างและชัดเจน เพื่อพัฒนาทักษะการอ้างอิง หลักฐาน และการให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560). นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สุปราณี บัวล้อมใบ, จินตนา ศิริธัญญารัตน์ และจิตติรัตน์ แสงเลิศอุทัย. (2566). การพัฒนาสมรรถนะการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน.

วารสารสังคมศาสตร์วิจัย, 14(1), 48-63. เข้าถึงได้จาก http://dept.npru.ac.th/jssr/data/files/14.1jssr4.pdf

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2563). รายงานการติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2565). รายงานผลการประเมิน PISA 2022. กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

Daehler, K. R., & Folsom, J. (2016). Making sense of science: Supporting teachers of grades 6–12 in developing science literacy. Saskatchewan, Canada: WestEd Publications Center.

Inhelder, B., & Piaget, J. (1958). The growth of logical thinking from childhood to adolescence: An essay on the construction of formal operational structures. Retrieved from https://doi.org/10.1037/10034-000

National Research Council. (2012). A framework for K-12 science education: Practices, crosscutting concepts, and core ideas. Washington, DC: The National Academies Press. Retrieved from https://doi.org/10.17226/13165

McNeill, K. L., Lizotte, D. J., Krajcik, J., & Marx, R. W. (2006). Supporting students’ construction of scientific explanations by fading scaffolds in instructional materials. The Journal of the Learning Sciences, 15(2), 153-191. Retrieved from https://doi.org/10.1207/s15327809jls1502_1

McNeill, K. L., & Krajcik, J. S. (2008). Scientific explanations: Characterizing and supporting the writing of science explanations in hereditary and variation. Science Education, 92(1), 53–77. Retrieved from https://doi.org/10.1002/sce.20226

McNeill, K. L., & Krajcik, J. S. (2012). Supporting scientific explanations with evidence-based writing in middle school: CER in action. London: Pearson Education.

Zangori, L., & Forbes, C. T. (2013). Preservice elementary teachers’ rhetorical structures of scientific explanations.

Journal of Research in Science Teaching, 50(8), 982–1005. Retrieved from https://doi.org/10.1002/tea.21101

OECD. (2023). PISA 2025 science framework. Paris: OECD Publishing. Retrieved from https://doi.org/10.1787/c8f6ad8e-en

Sampson, V., & Clark, D. B. (2008). Assessment of the ways students generate arguments in science education: Current perspectives and recommendations for future directions. Science Education, 92(3), 447–472. Retrieved from https://doi.org/10.1002/sce.20276

Sampson, V., Grooms, J., & Walker, J. P. (2013). Argument-driven inquiry as a way to help students learn how to participate in scientific argumentation and craft written arguments: An exploratory study. Science Education, 95(2), 607-643. Retrieved from https://doi.org/10.1002/sce.21060

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-29

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีไม้ อ., & ผดุงพัฒนากูล ท. (2026). ความสามารถในการอธิบายปรากฏการณ์ในเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1: กรณีศึกษาโรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา จังหวัดลำพูน. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(51), 174–184. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/jci/article/view/3229