การวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้สะตีมศึกษา เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติ
คำสำคัญ:
การวิจัยเชิงปฏิบัติการ , สะตีมศึกษา, ทักษะการคิดสร้างสรรค์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยใช้การจัดการเรียนรู้สะตีมศึกษา เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีรูปแบบการวิจัยแบบ PAOR จำนวน 2 วงรอบ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านนาดี ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร มีจำนวนทั้งสิ้น 12 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 6 แผน แบบประเมินทักษะการคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 1) ความคิดริเริ่ม 2) ความคิดยืดหยุ่น 3) ความคิดคล่องแคล่ว และ 4) ความคิดละเอียดลออ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้สะตีมศึกษา เรื่อง รูปเรขาคณิตสามมิติ มีทักษะการคิดสร้างสรรค์อยู่ในเกณฑ์ดี มีค่าเฉลี่ย ( ) รวมเท่ากับ 11.04 จากคะแนนเต็ม 16 โดยคะแนนด้านความคิดริเริ่มมีคะแนนสูงที่สุด ตามด้วยความคิดคล่องแคล่ว ความคิดยืดหยุ่น และความคิดละเอียดละออตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
ณรงค์เดช สีมาสม และคณะ. (2567). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสะตีมศึกษา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, 18(2), 803-820. เข้าถึงได้จาก
https://search.tci-thailand.org/article.html?b3BlbkFydGljbGUmaWQ9ODM3NTkw
ณัฐวรรณ เฉลิมสุข และอิทธิเดช น้อยไม้. (2567). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางสะตีมศึกษา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารเมธีวิจัย Savant Journal of Social Sciences, 1(6), 74–90. เข้าถึงได้จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/SJ_SS/article/view/691
ณิชา พิทยาพงศกร. (2567). PISA 2022 กับโจทย์ความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทย. กรุงเทพฯ: ทีดีอาร์ไอ.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.
ประภาพร เทียมเพ็ง, สุมาลี ชูกำแพง และบังอร แถวโนนงิ้ว. (2566). การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์
ด้วยการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดสะตีมศึกษาโดยผลิตชิ้นงานจากวัสดุเหลือใช้. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 13(2), 189–201.
พิจิตรา ธงพานิช. (2560). วิชาการออกแบบและการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน (พิมพ์ครั้งที่ 3). นครปฐม: มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์.
สมหญิง เพ็ชรสุวรรณ. (2566). การจัดการเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษาเพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์
เรื่อง รูปเรขาคณิตในลายผ้าทอน้ำอ่าง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. การค้นคว้าอิสระ กศ.ม. พิษณุโลก:มหาวิทยาลัยนเรศวร.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). แนวทางการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ส่งเสริมทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ภายใต้สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักบริหารงานการมัธยมศึกษาตอนปลาย. (2558). รายงานประจำปี. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
Battista, M. T. (2007). The development of geometric and spatial thinking. In F. Lester (Ed.), Second handbook of research on mathematics teaching and learning. Charlotte, NC: Information Age.
Dick, W., Carey, L., & Carey, J. O. (2009). The systematic design of instruction (7th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson/Merrill Education.
Guilford, J. P. (1968). Intelligence, creativity, and their educational implications. San Diego, CA: Knapp.
Piaget, J., & Inhelder, B. (1969). The psychology of the child. New York: Basic Books.
Reiser, R. A., & Dempsey, J. V. (Eds.). (2017). Trends and issues in instructional design and technology (4th ed.). Boston, MA: Pearson Education.
Yakman, G. (2008). STEAM Education: An overview of creating focused transitions between secondary and postsecondary education. Master's thesis, VtechWorks: Virginia Polytechnic Institute and State University.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
