ข้อบกพร่องทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ของนักศึกษาจีนที่ศึกษาภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง: กรณีการศึกษากลวีธีการบอกเลิกสัญญาของผู้พูดและผู้ฟังที่มีสถานภาพแตกต่างกัน
คำสำคัญ:
วัจนปฏิบัติศาสตร์, ข้อบกพร่องทางวัจนปฏิบัติศาสตร์, กลวิธีการบอกเลิกสัญญา, ผู้เรียนชาวจีน, สถานภาพทางสังคมบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการบอกเลิกสัญญาและจำแนกประเภทข้อบกพร่องทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ของนักศึกษาชาวจีนที่เรียนภาษาไทยในฐานะภาษาที่สอง โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์การใช้ภาษาในบริบทที่มีสถานภาพทางสังคมของคู่สนทนาแตกต่างกัน 3 ระดับ ได้แก่ ผู้พูดมีสถานภาพต่ำกว่า สูงกว่า และเท่ากับผู้ฟัง กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาชาวจีนระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จำนวน 60 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามการเติมเต็มบทสนทนา (Discourse Completion Test-DCT) จำนวน 15 สถานการณ์
ผลการวิจัยพบข้อบกพร่องทางวัจนปฏิบัติศาสตร์ 3 ประการหลัก ได้แก่ 1) ข้อบกพร่องด้านกฎเกณฑ์การใช้ภาษา ซึ่งประกอบด้วย การสะกดคำผิด การใช้วรรณยุกต์ผิด และการเลือกใช้คำสรรพนาม คำกริยา หรือคำลงท้ายที่ไม่เหมาะสมกับสถานภาพทางสังคม 2) ข้อบกพร่องด้านการสื่อเจตนา ซึ่งเกิดจากการถ่ายโอนทางวัจนปฏิบัติศาสตร์เชิงลบจากภาษาแม่ ทำให้ถ้อยคำมีความตรงไปตรงมาเกินไป ขาดความนุ่มนวล หรือมีลักษณะคล้ายคำสั่งเมื่อสนทนากับผู้ที่มีอาวุโสกว่า และ 3) ข้อบกพร่องด้านการตีความเจตนาของสถานการณ์ผิดพลาด นอกจากนี้ ยังพบว่าแม้ผู้เรียนจะนิยมใช้กลวิธีการให้เหตุผลเป็นกลวิธีหลัก แต่เหตุผลมักสั้นและกระชับเกินไป ขาดกลวิธีเสริมเพื่อรักษาหน้าและรักษาสัมพันธภาพตามบรรทัดฐานวัฒนธรรมไทย งานวิจัยนี้จึงเสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนการสอนที่เน้นทั้งรูปแบบภาษาที่ถูกต้อง (Focus on Form) ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ด้านบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม. (2566). รายงานสถิติจำนวนนักศึกษาต่างชาติในสถาบันอุดมศึกษาไทย ประจำปีการศึกษา 2565. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
กฤติกา ชูผล. (2564). ข้อบกพร่องเชิงวัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมของชาวจีนที่พูดภาษาไทย.
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(1), 157-170.
จาง เว่ย. (2565). การวิเคราะห์ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ในการเขียนภาษาไทยของผู้เรียนชาวจีนระดับต้น. วารสารภาษาและวัฒนธรรม, 41(2), 55–78.
จินดารัตน์ ธรรมรงวุทย์. (2553). ข้อกพร่องเชิงวัจนปฏัติศาสตร์ในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม : กรณีศึกษาการใช้ภาษาไทยของผู้พูดชาวอเมริกันและชาวจีน. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เพชรีภรณ์ เอมอักษร. (2550). กลวิธีการบอกเลิกสัญญาในภาษาไทย : กรณีศึกษาผู้ฟังที่มีสถานภาพต่างกัน. วิทยานิพนธ์
อศ.ม. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
รดารัตน์ ศรีพันธ์วรสกุล และณัฐพร พานโพธิ์ทอง. (2563). การศึกษาวัจนกรรมการแสดงความเห็นแย้งของผู้เรียนภาษาไทยชาวจีนตามแนววัจนปฏิบัติศาสตร์อันตรภาษา: กรณีศึกษานักศึกษาชาวจีนจากมณฑลยูนนานและกวางสี. วารสารวจนะ, 8(1), 1-26.
สมศรี จิตเป็นสุข. (2564). การเรียนการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ: จากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพฯ:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เสาวนีย์ ดำรงโรจน์สกุล และสุภา พูนผล. (2561). ปัญหาการออกเสียงและการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยให้นักศึกษาจีน. วารสารมหาวิทยาลัยพายัพ, 27(2), 31-40.
Beebe, L. M., Takahashi, T., & Uliss-Weltz, R. (1990). Pragmatic transfer in ESL refusals. In R. C. Scarcella, E. S. Andersen, & S. D. Krashen (Eds.), Developing communicative competence in a second language (pp. 55–73).
Newbury House.Brown, P., & Levinson, S. C. (1987). Politeness: Some universals in language usage. New York: Cambridge University Press.
Canale, M., & Swain, M. (1980). Theoretical bases of communicative approaches to second language teaching and testing. Applied Linguistics, 1(1), 1–47.
Grice, H. P. (1975). Logic and conversation. In P. Cole & J. L. Morgan (Eds.), Syntax and semantics, Vol. 3: Speech acts (pp. 41–58). New York: Academic Press.
Hodge, R. & Kress, G. (1993). Language as ideology (2nd ed.). London: Routledge.
Hurford, J. R. and Heasley, B. (1983). Semantics a coursebook. New York: Cambridge University Press.
Yule, G. (1996). Pragmatics. Oxford: Oxford University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
