การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ ตามแนวคิดการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองผือเทพนิมิต

ผู้แต่ง

  • พระครูสุตอินทรังษี สาขาวิชาวิจัยหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • พจมาน ชำนาญกิจ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
  • พัทธนันท์ ชมภูนุช คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

คำสำคัญ:

หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม , ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ , แนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองผือเทพนิมิต ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน 3) เปรียบเทียบทักษะการปฏิบัติงานผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ของนักเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 80 4) เปรียบเทียบความตระหนักเห็นคุณค่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนก่อนและหลังเรียน และ 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองผือเทพนิมิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม คู่มือการใช้หลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้จำนวน 13 แผน รวมเวลา 20 ชั่วโมง แบบทดสอบวัดความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ แบบประเมินทักษะการปฏิบัติงาน แบบวัดความตระหนักเห็นคุณค่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างสัมพันธ์กัน และการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว

       ผลการวิจัยพบว่า

  1. หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ชื่อหลักสูตร หลักการและเหตุผล หลักการของหลักสูตร จุดมุ่งหมายของหลักสูตร สมรรถนะของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณภาพของผู้เรียน คำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ โครงสร้างรายวิชา แนวทางการจัดการเรียนรู้ สื่อและแหล่งเรียนรู้ และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.99/81.25 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดไว้ คือ 80/80
  2. ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  3. ทักษะการปฏิบัติงานผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ของนักเรียนมีคะแนนเฉลี่ย 98.60 คะแนน จากคะแนนเต็ม 120 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 82.17 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ของคะแนนเต็ม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
  4. ความตระหนักเห็นคุณค่าวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด
  5. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมอยู่ในระดับมากที่สุด (  equation= 4.81, S.D. = 0.34)

เอกสารอ้างอิง

กล้า ทองขาว. (2561). การเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน: กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างความเข้มแข็งของสังคม. กรุงเทพฯ: สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.).

กัญญาณัฐ สิมสวัสดิ์. (2565). การจัดการเรียนรู้โดยชุมชนเป็นฐาน: กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19. วารสารวิจัยศรีล้านช้าง, 2(6), 47–54.

เกษศิริ ทองเฉลิม. (2566). การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหา สำหรับผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 46(4), 1–12.

ทิพย์วรรณ จันทร์สงเคราะห์ และคณะ. (2563). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 22(1), 125–139.

นิภาพรรณ เจนสันติกุล. (2564). การเรียนรู้โดยการบริการสังคม: กระบวนการการประยุกต์ใช้และประโยชน์. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(2), 75–86.

ประเวศ วะสี. (2541). ชุมชนเข้มแข็ง: ทุนทางสังคมของไทย. กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน.. (2560). ภาวะผู้นำ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: หมอชาวบ้าน.

มณฑล จันทร์แจ่มใส. (2558). โครงการถอดชุดประสบการณ์การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน: กรณีศึกษาการบูรณาการการจัดการเรียนรู้วิชาออกแบบสถาปัตยกรรมกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย. วารสารวิจัยราชภัฏพระนคร, 10(1), 143–156.

ลลิดา อ่ำบัว. (2568). การจัดการศึกษาโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (Community Based Learning: CBL). กรุงเทพฯ: สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

วรรณา ประยุกต์วงศ์. (2566). การพัฒนาชุมชนบนฐานนวัตกรรมสังคม: กรณีศึกษาชุมชนต้นแบบในภาคอีสาน. วารสารพัฒนาสังคม, 25(2), 112–134.

วิภาดา พินลา และวิภาพรรณ พินลา. (2566). ห้องเรียนครูสังคมศึกษากับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ, 23(2), 1–12.

วิทยา สุจริตธนารักษ์ และคณะ. (2560). การใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาทุนทางสังคม: กรณีศึกษาชุมชนพื้นที่ภาคกลาง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 9(2), 205–211.

วิไลภรณ์ ฤทธิคุปต์. (2561). การจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน: แนวคิดและการประยุกต์ใช้ในการศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 20(2), 179–191.

Kolb, D. A. (2015). Experiential learning: Experience as the source of learning and development (2nd ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.

Melaville, A., Berg, A. C., & Blank, M. J. (2006). Community-based learning: Engaging students for success and citizenship. Washington, DC: Coalition for Community Schools.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

พระครูสุตอินทรังษี, ชำนาญกิจ พ., & ชมภูนุช พ. (2026). การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม เรื่อง ผลิตภัณฑ์ดอกไม้จากไม้ไผ่ ตามแนวคิดการเรียนรู้ โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนหนองผือเทพนิมิต. วารสารวิชาการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 18(52), 107–119. สืบค้น จาก https://so16.tci-thaijo.org/index.php/jci/article/view/2412