ปัจจัยการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ส่งผลต่อความพร้อมของหน่วยงานในการสนับสนุนและกำกับดูแล: กรณีศึกษาสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่าง
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) ระดับปัจจัยการยอมรับและการรับรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบุคลากรสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดในเขตภาคเหนือตอนล่าง (2) ระดับความพร้อมขององค์กรในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในการสนับสนุนและกำกับดูแล (3) อิทธิพลของปัจจัยดังกล่าวต่อความพร้อมขององค์กร และ (4) แนวทางการพัฒนาความพร้อมขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการประชาชน ใช้วิธีวิจัยแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือเก็บข้อมูล กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ คือบุคลากรจากหน่วยงานการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง จำนวน 162 คน ด้วยการสุ่มแบบชั้นภูมิและการสุ่มอย่างง่าย และใช้ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 17 คน สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า (1) ปัจจัยการยอมรับและการรับรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของบุคลากรอยู่ในระดับมาก แสดงให้เห็นถึงทัศนคติเชิงบวกต่อการประยุกต์ใช้ AI ในงานราชการ (2) ความพร้อมขององค์กรในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ อยู่ในระดับมาก สะท้อนถึงการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานและระบบการทำงานรองรับเทคโนโลยีใหม่ (3) อิทธิพลของปัจจัยการยอมรับและการรับรู้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ต่อความพร้อมขององค์กรมีอำนาจพยากรณ์ที่ระดับร้อยละ 67.80 และ 94.70 ผลการทดสอบสมมติฐานชี้ว่า การรับรู้ประโยชน์ ความง่ายต่อการใช้งาน และทัศนคติต่อ AI ส่งผลเชิงบวกต่อความพร้อมขององค์กรในการนำ AI ไปใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริการประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ และ (4) แนวทางการพัฒนาความพร้อมขององค์กรประกอบด้วย การกำหนดมาตรฐานข้อมูล ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ และระบบตรวจสอบคุณภาพ AI การจัดทำแผนแม่บทการใช้ AI ระยะ 3–5 ปี การพัฒนาทักษะและทัศนคติของบุคลากร การจัดทำพื้นที่ทดลอง เพื่อทดสอบระบบก่อนใช้งานจริง และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI มาใช้ได้จริงอย่างปลอดภัย โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2567). ข้อมูลจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. (2563). คู่มือการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
กวิทธิ์ ศรีสัมฤทธิ์ และ วิทยาธร ท่อแก้ว. (2567). เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับบทบาทการสื่อสารในงานการปกครองท้องถิ่น. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 8(8), 200-211.
กองยุทธศาสตร์และแผนงาน. (2563). แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: กระทรวงมหาดไทย.
กัญญกาญจน์ ซื่อสัตย์, มลพร กัลยาณมิตร, สถิต นิยมญาติ และ ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช. (2568). ภาวะผู้นำท้องถิ่นต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารงานของ กลุ่มเทศบาลเมือง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 14(3), 252-267.
จิรัตติกาล สุขสิงห์, สิปป์ณรงค์ กาญจนาวงศ์ไพศาล และ ภูริ จิตลดาพร. (2567). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับและการเรียนรู้เทคโนโลยีของบุคลากรในยุคดิจิทัล: กรณีศึกษาสำนักงานชลประทานที่ 11 กรมชลประทาน. วารสารวิชาการบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 20(3), 137-149.
ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2561). การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
ธนบดี ฐานะชาลา และ ภูริวัจน์ รักษ์ธนอนันต์. (2564). ความพร้อมในการบริหารจัดการองค์การตามหลักการบริหารจัดการ และการให้บริการสาธารณะของเทศบาลตำบลในจังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารราชนครินทร์, 18(1), 29-37.
นิสรา ใจซื่อ. (2568). การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลของเทศบาลเมืองบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 5(3), 1022–1036.
บุหงา ชัยสุวรรณ และ มาริสา จันทมาศ. (2567). การจัดกลุ่มบุคลากรวัยทำงานตามระดับการยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์. วารสารนิเทศศาสตร์, 42(1), 99-117.
พรทิพย์ คำฟัก และ อรนันท์ กลันทปุระ. (2567). ความพร้อมสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลของเทศบาลเมืองบางศรีเมือง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 6(3), 219-230.
ภคอร จตุพรธนภัทร. (2567). นโยบายการใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ. วารสารการบริหาร การจัดการ และการพัฒนาที่ยั่งยืน, 2(2), 330-340.
มานน เซียวประจวบ, ปิญะธิดา อมรภิญโญ และ นิษา ศักดิ์ชูวงษ์. (2567). โมเดลการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ของผู้ปฏิบัติงานฐานความรู้. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 6(4), 1-16.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2562). การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2564). แผนพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.
สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน). (2566). ยุทธศาสตร์ดิจิทัลภาครัฐ พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน).
สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดกำแพงเพชร. (2564). รายงานการดำเนินงานส่งเสริมการวางแผนพัฒนาท้องถิ่น. กำแพงเพชร: สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด.
Brynjolfsson, E., & McAfee, A. (2014). The Second Machine Age: Work, Progress, and Prosperity in a Time of Brilliant Technologies. New York: W. W. Norton & Company.
Cronbach, L.J. (1990). Essentials of psychological testing. (5th ed.). New York: Harper & Row.
Davis, F. D. (1989). Perceived usefulness, perceived ease of use, and user acceptance of information technology. MIS quarterly, 13(3), 319-340.
Gao, B., Liu, R., & Chu, J. (2025, May). Exploring Trends of Acceptance of Artificial Intelligence in Education: A Systematic Literature Review. In International Conference on Human-Computer Interaction (pp. 196-213). Cham: Springer Nature Switzerland.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Organisation for Economic Co-operation and Development. (2021). The OECD digital government policy framework. Paris: Organization for Economic Co-operation and Development.
UN DESA. (2022). E-Government survey 2022: The future of digital government. New York: United Nations Department of Economic and Social Affairs.
Weiner, B. J. (2009). A theory of organizational readiness for change. Implementation Science, 4(1), 67.