พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU <p>วารสารพัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มีนโยบายการรับตีพิมพ์เผยแพร่บทความครอบคลุมสาขาวิชาหลัก คือ Social Sciences อยู่ใน 3 กลุ่มสาขาวิชา คือ 1) Social Sciences 2) Arts and Humanities และ 3) Cultural Studies และอยู่ใน 4 กลุ่มย่อย คือ 1) Social Development 2) Sociology and Political Sciences 3) Cultural Studies, 4) General Social Sciences มุ่งเน้นองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสังคม ผ่านการนำเสนอองค์ความรู้ทางทฤษฎี ผลการวิจัย และการประยุกต์ใช้ความรู้สหศาสตร์ด้านการพัฒนาสังคมอีสาน และภูมิภาคอื่นในมิติวัฒนธรรม การเมือง การบริหารจัดการ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ การจัดภาคีเครือข่ายสาธารณะ และการจัดการภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดมรรคผลเชิงประจักษ์สามารถนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปต่อยอดพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการพัฒนาสังคม สามารถนำไปประยุกต์และปฏิบัติจริง เปิดรับบทความทางวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประเภทบทความวิจัยและบทความวิชาการ จากนักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยผลงานที่เสนอเพื่อตีพิมพ์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่น</p> th-TH chariyaporn.pt@bru.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จริยาภรณ์ ปิตาทะสังข์) jatuporn.ds@bru.ac.th (อาจารย์ ดร.จตุพร ดอนโสม) Tue, 30 Jun 2026 17:14:47 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 อาชญากรผู้ดี: ความชอบธรรมที่ถูกสร้างกับความอยุติธรรมที่ถูกซ่อน https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3762 <p>บทความวิชาการนี้ได้อธิบายและวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “อาชญากรผู้ดี” หรืออาชญากรรมคอปกขาวโดยทำความเข้าใจเชิงโครงสร้างระหว่างอำนาจ กฎหมาย และผลประโยชน์ ผ่านการบูรณาการแนวคิดทางอาชญาวิทยา สังคมวิทยาการเมือง และนิติศาสตร์ งานศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าอาชญากรรมของชนชั้นนำมิได้เป็นเพียงพฤติกรรมการกระทำความผิดของปัจเจกบุคคบ แต่เป็นผลผลิตของโครงสร้างทางสังคมที่เอื้อให้ผู้มีสถานะทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง สามารถใช้ทรัพยากรและอำนาจในการนิยามความถูกผิด ลดทอนความร้ายแรงของการกระทำและหลีกเลี่ยงความรับผิดทางกฎหมายได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้เขียนได้นำเสนอกรอบการวิเคราะห์ผ่าน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) กลไกการสร้างความชอบธรรม ซึ่งประกอบด้วยการใช้ทุนทางเศรษฐกิจ เครือข่ายอำนาจ และการตีความกฎหมายเพื่อทำให้การกระทำผิดถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจเชิงนโยบายหรือทางธุรกิจ และ (2) กลไกการซ่อนความอยุติธรรม ซึ่งครอบคลุมการควบคุมวาทกรรม การผลิตความรู้ และการจำกัดการรับรู้ของสาธารณะ ส่งผลให้ความเสียหายเชิงโครงสร้างถูกทำให้ “มองไม่เห็น” นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ข้อจำกัดของระบบกฎหมายไทย เช่น ความไม่สมดุลของบทกำหนดโทษ ภาระการพิสูจน์ที่สูง และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งล้วนส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายต่ออาชญากรคอปกขาวไม่มีประสิทธิภาพบทความวิชาการนี้ยังชี้ให้เห็นว่า การจัดการปัญหาอาชญากรผู้ดีจำเป็นต้องปรับปรุงทั้งในระดับโครงสร้างกฎหมายและกลไกสถาบันควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้เชิงสหวิทยาการ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิด และความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม อันจะนำไปสู่การธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมและความเชื่อมั่นของสาธารณชนในระยะยาว</p> Wirapon Tahom ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3762 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 สิทธิและหน้าที่ของครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใต้กฎหมายปกครอง https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3670 <p>บทความวิชาการนี้มุ่งศึกษาสิทธิและหน้าที่ของครูและบุคลากรทางการศึกษาภายใต้กรอบกฎหมายปกครอง โดยวิเคราะห์สถานะของครูในฐานะ “เจ้าหน้าที่ของรัฐ” ภายใต้เอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 และพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 รวมทั้งแนวคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า สิทธิของครูและบุคลากรทางการศึกษาครอบคลุมสิทธิในกระบวนการบริหารงานบุคคลของรัฐ ได้แก่ การบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการโยกย้าย ซึ่งล้วนเป็นการใช้อำนาจทางปกครองที่ต้องดำเนินการตามหลักความชอบด้วยกฎหมาย ความเป็นธรรม และความโปร่งใส หากการใช้อำนาจดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ได้รับผลกระทบสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์หรือฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอความคุ้มครองได้ ขณะเดียวกันครูและบุคลากรทางการศึกษามีหน้าที่สำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบราชการ และคำสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งต้องรักษาวินัย ความซื่อสัตย์สุจริต และจรรยาบรรณวิชาชีพครู นอกจากนี้แนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดได้สะท้อนหลักสำคัญของกฎหมายปกครองว่า การบริหารงานบุคคลของรัฐต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบตามหลักความชอบด้วยกฎหมายและหลักความได้สัดส่วนของโทษ ทั้งยังยืนยันว่าการใช้ดุลพินิจของฝ่ายปกครองต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นการกำหนดสิทธิและหน้าที่ของครูภายใต้กฎหมายปกครองจึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างการใช้อำนาจของรัฐกับการคุ้มครองสิทธิของผู้ปฏิบัติหน้าที่ในระบบการศึกษา อันนำไปสู่การบริหารราชการที่โปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาล</p> Narid Mongkol ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3670 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมผู้สูงอายุและทิศทางที่พึงปรารถนา https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2912 <p>บทความนี้วิเคราะห์ยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมผู้สูงอายุและทิศทางที่พึงปรารถนา โดยยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาของรัฐไทย คือ 1) การเน้นนโยบายแบบสังคมสงเคราะห์ 2) การให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 (2525-2529) 3) การผลักดันนโยบายของสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ 4) การกำเนิดเบี้ยยังชีพและมาตรการสำหรับผู้สูงอายุระยะยาว (พ.ศ. 2535-2554) 5) การมีแผนผู้สูงอายุแห่งชาติฉบับที่ 2 (2545-2564) และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุพ.ศ. 2546 ทั้งนี้ยุทธศาสตร์ที่พึงปรารถนาคือ 1) นโยบาย (Policy and Grand Strategy) เพื่อการดูแลและพัฒนาที่ครอบคลุมทั่วถึงกลุ่มผู้สูงอายุทุกประเภท 2) ระดับปฏิบัติการ (Operational Art) เน้นการส่งเสริมกลไกของท้องถิ่นให้เข้มแข็งมากกว่าการเป็นทางผ่านนโยบายระดับชาติ 3) การมียุทธวิธี (Tactics) ในการส่งเสริมความเข้มแข็งของกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อสร้างอำนาจและการต่อรอง</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong> : ยุทธศาสตร์การพัฒนา, สังคมผู้สูงอายุ</p> Sunthonchai Chopyot ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2912 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 กลยุทธ์การใช้สื่อเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3465 <p>บทความวิชาการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยแบบผสมวิธีแบบแผนคู่ขนาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดทำแผนการสื่อสารเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี 2) ศึกษาการดำเนินการและการประเมินผลการสื่อสาร และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาปรับปรุงกลยุทธ์การใช้สื่อเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การวิจัยเชิงปริมาณใช้วิธีการสำรวจด้วยแบบสอบถามจากประชาชนเจ้าบ้านและนักท่องเที่ยว ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ ผู้กำหนดนโยบาย ผู้ปฏิบัติงานการสื่อสารขององค์กร ภาคีเครือข่ายประชาสัมพันธ์จังหวัด นักท่องเที่ยว นักวิชาการ และวิชาชีพด้านการสื่อสารเพื่อการท่องเที่ยว ผลการศึกษาพบว่า การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยการใช้กลยุทธ์สื่อสารและการจัดการสร้างประสบการณ์ร่วมของนักท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการจัดทำแผน การดำเนินงาน และการประเมินผลการสื่อสารของหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน</p> Warintorn Sillaparaya; Titipat Iamnirun , Hareuthai Panyarvuttrakul, Kuntida Thamwipat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/3465 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700 ประสิทธิผลของเทศบาลห้วยราชในการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2149 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับประสิทธิผลของเทศบาลตำบลห้วยราชในการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลห้วยราช 2) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการจัดการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเทศบาลตำบลห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ จำแนกตามรายด้าน ซึ่งมีทั้งหมด 4 ด้าน คือ ด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ด้านช่องทางการให้บริการ ด้านกระบวนการทำงาน ด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ ขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีกำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie and Morgan กลุ่มตัวอย่างจำนวน 286 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามที่มีข้อคำถาม 3 ลักษณะ คือ คำถามแบบตรวจสอบรายการ แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบปลายเปิด มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.809 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลการวิจัย พบว่าความพึงพอใจโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X̄ = 4.07, SD = 0.49) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านช่องทางการให้บริการและด้านเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการ (X̄ = 4.08) ส่วนด้านกระบวนการทำงานมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (X̄ = 4.05) ข้อเสนอแนะที่ได้รับมากที่สุดคือควรจัดระบบบัตรคิว บริการเครื่องถ่ายเอกสาร และจัดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานช่วงพักกลางวัน</p> Chananchita Hothaisong, Pranee Arreeram; Phanarat Phachai, Thanyarat Phutthiphongchaichan ลิขสิทธิ์ (c) 2026 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2149 Tue, 30 Jun 2026 00:00:00 +0700