https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/issue/feed พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 2025-12-31T14:07:47+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จริยาภรณ์ ปิตาทะสังข์ chariyaporn.pt@bru.ac.th Open Journal Systems <p>วารสารพัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มีนโยบายการรับตีพิมพ์เผยแพร่บทความครอบคลุมสาขาวิชาหลัก คือ Social Sciences อยู่ใน 3 กลุ่มสาขาวิชา คือ 1) Social Sciences 2) Arts and Humanities และ 3) Cultural Studies และอยู่ใน 4 กลุ่มย่อย คือ 1) Social Development 2) Sociology and Political Sciences 3) Cultural Studies, 4) General Social Sciences มุ่งเน้นองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสังคม ผ่านการนำเสนอองค์ความรู้ทางทฤษฎี ผลการวิจัย และการประยุกต์ใช้ความรู้สหศาสตร์ด้านการพัฒนาสังคมอีสาน และภูมิภาคอื่นในมิติวัฒนธรรม การเมือง การบริหารจัดการ เศรษฐกิจ ประวัติศาสตร์ การจัดภาคีเครือข่ายสาธารณะ และการจัดการภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดมรรคผลเชิงประจักษ์สามารถนำองค์ความรู้ทางวิชาการไปต่อยอดพัฒนาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านการพัฒนาสังคม สามารถนำไปประยุกต์และปฏิบัติจริง เปิดรับบทความทางวิชาการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ประเภทบทความวิจัยและบทความวิชาการ จากนักวิชาการ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย โดยผลงานที่เสนอเพื่อตีพิมพ์ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่น</p> https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2727 บทบาทแพทย์กับการช่วยเหลือสังคมบนพื้นฐานกฎหมายละเมิดทางปกครอง 2025-12-09T15:11:54+07:00 ธนากร คนเพียร tkpaparazii@gmail.com <p>บทความนี้วิเคราะห์บทบาทของแพทย์ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐภายใต้กรอบกฎหมายปกครอง โดยเฉพาะพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการคุ้มครองสิทธิของประชาชนเมื่อได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาลอันเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ กฎหมายฉบับนี้กำหนดหลักการสำคัญให้ “รัฐเป็นผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายก่อน” เพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ขณะเดียวกันยังกำหนดกรอบคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานโดยสุจริตไม่ให้ต้องรับผิดส่วนตัว เว้นแต่กรณีที่มีเจตนาจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งถือเป็นความผิดส่วนบุคคลและต้องรับผิดตามกฎหมายแพ่ง นอกจากนี้บทความได้วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง “ละเมิดทางปกครอง” กับ “ละเมิดทางแพ่ง” โดยพิจารณาตามลักษณะความสัมพันธ์ทางกฎหมาย ระดับการใช้อำนาจของรัฐ และเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการขอรับค่าสินไหมทดแทนต่อหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 11 และกระบวนการฟ้องคดีต่อศาลปกครองตามมาตรา 5 ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองผู้เสียหาย อีกทั้งยังยกตัวอย่างคำพิพากษาศาลปกครองเพื่อสะท้อนหลักการใช้ดุลพินิจของแพทย์และเกณฑ์การพิจารณาความรับผิดทางละเมิด บทความชี้ให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายละเมิดปกครองในบริบทวิชาชีพแพทย์เป็นกลไกที่ช่วยสร้างดุลยภาพระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐ ส่งเสริมความเชื่อมั่นในระบบสาธารณสุข และวางมาตรฐานที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ในภาครัฐอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2847 บทวิเคราะห์ภาพสะท้อนสังคมและวิถีชีวิตผ่าน “โวหาร” ในนวนิยายเรื่อง "ลูกอีสาน" 2025-12-02T15:53:21+07:00 สำราญ ธุระตา samran.tt@bru.ac.th <p>บทความนี้มุ่งศึกษาภาพสะท้อนสังคมและวิถีชีวิตชาวอีสานผ่านการใช้ “โวหาร” ในนวนิยายเรื่อง ลูกอีสาน ของคำพูน บุญทวี ซึ่งถือเป็นวรรณกรรมสำคัญที่บันทึกสภาพสังคม ความเชื่อ และบริบทวัฒนธรรมของชาวชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงก่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย การศึกษาครั้งนี้ใช้กรอบวิเคราะห์โวหาร 6 ประเภทตามแนวคิดของวิเชียร เกษประทุม ได้แก่ บรรยายโวหาร พรรณนาโวหาร เทศนาโวหาร สาธกโวหาร อุปมาโวหาร และอธิบายโวหาร เพื่อตรวจสอบว่า กลวิธีทางภาษาเหล่านี้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความจริงของวิถีชีวิตอย่างไร ผลการวิเคราะห์พบว่า โวหารแต่ละประเภทช่วยขยายภาพชีวิตชนบทอีสานอย่างลุ่มลึก ทั้งด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และความเชื่อ เช่น บรรยายโวหาร เผยให้เห็นสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง การดิ้นรนเพื่อยังชีพ และรูปแบบความสัมพันธ์ทางเครือญาติ พรรณนาโวหาร สร้างอารมณ์ร่วมและภาพทางสุนทรียศาสตร์ที่สะท้อนรสนิยม ความงาม และความยากจนของตัวละคร เทศนาโวหารปรากฏผ่านคำสอนของพ่อแม่และหลวงพ่อ แสดงระบบคุณธรรมจริยธรรมพื้นบ้านที่ยึดโยงคนกับธรรมชาติและศาสนา สาธกโวหาร ใช้เรื่องเล่า บรรพบุรุษเป็นอุทาหรณ์เพื่อปลูกฝังค่านิยมด้านความเพียรและศักดิ์ศรี อุปมาโวหาร ช่วยสร้างความหมายใหม่ให้ประสบการณ์ชีวิต โดยเปรียบเทียบความรู้สึกกับสิ่งของพื้นบ้าน และอธิบายโวหาร ทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ท้องถิ่น เช่น การทำอาหาร การประกอบอาชีพ และพิธีกรรมต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/1914 รากฐานความคิด : กฎหมายระหว่างประเทศกับการพัฒนาสังคม 2025-11-24T11:49:27+07:00 อุทิศ ทาหอม arm.utit.tahom@gmail.com <p>บทความ “รากฐานความคิด : กฎหมายระหว่างประเทศกับการพัฒนาสังคม” นำเสนอพัฒนาการของกฎหมายระหว่างประเทศจากยุคที่รัฐใช้อำนาจเป็นใหญ่ในการแก้ไขข้อพิพาท สู่การใช้กลไกสันติวิธีภายใต้หลักกฎหมายสากล โดยเน้นผลกระทบของสงครามโลกที่นำไปสู่การก่อตั้งสหประชาชาติในปี 1945 และการบัญญัติหลักห้ามใช้กำลังในกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 2(4) รากฐานของกฎหมายระหว่างประเทศมีที่มาจากกฎหมายธรรมชาติ อำนาจอธิปไตย ความยินยอมของรัฐ และหลักสนธิสัญญาที่มีผลผูกพันต้องได้รับการปฏิบัติโดยมีแหล่งที่มาหลักตามมาตรา 38(1) ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ได้แก่ สนธิสัญญา จารีตประเพณีหลักกฎหมายทั่วไป คำพิพากษาศาลและความเห็นของนักกฎหมาย บทความได้อธิบายขั้นตอนการทำสนธิสัญญา ได้แก่ การเจรจา ลงนาม ให้สัตยาบันและจดทะเบียน พร้อมยกกรณีรัฐธรรมนูญไทย มาตรา 178 ที่ต้องให้รัฐสภาเห็นชอบและยืนยันว่าไทยใช้ระบบทวินิยมในการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศภายในประเทศ สำหรับองค์ประกอบของรัฐตามอนุสัญญามอนเตวิเดโอ ได้แก่ ประชากรถาวร ดินแดนแน่นอน รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการติดต่อกับรัฐอื่น พร้อมอธิบายแนวคิดการรับรองรัฐและรัฐบาล เช่น ทฤษฎีประกาศ ทฤษฎียืนยัน ทฤษฎีโตบาร์และเอสตราดา บทความเสนอว่ากฎหมายระหว่างประเทศมีบทบาทในการระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธีเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพ ความยุติธรรมและการพัฒนาสังคมโลกอย่างยั่งยืน</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2215 การเตรียมความพร้อมในการพัฒนาเทศบาลนครบุรีรัมย์สู่การเป็นเมืองสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ 2025-12-15T12:24:53+07:00 นภสร ศรีสุข jellyfblue.42@gmail.com กรรนฐิกาย์ วงศ์ทองเจริญ 650112801075@bru.ac.th ธัญญรัตน์ พุทฒิพงษ์ชัยชาญ thanyarat.ph@bru.ac.th <p>การวิจัยเรื่องการศึกษาการเตรียมความพร้อมการพัฒนาเทศบาลนครบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาระดับการเตรียมความพร้อมและข้อเสนอแนะแนวทางในการเตรียมความพร้อมการพัฒนาเทศบาลนครบุรีรัมย์ให้เป็นเมืองสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ มีเนื้อหามุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านผู้นำ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลอิสาณ จำนวน 385 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.969 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติพื้นฐาน ค่าจำนวน ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า เทศบาลนครบุรีรัมย์มีการเตรียมความพร้อมด้านผู้นำอยู่ในระดับมากที่สุด ด้านโครงสร้างพื้นฐานอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนและด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ อยู่ในระดับปานกลาง</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPWBRU/article/view/2211 กลไกการสร้างพลังประชาชนเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 2025-12-15T11:52:38+07:00 ธัญวรัตม์ สาระปัญญา 650112801029@bru.ac.th พิมชนกนันท์ ชาปลิก 650112801029@bru.ac.th วิภาดา จันดี 650112801047@bru.ac.th ธัญญรัตน์ พุทฒิพงษ์ชัยชาญ thanyarat.ph@bru.ac.th <p>การวิจัยนี้เป็นการศึกษากลไกการสร้างพลังประชาชนเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อศึกษากลไกการสร้างพลังของประชาชนในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ ใน 4 ด้าน คือ ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินการ ด้านการมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกง จำนวน 354 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมในกลไกการสร้างพลังประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน</p> 2025-12-31T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 พัฒนวนัมรุง มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์