https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/issue/feed
วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
2025-12-13T14:15:19+07:00
รศ.ดร.เศรษฐวัฒน์ โชควรกุล
dr.settawat2019@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong> </strong><strong>วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์</strong><strong> Jayaphruekpirom </strong><strong>ISSN 2985-217X (Online) </strong>ตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ซึ่งมีขอบเขตสาขาวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ทั่วไป (General Social Sciences) ศิลปะทั่วไปและมนุษยศาสตร์ (General Arts and Humanities) รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ (Political Science and Public Administration) ภาษาและวรรณกรรม (Language and Literature) และการศึกษา (Education) และหรือที่เกี่ยวข้องกับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นี้ เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์สำหรับคณาจารย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา และนักวิชาการ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย พัฒนาและส่งเสริมให้เกิดผลงานทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้จริงอันก่อเกิดประโยชน์แก่สังคมโดยรวม</p> <p> </p> <p> <strong>วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ รับพิจารณาตีพิมพ์บทความภาษาไทย และบทความภาษาอังกฤษ </strong>(สำหรับต้นฉบับบทความที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบการพิมพ์เบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป)</p> <p> </p> <p><strong> วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ มีคุณสมบัติตรงตาม ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พ.ศ.๒๕๖๔ และประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๘ ที่สามารถใช้เป็นวารสารในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ </strong>(สำหรับต้นฉบับบทความที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบการพิมพ์เบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เป็นต้นไป)</p> <p> </p> <p><strong> วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สามารถใช้เป็นวารสารในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ซึ่งตรงตามหมวด ๔ หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู เลื่อนเป็นวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ </strong>(หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ.๐๒๐๖.๓/ว ๙ ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔)</p> <p> </p> <p><strong> วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ มีคุณสมบัติตรงตามหลักเกณฑ์ เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการหรือพนักงานครูและบุคลากรทางการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๖๘ ที่สามารถใช้เป็นวารสารในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ ตามข้อที่ ๗. ด้านที่ ๓ ด้านผลงานทางวิชาการ สำหรับการขอเลื่อนวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญและวิทยฐานะครูเชี่ยวชาญพิเศษ</strong></p> <p> </p> <p><strong> การพิจารณาบทความ<br /></strong></p> <p> ๑. บทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ต้องเป็นบทความใหม่ที่อยู่ในขอบเขตสาขาวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ทั่วไป (General Social Sciences) ศิลปะทั่วไปและมนุษยศาสตร์ (General Arts and Humanities) รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ (Political Science and Public Administration) ภาษาและวรรณกรรม (Language and Literature) และการศึกษา (Education) และหรือที่เกี่ยวข้องกับมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์นี้ </p> <p> ๒. บทความต้องไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่นใดมาก่อน และไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น ๆ</p> <p> ๓. บทความต้องผ่านการพิจารณาและประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer review) ที่มีความเชื่ยวชาญทางด้านสาขานั้นหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง จากทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา อย่างน้อย ๒ คน ซึ่งผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (Double-blind peer review)</p> <p> ๔. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นข้อคิดของผู้เขียนเท่านั้น และผู้เขียนจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลทางกฎหมายใด ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากบทความนั้น</p> <p> ๕. บทความที่ตีพิมพ์ มี ๓ ประเภท ดังนี้</p> <p> ๕.๑ บทความวิจัย (Research Article) เป็นบทความที่มีการนำเสนอผลการศึกษา หรือการค้นคว้าอย่างมีระบบ ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ของการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัย วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ</p> <p> ๕.๒ บทความวิชาการ (Academic Article) เป็นบทความที่มีการนำเสนอความรู้ทั่วไปที่เขียนขึ้นจากการสังเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอความคิดเห็นของผู้เขียนที่มีประโยชน์แก่ผู้อ่าน ประกอบด้วยบทนำ เนื้อหา และสรุป</p> <p> ๕.๓ บทความวิจารณ์ (Review Article) เป็นบทความที่วิจารณ์หนังสือและการนำเสนอความคิดเห็นของผู้เขียนที่มีประโยชน์แก่ผู้อ่าน ประกอบด้วยภาพปกหนังสือ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหนังสือ เนื้อหา และข้อเสนอแนะแนวทางการเลือกหนังสือ</p> <p> </p> <p> <strong>วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ ได้กำหนดความซ้ำซ้อนของบทความ ด้วยโปรแกรม CopyCatch จากเว็บไซด์ Thaijo ดังนี้</strong></p> <div class="description"> <p> - สำหรับบทความวิจัย กำหนดความซ้ำซ้อนต้องไม่เกิน ๒๐%</p> <p> - สำหรับบทความวิชาการ กำหนดความซ้ำซ้อนต้องไม่เกิน ๒๐%</p> <p> - สำหรับบทความวิจารณ์ กำหนดความซ้ำซ้อนต้องไม่เกิน ๒๐%</p> <p> <strong>โดยมีผลสำหรับต้นฉบับบทความที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบการพิมพ์เบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป)<em> </em></strong></p> <p><strong><em> </em>ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นมาตรฐาน กองบรรณาธิการวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์จะดำเนินการแจ้งผลความซ้ำซ้อนของบทความให้ผู้เขียนรับทราบ ภายหลังขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบการพิมพ์เบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ</strong></p> <p> </p> </div> <p> <strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์เผยแพร่บทความในวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์</strong></p> <p> วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ มีค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความเฉพาะแบบปกติ ไม่มีค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความแบบเร่งด่วน (Fast Track) <strong>โดยวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ หลังจาก accepted บทความ </strong>(บทความได้รับการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิประจำวารสารฯ อย่างน้อยจำนวน ๒ คน ซึ่งผู้ทรงคุณวุฒิทั้ง ๒ คน มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ เห็นควรว่าบทความสามารถเผยแพร่ในวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ได้</p> <p> <strong>ในกรณีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน ๒ คน มีความเห็นขัดแยังกัน ทางกองบรรณาธิการวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ จะดำเนินการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ เพิ่มอีก ๑ คน เพื่อตรวจสอบบทความ และหากผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๓ คน มีความเห็นเป็นเอกฉันท์/ส่วนใหญ่ เห็นควรว่าบทความสามารถเผยแพร่ในวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ได้</strong> และกองบรรณาธิการฯ ยอมรับการเผยแพร่บทความแล้วเท่านั้น) <strong>ซึ่งผู้เขียนบทความกรุณาชำระค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ หลังจากได้รับการแจ้งการชำระเงินจากกองบรรณาธิการวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ แล้วเท่านั้น ทั้งนี้กองบรรณาธิการชัยพฤกษ์ภิรมย์ จะดำเนินการออกหนังสือตอบรับการเผยแพร่บทความและดำเนินการออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้เขียนบทความ</strong></p> <p> </p> <p><strong> กรณีบทความไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากผู้ทรงคุณวุฒิประจำวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์มีความเห็นเป็นเอกฉันท์/ส่วนใหญ่ เห็นควรว่าบทความไม่สมควรได้รับการเผยแพร่ในวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ ทางกองบรรณาธิการวารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมใด ๆ จากผู้เขียน<br /></strong></p> <p> </p> <p> วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ จะเริ่มเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเผยแพร่บทความ <strong>(สำหรับต้นฉบับบทความที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบการพิมพ์เบื้องต้นจากกองบรรณาธิการ ตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๘ เป็นต้นไป)<em> </em></strong> โดยมีรายละเอียดค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ดังนี้</p> <p> <strong>- บทความของนักศึกษา อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ที่กำลังศึกษา/ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา บทความละ ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถ้วน)</strong></p> <p> <strong>- บทความของนักศึกษา อาจารย์ เจ้าหน้าที่ และบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้กำลังศึกษา/ปฏิบัติงาน ในมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา บทความละ ๔,๐๐๐ บาท (สี่พันบาทถ้วน)</strong></p> <p> </p> <p> <strong> กำหนดการเผยแพร่วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์</strong></p> <p> ตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๖๘ เป็นต้นไป วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์ มีกำหนดเผยแพร่ปีละ ๓ ฉบับ ได้แก่ </p> <p> <strong>ฉบับที่ ๑ ประจำเดือน มกราคม–เมษายน</strong></p> <p> <strong>ฉบับที่ ๒ ประจำเดือน พฤษภาคม-สิงหาคม</strong></p> <p> <strong>ฉบับที่ ๓ ประจำเดือน กันยายน-ธันวาคม</strong></p> <p> </p>
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/1974
THAI COMMUNITY-BASED STORYTELLING FOR ENGLISH LANGUAGE ACQUISTION: A MODEL OF INTEGRATING ENGLISH LANGUAGE TEACHING DESIGN WITH LOCAL WISDOM
2025-06-03T13:41:44+07:00
ONSIRI WIMONTHAM
onsiri1977@gmail.com
<p> The research objectives aimed (1) to design and implement an English language teaching curriculum that integrates community-based storytelling in Dan Kwian village and (2) to improve the acquisition of the English language, specifically oral communication, storytelling abilities, and cultural expression, among young people by incorporating localized content into English learning.</p> <p> This study employed a mixed-methods research design, combining both quantitative and qualitative approaches to learn more about the effectiveness of a community-based ELT curriculum. The design is grounded in participatory action research (PAR) methodology (Kemmis & McTaggart, 2005), known for empowering communities and fostering collaborative curriculum development (Stringer, 2013). The research followed three phases: (1) Phase 1: Curriculum Co-Creation, (2) Phase 2: Implementation and Experimentation, and (3) Phase 3: Evaluation and Analysis. This phased approach is consistent with participatory curriculum design theories (Burns, 2015; Benson, 2013). The sampling method was non-probability and purposive, aligning with the community-based goals of the research (Creswell & Poth, 2017).</p> <p> The study used a combination of instruments to gather rich and triangulated data: (1) questionnaires, (2) focus group discussions, and (3) curriculum evaluation rubrics. This multi-instrument approach strengthens data validity and reliability (Dörnyei, 2007; Cohen et al., 2018). Statistical software (e.g., SPSS) was used to compute differences in language performance and satisfaction, following standard practice in ELT research (Field, 2013; Mackey & Gass, 2015).</p> <p> The major findings indicated that over 89% of students were developed based on four thematic areas: (1) learners’ English language acquisition, (2) youth engagement and cultural identity, (3) community involvement in English curriculum co-creation, and (4) the effectiveness of the English language teaching design based on local wisdom. These findings align with theories that highlight the importance of contextualized and community-based ELT practices (Holliday, 2005; Holliday, 2018).</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2296
ความสัมพันธ์ระหว่างการปรับตัวและการคิดอย่างมีวิจารณญาณต่อการแก้ไขปัญหา ของนักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
2025-09-08T13:33:45+07:00
วรรณศิริ ภูฉายา
6612671010@rumail.ru.ac.th
อุมาภรณ์ สุขารมณ์
umapotn.mink@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มุ่งศึกษาระดับการปรับตัว การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการแก้ไขปัญหาของนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง รวมทั้งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรทั้งสาม โดยเก็บข้อมูลจากนักศึกษาระดับปริญญาตรีส่วนกลางที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียนฤดูร้อน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 2,693 คน ข้อมูล ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบสอบถามการแก้ไขปัญหาแบบสอบถามการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และแบบสอบถามการปรับตัว วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่าการปรับตัวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการแก้ไขปัญหาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่านักศึกษาที่มีความสามารถในการปรับตัวมักสามารถแก้ไขปัญหาได้ดี นอกจากนี้การคิดอย่างมีวิจารณญาณมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการแก้ไขปัญหาอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 สะท้อนว่าผู้ที่วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบคอบและตั้งคำถามอย่างมีเหตุผลจะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพบว่าการปรับตัวมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการคิดอย่างมีวิจารณญาณอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .01 ผลการวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาทักษะการปรับตัวและการคิดอย่างมีวิจารณญาณสามารถสนับสนุนให้ผู้เรียนพัฒนาทักษะการแก้ไขปัญหา จึงควรนำผลการวิจัยไปใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่เสริมสร้างทักษะเหล่านี้ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงานวิชาชีพ</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2055
การวัดประสิทธิผลผ่านกิจกรรมรูปแบบ GAMIFICATION เพื่อสร้างการรับรู้ และเพิ่มยอดขายของแบรนด์ Maron Jewelry
2025-06-23T10:49:51+07:00
ชณันภัสร์ ภัทรรังสีลักษณ์
chananpat.patt@bumail.net
มนฑิรา ธาดาอำนวยชัย
montira.t@bu.ac.th
<p>งานวิจัยเรื่อง “การวัดประสิทธิผลผ่านกิจกรรมรูปแบบเกมมิฟิเคชั่นเพื่อสร้างการรับรู้และเพิ่มยอดขายของแบรนด์ Maron Jewelry” มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของกิจกรรมเกมมิฟิเคชั่น (Gamification) ในการสร้างการรับรู้แบรนด์และส่งเสริมพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยใช้กรณีศึกษาของแบรนด์ Maron Jewelry ซึ่งเป็นธุรกิจเครื่องประดับขนาดกลางและสร้างกิจกรรมการตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กิจกรรมที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ เกมจำลอง “Full Bloom” ที่ออกแบบตามแนวคิดเกมมิฟิเคชั่น ประกอบด้วยองค์ประกอบของรางวัล การเพิ่มระดับความยาก และเนื้อหาเชิงอารมณ์ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของกลุ่มลูกค้าของแบรนด์ ในการเก็บข้อมูลดำเนินการผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายอายุ 30–45 ปี ที่มีความสนใจในสินค้าเครื่องประดับและมีปฏิสัมพันธ์กับเพจ Maron Jewelry บน Facebook โดยนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงธีม (Thematic Analysis)</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า กิจกรรม “Full Bloom” ส่งผลเชิงบวกต่อการสร้างการรับรู้แบรนด์ ความผูกพันทางอารมณ์ และพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค โดยสามารถดึงดูดความสนใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วม และสร้างแรงจูงใจทั้งจากภายในและภายนอก ผลลัพธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบแนวคิด AIDA ซึ่งครอบคลุมกระบวนการตั้งแต่การสร้างความสนใจจนถึงการตัดสินใจซื้อ และทฤษฎีการกำหนดตนเอง (Self-Determination Theory) ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการด้าน Autonomy, Competence และ Relatedness ของผู้บริโภค งานวิจัยนี้เสนอว่าการใช้เกมมิฟิเคชั่นร่วมกับกลยุทธ์การตลาดเชิงเนื้อหาสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารของแบรนด์ และส่งเสริมความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2300
Unveiling the Nuances of Visual Perception Verbs: A Corpus-Based Study of English Synonyms “GAZE”, “GLARE”, and “GLIMPSE”
2025-09-08T13:35:47+07:00
ANAWIN KHLAKHEANG
anawin.khl@dpu.ac.th
<p>This corpus-based study explores the lexical and semantic distinctions among the English verbs <em>gaze</em>, <em>glare</em>, and <em>glimpse</em>, which are commonly perceived as interchangeable by many EFL learners. The research was motivated by recurring confusion observed in university classrooms where Thai and Chinese students frequently misused these verbs in writing and speaking tasks. Employing a mixed-methods approach, the study draws data from the Corpus of Contemporary American English (COCA) to analyze the frequency, genre distribution, collocational patterns, and semantic preferences of the three verbs. Quantitative analysis revealed that <em>gaze</em> is predominantly found in fictional and narrative texts, <em>glare</em> in contexts involving media and intensity, and <em>glimpse</em> in academic and abstract discourse. Collocational analysis showed that <em>gaze</em> frequently occurs with facial and spatial nouns, <em>glare</em> with sources of light and public scrutiny, and <em>glimpse</em> with abstract and metaphorical concepts. Semantic preference analysis confirmed that each verb aligns with distinct conceptual domains and prosodic tendencies: <em>gaze</em> reflects introspective observation, <em>glare</em> conveys confrontation or intensity, and <em>glimpse</em> suggests brief or partial insight. These findings highlight the limitations of dictionary-based instruction and underscore the pedagogical value of corpus-informed approaches. By uncovering subtle yet systematic differences, the study provides practical insights for improving vocabulary instruction and enhancing learners’ lexical precision. It also recommends further research into learner corpora and classroom-based applications to promote data-driven vocabulary learning in EFL contexts.</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/1544
คลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
2025-03-19T10:32:20+07:00
ฐิตาพร จบสัญจร
plaimeihui1991@gmail.com
สิรินาถ จงกลกลาง
sirinat.j@nrru.ac.th
นาตยา ปิลันธนานนท์
fedunyp@ku.ac.th
<p style="font-weight: 400;">บทความวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ประเมินและปรับปรุงคลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีน สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เก็บข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน เพื่อประเมินความสอดคล้องเหมาะสมและความเป็นไปได้ของคลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีน และมีครูผู้สอนวิชาภาษาจีน จำนวน 7 คน เพื่อประเมินและปรับปรุงคลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีน โดยการสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินความสอดคล้องเหมาะสมและความเป็นไปได้ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยในครั้งนี้คือได้คลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แยกตามกลุ่มอาชีพ 5 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ คหกรรม/เกษตรกรรม พาณิชยกรรม ศิลปกรรม และอุตสาหกรรม จำนวน 32 อาชีพ และโจทย์งาน จำนวน 50 งาน และจากผลการประเมินพบว่า คลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีนมีความสอดคล้องเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลจากการทำไปใช้พบว่า ครูสามารถออกแบบการจัดการเรียนการสอนได้จริง ทั้งนี้มีข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญให้ปรับคลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีนให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม จุดประสงค์ของกรอบแนวคิด และบริบทของผู้เรียน</p> <p style="font-weight: 400;"><strong>คำสำคัญ </strong><strong>: การจัดการเรียนรู้อิงสมรรถนะ คลังสมรรถนะการใช้ภาษาจีน สมรรถนะ </strong></p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/1676
การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้สถานที่เป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยในชั้นเรียนแบบคละอายุ
2025-04-26T20:11:55+07:00
ชลธิชา เทียบสี
cholticha3815@gmail.com
กาญจนา ท่อแก้ว
kanchanatawkaew@gmail.com
<p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพัฒนาการด้านความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้สถานที่เป็นฐานในชั้นเรียนแบบคละอายุ 2) เปรียบเทียบความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์โดยใช้สถานที่เป็นฐานในชั้นเรียนแบบคละอายุ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1-3 โรงเรียนบ้านทุ่งกระโดน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 8 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ จำนวน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วยสนามเด็กเล่นแสนสนุก หน่วยโรงอาหารน่าอยู่ และหน่วยทุ่งนาพาเพลิน รวมระยะเวลา 9 สัปดาห์ และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบปฏิบัติจริง และแบบวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ( ) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบค่าที (t-test) และ Willcoxon Signed-Rank test ผลการศึกษา พบว่า</p> <ol> <li class="show">ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย จากการจัดประสบการณ์โดยใช้สถานที่เป็นฐานในชั้นเรียนแบบคละอายุ 3 หน่วยการเรียนรู้ มีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 87.50, 83.34 และ 86.11 ตามลำดับ</li> <li class="show">ความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้สถานที่เป็นฐานในชั้นเรียนแบบคละอายุ พบว่า โดยรวมและรายทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</li> </ol> <p><strong>คำสำคัญ:</strong> พัฒนาการ ความสามารถทางคณิตศาสตร์ การจัดประสบการณ์โดยใช้สถานที่เป็นฐาน</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2286
จากรากเหง้าสู่การเรียนรู้: ปัญหาและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คติชนวิทยาในระดับอุดมศึกษา
2025-09-06T13:05:11+07:00
ณิชาพัฒณ์ ไชยเสนบดินทร์
nichaphat.crru@gmail.com
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล
buranasinvattan_k@silpakorn.edu
<p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการจัดการเรียนรู้คติชนวิทยาในระดับอุดมศึกษา และ 2) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คติชนวิทยาในระดับอุดมศึกษา เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามผู้เรียนเกี่ยวกับคติชนวิทยาในการสอบถามนักศึกษาชั้นปีที่ 4 โปรแกรมวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ปีการศึกษา 2568 จำนวน 49 คน และการใช้แบบสัมภาษณ์ผู้สอนวิชาคติชนวิทยาในระดับอุดมศึกษา จำนวน 7 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัญหาการเรียนรู้คติชนวิทยามี 6 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยด้านความเข้าใจพื้นฐานด้านคติชนวิทยา ด้านการจำแนกและจัดประเภทข้อมูลคติชน ด้านการวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลจากภาคสนามกับทฤษฎี ด้านการประยุกต์ใช้ข้อมูลคติชนกับการสอนภาษาไทย ด้านการสร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้จากคติชน และด้านการนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการสอนจริง 2) แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คติชนวิทยาในระดับอุดมศึกษามี 7 แนวทาง ได้แก่ การสร้างความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับคติชนวิทยาอย่างเป็นระบบ การจัดการเรียนรู้โดยการลงมือปฏิบัติ การเรียนรู้ผ่านกรณีศึกษา ที่หลากหลาย การส่งเสริมการคิดเชิงวิเคราะห์และวิพากษ์ การพัฒนาทักษะการบูรณาการคติชนวิทยากับการสอนภาษาไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและสื่อสร้างสรรค์ในการนำเสนอคติชน และการพัฒนาทักษะการนำเสนอและถ่ายทอดความรู้ ผลการวิจัยนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนคติชนวิทยา และเตรียมความพร้อม ให้นักศึกษาครูมีสมรรถนะด้านการสอนคติชนอย่างรอบด้าน</p> <p> </p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/1764
การศึกษาการจัดการเรียนรู้ PLOT ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ QSCCS เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
2025-04-16T14:18:05+07:00
ชมพูนุช พานอิ่มมะเริง
kqkbee@gmail.com
นนทิยา จันทร์เนตร์
ch.nontiya@gmail.com
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังการจัดการเรียนรู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ PLOT ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ QSCCS โดยมีกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเมืองนครราชสีมา จำนวน 28 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยดำเนินการสอนโดยใช้การจัดการเรียนรู้ PLOT ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ QSCCS จำนวน 4 แผนการจัดการเรียนรู้ และใช้แบบสอบถามความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์โดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเปรียบเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 75 โดยทดสอบ Wilcoxon signed rank test และวิเคราะห์หาความพึงพอใจของผู้เรียนแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ แล้วนำมาคำนวณหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน </p> <p>ผลการศึกษาพบว่า 1. ทักษะในการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังการจัดการเรียนรู้ PLOT ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ QSCCS ผลการเขียนเรื่องตามจินตนาการนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 มีคะแนน 22.5 คะแนนขึ้นไป จำนวน 28 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2. ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ PLOT ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ QSCCS ในภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด เมื่อจำแนกรายด้าน พบว่า ด้านที่มีคะแนนสูงสุด คือ ด้านบรรยากาศใน การเรียนรู้ ( = 4.71, SD = 0.53)</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong>: การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ </p> <p> </p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2295
ความสัมพันธ์ระหว่างทักษะความฉลาดทางดิจิทัลและพฤติกรรมความเป็นพลเมืองดิจิทัลต่อสุขภาวะดิจิทัลของนักศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
2025-09-08T13:30:40+07:00
อรพรรณ อุปการกุล
amgiftko@gmail.com
อุมาภรณ์ สุขารมณ์
๊umaporn.mink@gmail.com
<p>บทความวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคะแนนของทักษะความฉลาดทางดิจิทัลและพฤติกรรมความเป็นพลเมืองดิจิทัลต่อสุขภาวะดิจิทัลของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะความฉลาดทางดิจิทัลและพฤติกรรมความเป็นพลเมืองดิจิทัลที่ส่งผลต่อสุขภาวะดิจิทัลของนักศึกษาปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ (ส่วนกลาง หมายถึง มหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก) ที่ลงทะเบียนเรียนภาคเรียน<br>ฤดูร้อน ปีการศึกษา 2567 จำนวน 138 คน ผลการวิจัยครั้งนี้สรุปได้ว่า ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล พฤติกรรมความเป็นพลเมืองดิจิทัล และสุขภาวะดิจิทัล มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2119
คลังทรัพยากร e-resources สำหรับครูภาษาอังกฤษ: เครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล
2025-08-06T08:41:11+07:00
ลดาจิตร เรืองพรสวัสดิ์
ladajit081@gmail.com
นาตยา ปิลันธนานนท์
fedunyp@ku.ac.th
สิรินาถ จงกลกลาง
sirinat.j@nrru.ac.th
<p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>การศึกษาในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษซึ่งต้องการการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจึงจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถทั้งด้านความรู้ วิธีการสอน และทักษะด้านเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนในยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตามการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาหลายประการ ซึ่งรวมถึงการขาดแคลนครูผู้สอนภาษาอังกฤษที่จบตรงเอก ความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงทรัพยากรการเรียนการสอนระหว่างโรงเรียนในเขตเมืองและชนบท รวมถึงการที่ครูมีภาระงานมากไม่มีเวลาในการเตรียมการสอนอย่างเต็มที่ และการขาดแหล่งข้อมูลที่ช่วยรวบรวมทรัพยากรการเรียนการสอนที่เป็นระบบและมีคุณภาพเหมาะสมกับบริบทนักเรียนในประเทศไทย ทั้งนี้การรวบรวมคลังทรัพยากร e-resources จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยเป็นแหล่งรวบรวมสื่อการเรียนการสอนที่หลากหลาย ซึ่งครอบคลุมทั้งสื่อดิจิทัล แบบฝึกหัด เกมการศึกษา และเครื่องมือประเมินผล ที่ครูสามารถเข้าใช้งานได้ตลอดเวลา ซึ่งคลังทรัพยากรดิจิทัลไม่เพียงช่วยลดภาระงานในการค้นหาและเตรียมสื่อการสอนของครู แต่ยังช่วยส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์และการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชนออนไลน์ อีกทั้งยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยเปิดโอกาสให้ครูและนักเรียนในทุกพื้นที่เข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน ทั้งนี้การพัฒนาคลังทรัพยากรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการบูรณาการแนวคิดหลากหลาย ได้แก่ กรอบ TPACK ที่เชื่อมโยงความรู้ด้านเทคโนโลยี วิธีการสอน และเนื้อหาวิชา กรอบแนวคิดการจัดระบบทรัพยากรการศึกษาแบบเปิด (Open Educational Resources: OER) รวมไปถึงการเรียนรู้ฐานทรัพยากร (Resource-Based Learning) ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากทรัพยากรการเรียนรู้ที่หลากหลาย ทั้งนี้คลังทรัพยากรดิจิทัลจึงมีความสำคัญในการเป็นเครื่องมือช่วยอำนวยความสะดวกในการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษและช่วยส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีร่วมกับการจัดการเรียนการสอน</p> <p> </p> <p> </p> <p><strong> </strong></p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์
https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JPPJ/article/view/2308
การจัดการทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์และความสัมพันธ์การจ้างงาน: มุมมองระหว่างประเทศ
2025-09-01T08:50:48+07:00
วชิรวัชร งามละม่อม
aood_0231@hotmail.com
<p>หนังสือ Strategic Human Resource Management and Employment Relations: An International Perspective เป็นผลงานในชุด Springer Texts in Business and Economics ที่บรรณาธิการคือ Ashish Malik ดูแลการคัดสรรและเรียบเรียงองค์ความรู้ร่วมสมัยด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์และความสัมพันธ์แรงงานจากหลากหลายบริบทนานาชาติ เล่มนี้จัดพิมพ์โดย Springer Nature Singapore Pte Ltd. ณ ประเทศสิงคโปร์ ตีพิมพ์เมื่อปี 2018 ตัวเล่มมีความหนา 268 หน้า จัดวางเนื้อหาอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับทั้งนักวิชาการ นักศึกษา และผู้ปฏิบัติงานที่ต้องการกรอบคิดเชิงกลยุทธ์และหลักฐานเชิงประจักษ์สำหรับการตัดสินใจเชิงนโยบาย ด้านข้อมูล<br>ทางบรรณานุกรมระบุ ISBN 978-981-13-0398-2 สำหรับฉบับพิมพ์ และ ISBN 978-981-13-0399-9 สำหรับฉบับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสะท้อนมาตรฐานงานวิชาการที่เผยแพร่ในระดับสากลและง่ายต่อการสืบค้นอ้างอิงต่อไป</p>
2025-12-13T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารชัยพฤกษ์ภิรมย์