วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM <p><strong>วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ</strong></p> <p>ISSN 3088-2850 (Online)<br />กำหนดการเผยแพร่ : ปีละ 3 ฉบับ </p> <p>ฉบับที่ 1 (มกราคม – เมษายน)</p> <p>ฉบับที่ 2 (พฤษภาคม – สิงหาคม)</p> <p>ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม)</p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ </strong>: วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในศาสตร์ที่เกี่ยวข้องด้านบริหารธุรกิจและการจัดการทุกแขนง เช่น</p> <ul> <li>การตลาด</li> <li>การเงินและการธนาคาร</li> <li>การบัญชี</li> <li>การจัดการและการดำเนินงาน</li> <li>การจัดการและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์</li> <li>การจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน</li> <li>การจัดการอุตสาหกรรม</li> <li>การจัดการสารสนเทศ</li> <li>จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ</li> <li>สหวิทยาการด้านการบริหารและการจัดการ อาทิ<br />- การบริหารการศึกษา<br />- รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ บริหารรัฐกิจ การจัดการภาครัฐ และเอกชน<br />- สื่อสารมวลชน การสื่อสารทางการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์<br />- พลศึกษา วิทยาศาสตร์การกีฬา ด้านการจัดการกีฬาและ นันทนาการ<br />- การจัดการโรงแรม การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการ<br />- การจัดการสิ่งแวดล้อม<br />- การจัดการทางวัฒนธรรม<br />- ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ<br />- จิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ<br />- พฤติกรรมองค์การและพฤติกรรมศาสตร์ และศาสตร์ที่ เกี่ยวข้อง</li> </ul> <p>บทความที่จะตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในวารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการจะต้องเป็นบทความที่ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารอื่น ๆ ทั้งนี้ หากพบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ ด้วยข้อคิดเห็นที่ปรากฏและแสดงในเนื้อหาบทความต่าง ๆ และขัดต่อจริยธรรม ให้ถือว่าเป็นความเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนบทความนั้น ๆ มิใช่ความเห็นและความรับผิดชอบใดๆ ของวารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ สำหรับในกรณีผู้ประสงค์จะนำข้อความในวารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการไปเผยแพร่ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์</p> en-US ##default.contextSettings.thaijo.licenseTerms## JOIMHOIDI@gmail.com (Asst.Prof.Dr.Jindarat Peemanee) JOIMHOIDI@gmail.com (Dr.Jariya Sanamthong ) Tue, 06 Jan 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบาทของการจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ต่อความสมดุลชีวิตกับงานและความผูกพันต่อองค์กร: การทบทวนเชิงแนวคิด https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3167 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการจัดการทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์ ความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน และความผูกพันต่อองค์กร โดยมุ่งเน้นการอธิบายบทบาทของแนวปฏิบัติด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในฐานะกลไกสำคัญของการพัฒนาองค์กรและการพัฒนาคุณภาพชีวิตแรงงานในบริบทการทำงานร่วมสมัย ด้วยวิธีการทบทวนวรรณกรรมเชิงแนวคิดจากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์ พฤติกรรมองค์กร และสังคมศาสตร์เชิงพัฒนา ผลการสังเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า แนวปฏิบัติด้านการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เช่น การออกแบบงานและระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น การประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างมีส่วนร่วม ระบบค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นธรรม รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ซึ่งบทบาทสำคัญต่อการส่งเสริมความสมดุลระหว่างชีวิตกับงาน โดยทำหน้าที่เป็นตัวแปรส่งผ่านเชิงจิตวิทยาที่นำไปสู่การเสริมสร้างความผูกพันต่อองค์กรในมิติต่าง ๆ ทั้งทางอารมณ์ ความต่อเนื่อง และบรรทัดฐาน บทความนี้จึงนำเสนอกรอบแนวคิดเชิงบูรณาการที่สะท้อนความเชื่อมโยงดังกล่าว และอภิปรายข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับองค์กรไทยในการออกแบบระบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานในระยะยาว</p> สมบูรณ์ ใจประการ, ธนพล ศรีสุขวัฒนชัย, อัจฉรา บุญคง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3167 Sun, 25 Jan 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: ทำงานอย่างไรให้มีความสุขอย่างยั่งยืนในองค์กร https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3099 <p>การมีความสุขในการทำงาน (Happy Workplace) เป็นปัจจัยสำคัญที่เกิดจากการบริหารจัดการ“งาน” “เทคโนโลยี” และ “ชีวิตส่วนตัว” ให้เกิดความสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต (Work–Life Balance) โดยเน้นแนวคิดเรื่อง“ความตั้งใจ”(Intentionality) มากกว่าการแบ่งเวลาเพียงอย่างเดียว คือ เป็นการเลือกทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับคุณค่าและเป้าหมายส่วนบุคคล รวมถึงวัดผลการทำงานจาก“ผลกระทบ”(Impact) มากกว่าจำนวนชั่วโมงการทำงาน ใช้รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น มีการกำหนดขอบเขต วางแผนขั้นตอนการทำงานให้เกิดภาวะลื่นไหล (Flow) ปรับระดับความท้าทายให้เหมาะสมกับความสามารถเพื่อลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นและบุคลากรมีเวลาพักผ่อนอย่างแท้จริง</p> <p>นอกจากที่กล่าวข้างต้น ความสุขในการทำงานยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การได้รับการยกย่องและการยอมรับจากสังคม การมีรายได้ที่มั่นคงและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต มีความเป็นอิสระในการทำงาน มีโอกาสเติบโตและก้าวหน้าในสายอาชีพ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจงใจให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร ลดอัตราการลาออกและภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) ตลอดจนช่วยให้องค์กรนั้นสามารถรักษาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากรอันนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว</p> สิริยุภัคร สกุลตุละพงศ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3099 Sun, 22 Feb 2026 00:00:00 +0700 ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3157 <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงนโยบาย (Policy Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา และเพื่อตรวจสอบข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ดำเนินการวิจัย 2 ระยะ มีขั้นตอนดังนี้ ระยะที่ 1 สังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสร้างข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ระยะที่ 2 เพื่อตรวจสอบข้อเสนอเชิงกลยุทธ์โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการวิจัย พบว่า ข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา ในด้านวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย วัตถุประสงค์กลยุทธ์ แนวปฏิบัติ มีผลการประเมินด้านความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.81, S.D. = 0.40) ด้านความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.77, S.D. = 0.45) ด้านความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{X}" alt="equation" /> = 4.85, S.D. = 0.38)</p> เวธกานต์ อุ้ยโพนทอง, สถิรพร เชาวน์ชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3157 Sat, 21 Feb 2026 00:00:00 +0700 Design Thinking and Cultural Innovation as Strategic Catalysts for Managing Creative Technology in Local Creative Economy Development https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/2725 <p>Local creative economies must balance cultural preservation with continuous innovation, yet the integrated mechanisms linking design capability, cultural transformation, and technology management remain insufficiently examined. This study investigates how Design Thinking, Cultural Innovation, and Creative Technology Management collectively shape organizational innovation capability and creative economy outcomes. A mixed-methods approach was employed with 300 participants from diverse local creative organizations. Quantitative analyses including descriptive statistics, correlation analysis, and Structural Equation Modeling (SEM) showed moderate to high levels across all competencies and confirmed significant positive relationships among constructs. SEM results demonstrate that Design Thinking enhances both innovation performance (β = .41, p &lt; .001) and Cultural Innovation (β = .52, p &lt; .001), while Creative Technology Management mediates the conversion of cultural value into scalable economic outcomes (β = .27, p &lt; .01). Qualitative thematic analysis further supports these findings, revealing community co-creation, cultural meaning-making, and technology-enabled amplification as central mechanisms. Overall, the integration of human-centered design, culturally grounded innovation, and adaptive technology management provides a strategic foundation for sustainable local creative economy development. The study contributes conceptually by clarifying how design, culture, and technology co-evolve, and offers practical implications for strengthening innovation capabilities within creative ecosystems.</p> Chinnapat Charoenrat ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ: ISSN XXXX-XXXX (Online) https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/2725 Tue, 06 Jan 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปะถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3124 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา 2) ศึกษาระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพ 3) ศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพ และ 4) สร้างสมการพยากรณ์ปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 322 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างด้วยการเปิดตารางเครจชี่และมอร์แกน ใช้วิธีเลือกแบบเจาะจงสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 90 คน และสุ่มแบบแบ่งชั้นสำหรับครู จำนวน 232 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณแบบปกติ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 โดยภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ระดับปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 โดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรพยากรณ์ที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 พบว่า มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อยู่ระหว่าง 0.809 – 0.891 และ 4) ผลการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบปกติของปัจจัยที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมคุณภาพของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำนวน 3 ตัว ได้แก่ ปัจจัยด้านนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ปัจจัยด้านความสามารถในการบริหาร และปัจจัยด้านการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา และมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จำนวน 1 ตัวแปร ได้แก่ปัจจัยด้านวิสัยทัศน์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ 0.923 มีอำนาจพยากรณ์ (<strong>R</strong><sup>2</sup>) ร้อยละ 85.10 และมีค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานเท่ากับ 0.177</p> ขรรคชัย บุญธาราสุวรรณ, สถิรพร เชาวน์ชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนวัตกรรมองค์การและการจัดการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so16.tci-thaijo.org/index.php/JOIM/article/view/3124 Wed, 07 Jan 2026 00:00:00 +0700