วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal <p>วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม<br />กำหนดออก : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม<br />นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านสังคมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และนวัตกรรมสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน</p> CLG_SSKRU (วิทยาลัยกฎหมายและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ) th-TH วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม 3056-9591 กลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียงในบริบทหมู่บ้านในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/941 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษากลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียง ในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน 2.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับกลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียง ในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน 3.เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อกลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียง ในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน รูปแบบการวิจัยเป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยวิจัยเชิงปริมาณนั้นใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องในการรวบรวม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ กลุ่มประชาชนผู้มิสิทธิเลือกตั้ง ในเขตเทศบาลตำบลห้วยทับทัน จำนวน 357 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) ตามสูตรของ Yamane (1937) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และกำหนดความคาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ 0.05 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบ Pearson’s Correlation Coefficient และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ Multiple Regression Analysis</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านความยากจน (= 4.22) อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านผลกระทบการซื้อสิทธิขายเสียง (= 3.97) ด้านการปกครองท้องถิ่น (= 3.87) ด้านทรัพยากร(= 3.79) ด้านวัฒนธรรมการเมือง ( = 3.77) ด้านรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียง (= 3.75) และด้านกลไกการซื้อสิทธิขายเสียง ( = 3.73) การทดสอบความสัมพันธ์พบว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรมการเมือง (.739) ด้านการปกครองท้องถิ่น (.721) ด้านทรัพยากร (.701) และด้านความยากจน (.510) มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับกลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียงในบริบทหมู่บ้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยด้านวัฒนธรรม (β = .392) ด้านการปกครอง (β = .273) และด้านทรัพยากร (β = .237) มีอิทธิพลต่อกลไกและรูปแบบการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>เทศบาลตำบลห้วยทับทันควรป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ควรประชาสัมพันธ์หรือรณรงค์ปลูกจิตสำนึก ให้ประชาชนตระหนักและเห็นถึงผลเสียที่เกิดจากการขายเสียง มีการตรวจสอบ และควรจัดให้มีกรรมการเลือกตั้งหรือ เจ้าหน้าที่ของรัฐลงพื้นที่ทุกหมู่บ้านโดยเริ่มตั้งแต่วันหาเสียง จนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อดูแลและตรวจสอบได้ง่ายและชัดเจน ดูแลเข้มงวดในการป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างจริงจัง</p> ทักษิณา อ่อนช้อย กุลธิดา ถิ่นขาม วริศรา สุทธิจักษ์ วาสนา อดใจ ปรารถนา มะลิไทย ลือศักดิ์ แสวงมี ประจวบ จันทร์หมื่น ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 1 หน้า 13 ความต้องการนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1509 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.&nbsp; เพื่อศึกษาเปรียบเทียบนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ตามปัจจัยลักษณะส่วนบุคคล <br>2.&nbsp; เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยค่าแรงขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ตำบลเมืองใต้ อำเภอ<br>เมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 3.&nbsp; เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ 4.&nbsp; เพื่อเสนอแนะถึงความต้องการในการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำของลูกจ้าง ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ รูปแบบการวิจัยงานเป็นวิจัยเชิงปริมาณ โดยงานวิจัยเชิงปริมาณนั้นใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ประชากรที่อาศัยอยู่ในตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ จำนวน 382 คน ซึ่งใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม (Cluster Sampling) ตามสูตรของ Yamane (1937) ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% และกําหนดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ 0.5 เพื่อหาหมู่บ้านที่เป็นกลุ่มตัวอย่างโดยแอพพลิเคชั่น Spin สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation ) การวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One – Way ANOVA) การถดถอยพหุคูณด้วยสถิติ (Stepwise Multiple Regression Analysis)&nbsp;</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัย ปัจจัยกลุ่มแรงงานลูกจ้างได้รับการพัฒนาทักษะฝีมือ (&nbsp;= 4.16) อยู่ในระดับมากที่สุด และรองลงมาคือ กลุ่มแรงงานลูกจ้างมีศักยภาพสูง (&nbsp;= 4.03) กลุ่มแรงงานลูกจ้างได้รับการคุ้มครอง มีสวัสดิการที่เหมะสม (&nbsp;= 3.96) สร้างโอกาส สร้างอาชีพ และการมีรายได้ที่มั่นคง (&nbsp;= 3.96) และกลุ่มแรงงานลูกจ้างมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี (&nbsp;= 3.88) การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า ได้แก่ ปัจจัย</p> <p>ด้านมีสวัสดิการที่เหมาะสม (β = .366) ปัจจัยด้านรายได้ที่มั่นคง (β = .216) และปัจจัยด้านพัฒนาทักษะฝีมือ (β = .155) มีอิทธิพลต่อความต้องการนโยบายค่าแรงขั้นต่ำของกลุ่มแรงงานลูกจ้าง ปัจจัยด้านมีสวัสดิการที่เหมาะสม (β=.394) และปัจจัยด้านรายได้ที่มั่นคง (β=.201) ซึ่งมีค่าสัมประสิทธิ์สัมพันธ์พหุคูณ = .504 ปัจจัยด้านพัฒนาทักษะฝีมือ ไม่สามารถพยากรณ์มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า ประสิทธิภาพของความต้องการนโยบายค่าแรงขั้นต่ำนั้นควรวิเคราะห์ว่านโยบายค่าแรงขั้นต่ำที่เสนอมานั้น สามารถตอบสนองความต้องการแก้ไขปัญหาของกลุ่มแรงงานลูกจ้างในพื้นที่ได้อย่างแท้จริงหรือไม่ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการและเศรษฐกิจในพื้นที่ กระทรวงแรงงาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง <br>ควรจัดโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้กลุ่มแรงงานลูกจ้างได้พัฒนาความรู้ ทักษะฝีมือ ในด้านต่าง ๆ และวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจของตำบลเมืองใต้ เพื่อประเมินความสามารถในการปรับตัวของผู้ประกอบการต่อการเปลี่ยนแปลงของนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ</p> สุขวลักษณ์ ขุมเงิน ศุภนิดา ทองค้อ สุธิดา กองทอง เครือฟ้า สัมนา ปรารถนา มะลิไทย ประจวบ จันทร์หมื่น ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 14 หน้า 26 ประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเทศบาลตำบลน้ำคำ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1271 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเทศบาลตำบลน้ำคำ&nbsp; อำเภอเมือง&nbsp; จังหวัดศรีสะเกษ 2) เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมเทศบาลตำบลน้ำคำ&nbsp; อำเภอเมือง&nbsp; จังหวัดศรีสะเกษ</p> <p>กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ จำนวน 214 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมาเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.67-1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม เท่ากับ .8066 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, F-test และเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีการของ Scheffe.</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวม 4 ด้าน อยู่ในระดับมาก (= 3.58 , S.D.= 0.16) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านการเป็นผู้นำและแกนกลางในการพัฒนาชุมชน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด อยู่ในระดับมาก (= 3.67 , S.D.= 0.31) รองลงมาคือ ด้านส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี อยู่ในระดับมาก (= 3.61 , S.D.= 0.36) ด้านการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนา อยู่ในระดับมาก (= 3.55 , S.D.= 0.34) ด้านการเสนอแผนงาน/โครงการ มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด อยู่ในระดับมาก (= 3.50 , S.D.= 0.29)</p> <p>ผลการเปรียบเทียบสมมติฐานพบว่า เพศที่แตกต่างกัน ในภาพรวม 4 ด้าน พบว่าไม่แตกต่างกัน ส่วน อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพ สถานภาพทางสังคม ที่แตกต่างกัน ในภาพรวม &nbsp;4 ด้าน พบว่า แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> อรทัย อุ่นคำ ธเนศพล อินทร์จันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 27 หน้า 35 ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1280 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์” มีวัตถุประสงค์ในการวิจัยดังนี้ ๑. เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ๒. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท ๔ กับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์และ ๓. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ในภาพรวม 2 ด้าน ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (&nbsp;= ๔.๐๒ S.D. = ๐.๓๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า หลักอิทธิบาท ๔&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;(&nbsp;= ๔.๐๘ S.D. = ๐.๓๕) อยู่ในระดับมาก และประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน (&nbsp;= ๓.๙๖ S.D. = ๐.๓๔) ตามลำดับ</p> <p>ผลการเปรียบเทียบสมมติฐานพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจำนวน ๒๑๒ คน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๐ มีอายุระหว่าง ๕๑ ปี ขึ้นไป จำนวน ๑๑๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๐ การศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน ๑๙๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๕ อาชีพเกษตรกรรม จำนวน ๑๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๒.๒ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๘๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๓</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>ABSTRACT</strong></p> <p>The objectives of this research are to study 1) the efficiency of public service of the Na In Subdistrict Administrative Organization, Phichai District, Uttaradit Province”. The research objectives are as follows: 1. To study the level of efficiency. Providing services to the people&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;of the Na In Subdistrict Administrative Organization, Phichai District, Uttaradit Province. 2. To study the relationship between the 4 Iddhipatha principles and the efficiency of public services of the Na In Subdistrict Administrative Organization, Phichai District, Uttaradit Province, and 3. To study problems and obstacles. and suggestions regarding the efficiency of public services of Na In Subdistrict &nbsp;Administrative Organization, Phichai District, Uttaradit Province</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; The results of the research found that in overall two aspects, citizens had opinions on the efficiency of public service delivery. Overall, it is at a high level ( = 4.02 S.D. = 0.32). When considering each aspect, it is found that the 4 Iddhipāda principles ( = 4.08 S.D. = 0.35) are at a high level. and efficiency of public service ( = 3.96 S.D. = 0.34), respectively.</p> <p>The results of comparing the assumptions found that Most of the respondents were female, numbering 212 people, accounting for 100 million.</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p>&nbsp;</p> <p><strong>1.บทนำ</strong></p> <p><strong>ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา</strong></p> <p>องค์การบริหารส่วนตําบล เป็นหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ที่เป็นผลมาจากแนวคิดในการกระจายอํานาจ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ซึ่งรัฐบาลได้มอบอํานาจหน้าที่ในการปกครองและจัดบริการสาธารณะโดยดําเนินงานด้วยงบประมาณและเจ้าหน้าที่ของตนเอง องค์การบริหารส่วนตําบล ได้รับการจัดตั้งขึ้นในฐานะเป็น นิติบุคคลตาม พระราชบัญญัติสภาตําบลและองค์การบริหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนตําบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ไปจนถึงการ&nbsp; แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ ๗ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสภาองค์การตําบลทําหน้าที่กําหนดนโยบาย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และกํากับดูแล การบริหารของกรรมการและนายกองค์การบริหารส่วนตําบล ซึ่งเป็นผู้ใช้อํานาจบริหารงาน มีปลัดและรองปลัด เป็นหัวหน้างานบริหาร ซึ่งแบ่งออกเป็นหน่วยงานต่างๆเท่าที่จําเป็นเพื่อตอบสนองต่อ ความต้องการของประชาชนในพื้นที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ซึ่งรับผิดชอบอยู่ โดยมีพนักงานประจําที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ทํางานประจําวัน องค์การบริหารส่วนตําบล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; มีจุดมุ่งหมายและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติตามมาตราต่างๆ ได้แก่ มาตรา ๖๖ พัฒนาตําบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;และวัฒนธรรม มาตรา ๖๗ มีหน้าที่ต้องทํา ดังเช่นการจัดให้มีและบํารุงทาง รักษาความสะอาด ป้องกันและระงับโรคติดต่อ ป้องกันและบรรเทา สาธารณะภัย ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คุ้มครอง ดูแล และบํารุงรักษา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาตรา ๖๘ มีหน้าที่ที่อาจทําในเขตความรับผิดชอบ เช่น การให้มีและบํารุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ ส่งเสริมให้มี อุตสาหกรรมในครอบครัว คุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ของแผ่นดิน ให้มี&nbsp; ตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม มาตรา ๖๙/๑ การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในการจัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงานและการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น นอกจากนี้ พระราชบัญญัติ ยังได้กําหนดให้องค์การบริหารส่วนตําบล มีอํานาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา ๖๗ และมาตรา ๖๘ ได้แก่ การจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส การบํารุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โรงมหรสพ และสาธารณสถานอื่น ๆ การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษา &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน</p> <p>ด้วยปัญหาองค์การบริหารส่วนตำบลมีการบริหารงานที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ยังขาดประสิทธิภาพ ส่งผลเสียอย่างมากต่อการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลเอง เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหน่วยงานที่ต้องมีการดำเนินงานด้วยกระบวนการบูรณาการร่วมกับภาคประชาชนเป็นหลัก หากขาดประสิทธิภาพในการบริหารงานแล้วจะทำให้การปฏิบัติงานเกิดความบกพร่อง ความอ่อนแอ และหย่อนประสิทธิภาพของกลไกด้านการบริหารจัดการภายในองค์กรเกิดความล่าช้า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในการปฏิบัติงาน ซึ่งส่งผลทำให้ไม่สามารถให้บริการแก่ประชาชนตามความต้องการได้อย่างรวดเร็ว การประสานงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อน และยังเป็นที่มาของการถูกมองว่าภาคราชการทำงานไม่มีความโปร่งใส ประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่มีความไว้วางใจ และเกิดความเบื่อหน่ายในการทำงานของภาครัฐ</p> <p>องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่น&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีสถานะเป็นนิติบุคคลและมีหน้าที่ในการแปลงนโยบายที่เป็นนามธรรมไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เกิดความสำเร็จขึ้นและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์&nbsp; ของการบริหารงานแบบบูรณาการ และยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตประชาชน และในฐานะที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนระดับรากหญ้าในท้องถิ่นมากที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข จำเป็นที่จะต้องมีการบริหารงานสาธารณะให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาและตรงกับความต้องการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ของประชาชนในท้องถิ่นมากที่สุดทั้งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ เพื่อที่จะช่วยในการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของชุมชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ทั้งสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ&nbsp; ซึ่งถ้าหากองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ไม่สามารถปฏิบัติหรือมีความบกพร่องในการบริหารงานหรือปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ประชาชนนั่นเอง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด&nbsp; การบริหารจัดการ ในองค์การจึงก้าวเข้าสู่ยุคใหม่</p> <p>จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้ศึกษาตระหนักถึงความสนใจที่จะศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการเสนอแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนเพิ่มเติมหรือปรับลดในสิ่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาอินดำเนินการอยู่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานมากที่สุดต่อไป</p> <p><strong>วัตถุประสงค์ของการวิจัย</strong></p> <p>๑. เพื่อศึกษาระดับประสิทธิภาพการให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๒. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท ๔ กับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๓. เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรคและและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประสิทธิภาพการให้บริการขององค์การบริหาร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p><strong>สมมุติฐานการวิจัย</strong></p> <p>หลักอิทธิบาท ๔ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p><strong>ขอบเขตของการวิจัย</strong></p> <ol> <li><strong> ขอบเขตด้านพื้นที่</strong> ได้แก่ พื้นที่ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</li> <li><strong> ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง</strong></li> </ol> <p><strong>ประชากร</strong> ได้แก่ ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน ๕,๙๗๙ คน</p> <p><strong>กลุ่มตัวอย่าง</strong> ได้แก่ ประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๗๒ คน จากประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จำนวน ๕,๒๒๔ คน</p> <ol start="3"> <li><strong> ขอบเขตด้านเนื้อหา</strong> ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมุ่งศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการ ๕ ด้าน ได้แก่ ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา ๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า</li> </ol> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <ol start="4"> <li><strong> ขอบเขตด้านตัวแปร</strong></li> </ol> <p>ตัวแปรอิสระ ได้แก่ ได้แก่ เพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ รายได้</p> <p>ตัวแปรตาม ได้แก่ ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมุ่งศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการ ๕ ด้าน ได้แก่ ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค ๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา ๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า</p> <ol start="5"> <li><strong> ขอบเขตด้านเวลา</strong> ดำเนินการศึกษาในช่วงปีการศึกษา 2566 – 2567</li> </ol> <p><strong>วิธีการศึกษา</strong></p> <p><strong>ประชากร</strong> ได้แก่ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จำนวนมีทั้งสิ้น ๑,๖๖๓ ครัวเรือน จำนวน ๕,๙๗๙ คน (ข้อมูลจาก ตามหลักฐานงานทะเบียนราษฎร์อำเภอพิชัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ณ เดือนกุมภาพันธ์ 2567)</p> <p><strong>กลุ่มตัวอย่าง</strong> ได้แก่ ประชาชนที่อยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์จำนวน 372 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) จากประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป</p> <p><strong>ผลการศึกษา</strong></p> <p>การศึกษาวิจัยเรื่อง ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมุ่งศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการ ๕ ด้าน ได้แก่ ๑. ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;๒. ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา๓. ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ ๔. ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;๕. ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา จำนวน 372 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างจากสูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๗๒ คน จากประชากรผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป จำนวน ๕,๒๒๔ คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาท ๔&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;กับประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ทำการวิเคราะห์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ด้วยการหาค่าความสัมพันธ์ระหว่าง ตัวแปรว่ามีความสัมพันธ์เกี่ยวข้อง กันหรือไม่ โดยใช้วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient) &nbsp;เพื่อวิเคราะห์การศึกษาวิจัยเรื่อง ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</p> <p><strong>สรุปผล</strong></p> <ol> <li><strong> สถานภาพทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม</strong></li> </ol> <p>ผลการวิเคราะห์ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีจำนวน ๒๑๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๗.๐ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีอายุระหว่าง ๕๑ ปี ขึ้นไป จำนวน ๑๑๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๐ การศึกษาระดับประถมศึกษา จำนวน ๑๙๙ คน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๕ อาชีพเกษตรกรรม จำนวน ๑๙๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๒.๒ รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จำนวน ๑๘๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๓</p> <ol start="2"> <li><strong> ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์</strong></li> </ol> <p><strong>ในภาพรวม 2 ด้าน</strong> ผลการวิเคราะห์พบว่าความคิดเห็นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ของประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ ในภาพรวม&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จากผลการศึกษาประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ประกอบด้วย ๒ ด้าน</p> <p>พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (x ̅ = ๔.๐๒ S.D. = ๐.๓๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า หลักอิทธิบาท ๔&nbsp; (x ̅ = ๔.๐๘ S.D. = ๐.๓๕) อยู่ในระดับมาก &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;และประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน (x ̅ = ๓.๙๖ S.D. = ๐.๓๔) ตามลำดับ</p> <p><strong>1.</strong><strong>หลักอิทธิบาท ๔</strong> ผลการวิเคราะห์ ความคิดเห็นของประชาชนต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ การศึกษา หลักอิทธิบาท ๔ ประกอบด้วย ๔ ด้าน</p> <p>พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๘ S.D. = ๐.๓๔) เมื่อพิจารณา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยพบผลการศึกษา คือ ด้านวิริยะ ความเพียร&nbsp; (x ̅ = ๔.๑๒ S.D. = ๐.๔๙) ด้านฉันทะ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความพึงพอใจ (x ̅ = ๔.๐๘ S.D. = ๐.๔๐) ด้านจิตตะ ความคิดและความตั้งใจ (x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๓๙) และด้านวิมังสา &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ความไตร่ตรอง (x ̅ = ๔.๐๕ S.D. = ๐.๔๕) ทุกด้านอยู่ในระดับมากตามลำดับ</p> <p><strong>ด้านฉันทะ ความพึงพอใจ </strong>พบว่า หลักอิทธิบาท ๔ ด้านฉันทะ ความพึงพอใจ ประชาชนมีความคิดเห็น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๘ S.D. = ๐.๔๐) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ บุคลากรแสดงกิริยาสุภาพต่อผู้มารับบริการ (x ̅ = ๔.๑๐ S.D. = ๐.๖๙) รองลงมา บุคลากรให้บริการที่ดี รวดเร็ว ถูกต้องแก่ประชาชนได้อย่างเต็มใจ (x ̅ = ๔.๐๙ S.D. = ๐.๗๐) และต่ำที่สุด คือ บุคลากรปฏิบัติงานตามระเบียบอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ (x ̅ = ๔.๐๙ S.D. = ๐.๖๗)</p> <p><strong>ด้านวิริยะ ความเพียร </strong>พบว่า หลักอิทธิบาท ๔ ด้านวิริยะ ความเพียร ประชาชนมีความคิดเห็น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๑๒ S.D. = ๐.๔๙) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ บุคลากรไม่ท้อถอยในการปฏิบัติงาน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;แม้งานที่ทำจะมีปัญหาอุปสรรคต่างๆ (x ̅ = ๔.๒๓ S.D. = ๐.๗๔) รองลงมา คือ บุคลากรปฏิบัติงานเสร็จสมบูรณ์ตามโครงการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และระเบียบที่กำหนดไว้&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๑๓ S.D. = ๐.๗๖) และต่ำที่สุด คือ บุคลากรมีความมุ่งมั่นในการที่จะให้งานประสบความสำเร็จ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(x ̅ = ๔.๐๔ S.D. = ๐.๗๓)</p> <p><strong>ด้านจิตตะ</strong> ความคิดและความตั้งใจ พบว่า หลักอิทธิบาท ๔ ด้านจิตตะ ความคิดและความตั้งใจ ประชาชนมีความคิดเห็น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๓๙) &nbsp;เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ บุคลากรตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยของงานที่ท่านปฏิบัติอยู่เสมอ (x ̅ = ๔.๑๑ S.D. = ๐.๖๙) รองลงมา คือ บุคลากรศึกษารายละเอียดของงานที่รับผิดชอบ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(x ̅ = ๔.๑๐ S.D. = ๐.๗๑) และต่ำที่สุด คือ บุคลากรมีสติควบคุมตนเองให้ปฏิบัติงานได้อย่างดี (x ̅ = ๔.๐๐ S.D. = ๐.๖๕)</p> <p><strong>ด้านวิมังสา</strong> ความไตร่ตรอง พบว่า หลักอิทธิบาท ๔ ด้านวิมังสา ความไตร่ตรอง ประชาชนมีความคิดเห็น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๕ S.D. = ๐.๔๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ บุคลากรคิดหาวิธีการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน (x ̅ = ๔.๑๒ S.D. = ๐.๗๑) รองลงมา คือ บุคลากร มีความรู้ความเข้าใจ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สามารถอธิบายให้ผู้มารับบริการเข้าใจง่าย ชัดเจน เป็นประโยชน์แก่ผู้มาขอรับบริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; (x ̅ = ๔.๐๘ S.D. = ๐.๘๓) และต่ำที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คือ บุคลากรปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงประชาชนและยึดความถูกต้องเสมอ (x ̅ = ๔.๐๐ S.D. = ๐.๖๙)</p> <ol start="2"> <li><strong> ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน </strong>ผลการวิเคราะห์ ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ๕ ด้าน</li> </ol> <p>พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(x ̅ = ๓.๙๖ S.D. = ๐.๓๔) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยพบผลการศึกษา คือ ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๐๒ S.D. = ๐.๔๖) ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง (x ̅ = ๔.๐๑ S.D. = ๐.๔๘) ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๐๐ S.D. = ๐.๓๘) ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ (x ̅ = ๓.๙๗ S.D. = ๐.๓๖) และด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(x ̅ = ๓.๗๗ S.D. = ๐.๕๔) ทุกด้านอยู่ในระดับมากตามลำดับ</p> <p>เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบดังนี้</p> <p><strong>ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๐&nbsp;&nbsp;&nbsp; S.D. = ๐.๓๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้แจ้งสิทธิ์แก่ประชาชนในบริการอย่างเท่าเทียม &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;(x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๗๕) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ (x ̅ = ๔.๐๖ S.D. = ๐.๗๐)&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้การจัดลำดับการให้บริการก่อน – หลังอย่างยุติธรรม&nbsp;&nbsp;&nbsp; (x ̅ = ๓.๘๓ S.D. = ๐.๖๖)</p> <p><strong>ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๒ S.D. = ๐.๔๖) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้ช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว (x ̅ = ๔.๑๘ S.D. = ๐.๗๑) รองลงมา คือ การให้บริการของ องค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวกสามารถปรับลดขั้นตอนได้ให้ทัน ต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๑๐ S.D. = ๐.๗๖) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว (x ̅ = ๓.๘๕ S.D. = ๐.๗๓)</p> <p><strong>ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๓.๙๗&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; S.D. = ๐.๓๖) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยอย่างเพียงพอ (x ̅ = ๔.๒๒ S.D. = ๐.๖๙) &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;รองลงมา &nbsp;คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน จัดให้มีป้ายสัญลักษณ์บอกจุดการให้บริการที่ชัดเจนเข้าใจง่าย (x ̅ = ๔.๐๖ S.D. = ๐.๗๑) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีการใช้เครื่องมือที่ช่วยให้บริการทำได้อย่างทั่วถึง (x ̅ = ๓.๘๐ S.D. = ๐.๖๒)</p> <p><strong>ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๑&nbsp;&nbsp; S.D. = ๐.๔๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการโดยยึดประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก (x ̅ = ๔.๑๖ S.D. = ๐.๗๙) รองลงมา&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีความพร้อมต่อการให้บริการอยู่เสมอ (x ̅ = ๔.๑๒ S.D. = ๐.๘๐) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน &nbsp;ให้บริการนอกเวลาราชการของทางราชการ (x ̅ = ๓.๗๖ S.D. = ๐.๗๒)</p> <p><strong>ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๓.๗๗&nbsp;&nbsp;&nbsp; S.D. = ๐.๕๔) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน จัดให้มีช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มารับบริการ เช่น กล่องรับความคิดเห็นแบบสอบถาม เป็นต้น (x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๗๘) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีการแก้ไขปัญหาการให้บริการ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอยู่เสมอ (x ̅ = ๓.๙๒ S.D. = ๐.๙๔) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จัดให้มีระบบการให้บริการสืบค้นข้อมูลข่าวสารทาง เว็บไซต์ (website), Facebook ของ อบต. (x ̅ = ๓.๔๕ S.D. = ๐.๗๔)<strong>&nbsp; </strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </strong></p> <p><strong>3 สรุปผลการทดสอบสมมติฐาน</strong></p> <p>ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ประกอบด้วย ๒ ด้าน ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (&nbsp;= ๔.๐๒ S.D. = ๐.๓๒) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า หลักอิทธิบาท ๔&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(&nbsp;= ๔.๐๘ S.D. = ๐.๓๕) อยู่ในระดับมาก และประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน &nbsp;(&nbsp;= ๓.๙๖ S.D. = ๐.๓๔) ตามลำดับ</p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; หลักอิทธิบาท ๔ </strong>ดังนี้</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;พบว่า ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน โดยประยุกต์ หลักอิทธิบาท ๔ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านฉันทะ ควรเสริมสร้างศรัทธาให้เจ้าหน้าที่มีความรัก ความพอใจในหน้าที่ ปลูกจิตสำนึก&nbsp; ในการให้บริการแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อการบริการประชาชนที่ประสิทธิภาพ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; พบว่า ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน โดยประยุกต์ หลักอิทธิบาท ๔ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านวิริยะ เจ้าหน้าที่ต้องมีความตั้งใจให้บริการ มีความอดทนความพยายาม เพื่อให้ประชาชนเกิดความพึงพอใจในการมารับบริการกับสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน และควรจัดการสัมมนาเพิ่มศักยภาพการปฏิบัติงานให้กับเจ้าหน้าที่&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เป็นประจำสม่ำเสมอ พัฒนาองค์ความรู้ ในการปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่มีความเพียรพยายามและมีความอดทนอดกลั้นต่อสภาวะต่างๆ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พบว่า ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน โดยประยุกต์&nbsp; หลักอิทธิบาท ๔&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านจิตตะ สร้างบรรยากาศในสถานที่ทำงานให้มีความรู้สึกผ่อนคลายไม่ตึงเครียด เกิดสมาธิในการปฏิบัติงาน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนในชุมชนกับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่มีกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ร่วมกัน ลดช่องว่างระหว่างหน่วยงานของรัฐกับชุมชน เพิ่มไมตรีจิตที่ดีต่อกัน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พบว่า ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน โดยประยุกต์ หลักอิทธิบาท ๔ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านวิมังสา สำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีการจัดกิจกรรมให้แต่ละชุมชน ได้แสดงความคิดเห็นแลกเปลี่ยนปัญหาต่างๆ และวิธีการดำเนินการพัฒนาชุมชน ซึ่งสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้นำปัญหาเหล่านั้นมาปรับปรุง แก้ไข และพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลนาอินต่อไป</p> <p><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน </strong></p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; จากผลการศึกษา ประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ๕ ด้าน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๓.๙๖ S.D. = ๐.๓๔) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับตามค่าเฉลี่ยพบผลการศึกษา คือ ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา (x ̅ = ๔.๐๒ S.D. = ๐.๔๖) ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง (x ̅ = ๔.๐๑ S.D. = ๐.๔๘) ด้านการให้บริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างเสมอภาค (x ̅ = ๔.๐๐ S.D. = ๐.๓๘) ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ (x ̅ = ๓.๙๗ S.D. = ๐.๓๖) และด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า (x ̅ = ๓.๗๗ S.D. = ๐.๕๔) ทุกด้านอยู่ในระดับมากตามลำดับ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบดังนี้</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ด้านการให้บริการอย่างเสมอภาค โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๐&nbsp; S.D. = ๐.๓๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้แจ้งสิทธิ์ แก่ประชาชนในบริการอย่างเท่าเทียม (x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๗๕) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ (x ̅ = ๔.๐๖ S.D. = ๐.๗๐) และต่ำที่สุด&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้การจัดลำดับการให้บริการก่อน – หลังอย่างยุติธรรม (x ̅ = ๓.๘๓ S.D. = ๐.๖๖)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการให้บริการอย่างทันต่อเวลา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๒ S.D. = ๐.๔๖) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ได้ช่วยเหลือประชาชนในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๑๘ S.D. = ๐.๗๑) รองลงมา คือ การให้บริการขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวกสามารถปรับลดขั้นตอนได้ให้ทัน ต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น (x ̅ = ๔.๑๐ S.D. = ๐.๗๖) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; แก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว (x ̅ = ๓.๘๕ S.D. = ๐.๗๓)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๓.๙๗ S.D. = ๐.๓๖) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัยอย่างเพียงพอ (x ̅ = ๔.๒๒ S.D. = ๐.๖๙) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน จัดให้มีป้ายสัญลักษณ์บอกจุดการให้บริการที่ชัดเจนเข้าใจง่าย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๐๖ S.D. = ๐.๗๑) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีการใช้เครื่องมือที่ช่วยให้บริการทำได้อย่างทั่วถึง (x ̅ = ๓.๘๐ S.D. = ๐.๖๒)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๔.๐๑ S.D. = ๐.๔๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการ&nbsp; โดยยึดประโยชน์ของสาธารณะเป็นหลัก&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๑๖ S.D. = ๐.๗๙) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน มีความพร้อมต่อการให้บริการอยู่เสมอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๔.๑๒ S.D. = ๐.๘๐) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน ให้บริการนอกเวลาราชการของทางราชการ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;(x ̅ = ๓.๗๖ S.D. = ๐.๗๒)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <strong>ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า</strong> พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านการให้บริการอย่างก้าวหน้า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x ̅ = ๓.๗๗&nbsp; S.D. = ๐.๕๔) เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พบว่า ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน จัดให้มีช่องทาง ในการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มารับบริการ เช่น กล่องรับความคิดเห็นแบบสอบถาม เป็นต้น (x ̅ = ๔.๐๗ S.D. = ๐.๗๘) รองลงมา คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;มีการแก้ไขปัญหาการให้บริการ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอยู่เสมอ (x ̅ = ๓.๙๒ S.D. = ๐.๙๔) และต่ำที่สุด คือ องค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน จัดให้มีระบบการให้บริการสืบค้นข้อมูลข่าวสารทาง เว็บไซต์ (website), Facebook &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ของ อบต. (x ̅ = ๓.๔๕ S.D. = ๐.๗๔)</p> <p><strong>ข้อเสนอแนะ</strong></p> <p><strong>ข้อเสนอแนะในการนำผลงานวิจัยไปใช้</strong></p> <p><strong>หลักอิทธิบาท ๔ </strong>ปัญหาที่พบคือ บุคลากรยังไม่ค่อยเข้าใจในเรื่องหลักอิทธิบาท ๔ จึงทำให้การทำงาน มีความบกพร่อง ไม่มีความพอใจ ความเพียรพยายาม การเอาใจใส่ และไตร่ตรองทบทวน ในงานที่ทำงานและไม่ค่อยสอดคล้อง&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กับเวลาจึงทำให้บุคลากรเกิดความท้อต่องานที่ทำ ความอดทนในการปฏิบัติงานมีจำกัดไม่สามารถปฏิบัติได้ยาวนาน&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เกิดความเบื่อหน่ายง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุให้ขาดความพยายามและท้อแท้ การทำงานยังไม่ค่อยทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น</p> <p><strong>ด้านงานส่งเสริมคุณภาพชีวิต </strong>ปัญหาที่พบคือ &nbsp;ควรให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานโดยการประยุกต์ใช้หลักธรรมกับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน บริหารจัดการงานให้สอดคล้องกับความรู้ความสามารถของแต่ละคน กำหนดช่วงเวลาในการทำงานอย่างเหมาะสม มีการผ่อนคลายการทำงานเป็นระยะ ปรับลดขั้นตอนในการให้บริการแก่ประชาชน ให้ข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงและให้ทันต่อเหตุการณ์ มีแผนผังมีแผนผังขั้นตอนการให้บริการ การติดต่อและป้ายบอกช่องทางที่มีความชัดเจน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ง่ายต่อการขอรับบริการ และมีการจัดฝึกอบรมพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้แก่บุคลากร และประชาชนอย่างต่อเนื่อง</p> <p><strong>ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป</strong></p> <p>๑) ควรศึกษาแนวทางการการให้บริการประชาชนที่มีประสิทธิภาพ และขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อการใช้ทรัพยากร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการทำงาน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๒) ควรศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการให้บริการประชาชนขององค์การบริหารส่วนตำบลนาอิน</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๓) ควรศึกษาแนวทางหรือกระบวนการนำนโยบายการส่งเสริมการให้บริการประชาชนที่มีบริการ One Stop Service จุดบริการเดียวเบ็ดเสร็จ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๔) การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการให้บริการประชาชนบูรณาการหลักพุทธธรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ๕) นักวิจัยควรมองถึงระเบียบวิธีวิจัยอื่นๆ ที่สามารถพัฒนารูปแบบการบริการประชาชนตามหลักพุทธธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลบ่อสวกให้มีประสิทธิภาพมากยิ่ง&nbsp;</p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> <p><strong>&nbsp;</strong></p> สุภัสสร บุตรบุญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 36 หน้า 46 แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1714 <p>การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน &nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์ &nbsp;กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ คณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp; 33 &nbsp;คน&nbsp; และคณะกรรมการชุมชน จำนวน &nbsp;6 ชุมชน ๆ ละ 10 คน จำนวน 60 คน&nbsp; รวมจำนวนทั้งหมด 93 คน เครื่องมือที่ใช้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ในการศึกษาเป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ .84 สถิติที่ใช้&nbsp;&nbsp; ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ความแตกต่างใช้สถิติทดสอบค่า (t-test แบบ Indepndent sample) และทดสอบความแปรปรวนทางเดียว โดยใช้ F-test (One –Way&nbsp; ANOVA)</p> <p><strong>ผลการวิจัยพบว่า </strong></p> <p>การจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยภาพรวม อยู่ในระดับปานกลางและรายด้านอยู่ในระดับปานกลาง&nbsp; เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน เรียงลำดับค่าเฉลี่ยสูงไปต่ำ คือ ด้านกำหนดประเด็นหลักการพัฒนาให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;พันธกิจและจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในแผนยุทธศาสตร์รวมทั้งสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของประชาคมและชุมชน รองลงมาคือ ด้านรวบรวมประเด็นหลักการพัฒนาปัญหาความต้องการและข้อมูลนำมาจัดทำร่างแผนพัฒนาเทศบาลผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ร่างแผนพัฒนาเทศบาลและด้านประกาศใช้แผนพัฒนาเทศบาล ส่วนด้านที่มีระดับการปฏิบัติต่ำสุด คือการพิจารณาร่างแผนพัฒนาเทศบาลเพื่อเสนอผู้บริหารตามลำดับ</p> <p>การเปรียบเทียบของการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;จังหวัดเพชรบูรณ์&nbsp; ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ &nbsp;จำแนกตามสถานภาพโดยภาพรวมแตกต่างกันอย่าง &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านในทุกด้านไม่แตกต่างกัน ยกเว้น&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;ด้านรวบรวมประเด็นหลักการพัฒนา ปัญหาความต้องการและข้อมูลนำมาจัดทำร่างแผนพัฒนาเทศบาลและผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติร่างแผนพัฒนา เทศบาลและประกาศใช้แผนพัฒนาเทศบาล มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ &nbsp;จำแนกตามระดับการศึกษา การจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม จำแนกตามการศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง การจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลตำบลท่าข้าม จำแนกตามการศึกษา โดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 เมื่อพิจารณารายด้าน ในทุกด้านมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 ทุกด้านยกเว้น ด้านรวบรวมประเด็นหลักการพัฒนา ปัญหาความต้องการและข้อมูลนำมาจัดทำร่างแผนพัฒนาเทศบาล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>&nbsp;แนวทางด้านการกำหนดประเด็นหลักการพัฒนาให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์&nbsp; พันธกิจ และจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาในแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนารวมทั้งสอดคล้องกับปัญหาความต้องการของประชาคมและชุมชน พบว่าประชาชนต้องการให้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องแผนกับกรรมการชุมชนต้องการให้นำแผนชุมชนมาใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลทุกข้อและต้องการให้ประชาสัมพันธ์การจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลก่อนลงดำเนินการประชาคม ด้านการรวบรวมประเด็นการพัฒนา ปัญหาความต้องการและข้อมูลนำมาจัดทำร่างแผนพัฒนาเทศบาลพบว่าประชาชนต้องการให้เทศบาลให้ความรู้กับประชาชนในเรื่องการจัดทำแผน &nbsp;จัดเก็บข้อมูลจากประชาชนหลายๆทางและควรใช้เวลาในการเก็บข้อมูล ปัญหา ความต้องการของประชาชนด้านการการพิจารณาร่างแผนพัฒนาเทศบาลเพื่อเสนอผู้บริหารพบว่าประชาชนต้องการมีส่วนร่วมการประชุมพิจารณาร่างแผนพัฒนาเทศบาลและต้องให้เทศบาลให้ความรู้ในการจัดทำแผนพัฒนาเทศบาลกับกรรมการพิจารณาร่างแผนพัฒนาเทศบาลและด้านการผู้บริหารท้องถิ่นพิจารณาอนุมัติร่างแผนพัฒนาเทศบาล พบว่า ประชาชนต้องการให้ลงเล่มแผนพัฒนาเทศบาลในเว็ปไซต์เทศบาล</p> รักชนก วัชรรัศมี ธเนศพล อินทร์จันทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 47 หน้า 60 ความพึงพอใจต่อการให้บริการด้านสาธารณะของประชาชนเทศบาลตำบลตรอน อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1742 <p>สารนิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลตรอน อำเภอตรอน&nbsp; จังหวัดอุตรดิตถ์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลตรอน อำเภอตรอน&nbsp; จังหวัดอุตรดิตถ์&nbsp; จำนวน&nbsp; 361 คน และเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามได้ความเชื่อมั่นของแบบสอบถามโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟ่า(IOC=0.67–1.00,=0.8930)สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวนทางเดียว (F-test One-way ANOVA) ในกรณีที่มีความแตกต่างก็ทดสอบความแตกต่างโดยวิธีการของเชฟเฟ่ (Scheffe)&nbsp;</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิเคราะห์พบว่าศึกษาความพึงพอใจของการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลตรอน อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ และพบว่าโดยรวมอยู่ในระดับมา (=3.59,S.D.=0.47)และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดคือด้านศิลปวัฒนธรรมจารีตประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น อยู่ในระดับมาก (=3.69,S.D.=0.56)ข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุดคือด้านการจัดระเบียบชุมชนสังคมและการรักษาความสงบเรียบร้อยพบว่าอยู่ในระดับปานกลาง(=3.44,S.D.=0.42) การเปรียบเทียบความพึงพอใจของการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลตรอน อำเภอตรอน&nbsp; จังหวัดอุตรดิตถ์ จำแนกตามเพศโดยภาพรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน จำแนกตามอายุโดยภาพรวมไม่แตกต่างกันส่วนรายด้าน คือด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จำแนกตามระดับการศึกษาโดยภาพรวมรายด้านไม่แตกต่างกัน</p> อภิญญา ขันทะ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-08-26 2025-08-26 2 02 หน้า 61 หน้า 73