https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/issue/feed วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม 2026-06-30T00:00:00+07:00 ผศ.ดร.อลงกต แผนสนิท journal.clg.sskru@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม ISSN 3056-9591 (Online)<br />กำหนดออก : 2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม<br />นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความคุณภาพสูงในด้านสังคมศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และนวัตกรรมสังคม โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือคณาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัยทั้งในและนอกสถาบัน</p> https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/2222 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ 2025-09-08T14:34:35+07:00 เทียนชัย เชตวัน stu6512866204@sskru.ac.th คมกริช เครือวงศ์ nongcpx4444@hmail.com จตุภัทร แก้วพวง stu6512866202@sskru.ac.th ทวีเกียรติ ชมชื่น thaweekiat200346@gmail.com ภูริภัทร พันธราช phanthrachphuriphathr@gmail.com ปรารถนา มะลิไทย prathana.m08@gmail.com ประจวบ จันทร์หมื่น Prajuab21600@gmail.com <p>การวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำบล<br>ลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์และอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันแก้ปัญหายาเสพติด โดยสุ่มตัวอย่าง จำนวน 5,853 คน ผู้วิจัยได้สุ่มตัวอย่างจากประชาชากรโดยไม่ยึดหลักความน่าจะเป็น จำนวน 368 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยใช้สูตรของผู้วิจัยใช้วิธีการคำนวณจากสูตรของ Yamane (1937) ที่ระดับความเชื่อ 95 % กำหนดความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ 0.05 สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ค่าความเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐาน ทดสอบความสัมพันธ์ โดยใช้สถิติค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบ Pearson’s Correlation Coefficient และทดสอบสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณด้วยสถิติ Multiple Regression Analysis</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านความสัมพันธ์ในชุมชน (= 4.04) อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาด้านการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา (= 3.88) เมื่อทำการทดสอบความสัมพันธ์ของปัจจัยด้านความสัมพันธ์ในชุมชน (.709) ด้านการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา (.686) ด้านผู้นำชุมชนและบทบาท (.645) ด้านความเข้มงวดของกฎหมายในพื้นที่ (.749) ด้านความร่วมมือของเจ้าหน้าที่และชุมชน (.765) และด้านการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน (.882) พบว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และยังทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการถดถอยพหุคูณเมื่อทำนายอิทธิพลของปัจจัย พบว่า ด้านความสัมพันธ์ในชุมชน (= .202) ด้านการฟื้นฟูผู้ติดยาในชุมชน (= .127) ด้านการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา (= .121) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า ตำบลลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ โดยภาพรวมจากการวิเคราะห์ข้อมูล ได้ให้ความสำคัญต่อระดับความคิดเห็นในการบริหารจัดการตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในภาพรวม อยู่ในระดับมาก</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/2145 การพัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านเกษตรบ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศล 2025-07-15T12:09:56+07:00 ศรัญญา พงษ์ปลัด mint.sarunya.phongpalad@gmail.com จินตนา มะลิซ้อน yivmobile39@gmail.com อนันทิตา แสนเลิศ Seanlert46@gmail.com ปรารถนา มะลิไทย Prathana.m08@gmail.com <p>วิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปัจจัยในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านเกษตรบ้านอุ่มแสง ตำบลดู่ อำเภอราษีไศลโดยงานวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยได้แก่ประชาชนในพื้นที่ จำนวน303คนโดยวิธีการด้วยวิธีสุ่ม ตัวอย่างแบบบังเอิญ(Accidental Sampling) ที่ระดับความเชื่อ95%และกำหนดความคลาดเคลื่อนที่ได้รับ0.05สำหรับสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือค่าร้อยละค่าเฉลี่ยค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสูตรค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson Correlation Coefficient)</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการวิจัยพบว่าปัจจัยด้านอาชีพ ( <em>&nbsp;</em><em>= 4.15 ), </em>อยู่ในระดับมากที่สุด การรวมกลุ่มเกษตรกร &nbsp;( <em>&nbsp;</em><em>= 4.09 ), </em>ประสิทธิภาพในการผลิต &nbsp;( <em>&nbsp;</em><em>= 4.01 ), </em>ด้านรายได้&nbsp;&nbsp; &nbsp;( <em>&nbsp;</em><em>= 3.99 ), </em>การเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ &nbsp;( <em>&nbsp;</em><em>= 3.98), </em>ด้านการตลาด ( <em>&nbsp;</em><em>= 3.95 ), </em>และด้านการผลิต &nbsp;( <em>&nbsp;</em><em>= 3.80 ) </em>อยู่ในระดับที่น้อยที่สุด</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาวิจัยเชิงปริมาณพบว่าปัญหาในการผลิต ประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นว่าอาจเกิดจากการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์เป็นกระบวนการที่สำคัญในการนำสินค้าเข้าสู่ตลาดและสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภค ซึ่งมีปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1628 บทความวิจัยเรื่องการบริการประชาชนเทศบาลตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ 2025-06-09T16:45:11+07:00 ณัฐกานต์ ทิพย์อักษร 650112801082@bru.ac.th นภัสสร เฝ้าทรัพย์ 650112801084@bru.ac.th ปภาวดี สัตย์ฌุชนม์ 650112801087@bru.ac.th มาริศา ดวงภาค 650112801096@bru.ac.th สากล พรหมสถิตย์ sakon.pt@bru.ac.th <p class="s15"><span class="s4">บทคัดย่อ</span></p> <p class="s16"><span class="s8">บทความ</span><span class="s8">วิจัย</span><span class="s8">เรื่อง </span><span class="s8">“</span><span class="s8">การบริการประชาชนของเทศบาลตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์</span><span class="s8">” </span><span class="s8">นี้</span><span class="s8">มีวัตถุประสงค์</span> <span class="s8">เพื่อศึกษา</span> <span class="s8">1</span><span class="s8">) ระดับคุณภาพของ</span><span class="s8">การให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ </span><span class="s8">และ </span><span class="s8">2</span><span class="s8">) </span><a name="_Hlk193121554"></a><span class="s8">ศึกษาแนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการให้บริการของประชาชนของเทศบาลตำบลบ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์ </span><span class="s8">รูปแบบของการวิจัยเป็นการวิจัยแบบผสานวิธี ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมในการบริหารงานเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ บ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มประชากร คือ </span><span class="s8">ประชาชน</span><span class="s8">จำนวน </span><span class="s8">381 </span><span class="s8">คน</span><span class="s8"> ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการบรรยายเชิงพรรณนา </span></p> <p class="s16"><span class="s8">1. </span><span class="s8">ระดับคุณภาพของการให้บริการประชาชนของเทศบาลตำบลบ้านบัว อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์</span> <span class="s8">โดยภาพรวมอยู่ในระดับสูง มีค่าเฉลี่ย </span><span class="s8">3.67</span></p> <p class="s16"><span class="s8">2. </span><span class="s8">ศึกษาแนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการให้บริการของประชาชนของเทศบาลตำบลบ้านบัว จังหวัดบุรีรัมย์</span> <span class="s8">โดยภาพรวมอยู่ในระดับ</span><span class="s8">สูง</span><span class="s8"> มีค่าเฉลี่ย</span><span class="s8"> 3.47</span></p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/2417 คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตตำบลตะโก อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ 2025-10-14T16:17:30+07:00 ประนัดดา สุผา 650112801121@bru.ac.th ปิยะณัฐ นวลพริ้ง 650112801141@bru.ac.th กุลณัฐ ทุมพร 650112801134@bru.ac.th ชาลิณี สมเย็น 650112801131@bru.ac.th แพรวดาว มะสันเทียะ 650112801147@bru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตตำบลตะโก อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์ และเปรียบเทียบคุณภาพชีวิตจำแนกตามเพศ อายุ การศึกษา รายได้ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 241 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามวิเคราะห์ข้อมูลด้วยร้อยละค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานการทดสอบค่าที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) ผลการวิจัยพบว่า คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับมากโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน (ค่าเฉลี่ย = 4.60) ด้านการส่งเสริมสุขภาพ (ค่าเฉลี่ย = 4.03) ด้านจิตใจและอารมณ์ (ค่าฉลี่ย = 3.93) และด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง (ค่าเฉลี่ย= 3.06) นอกจากนี้ เพศ อายุ การศึกษา รายได้ โรคประจำตัว มีผลต่อคุณภาพชีวิตแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ยกเว้น อาชีพ ข้อเสนอแนะในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุควรมุ่งเน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพ สร้างสุขภาวะทางจิต ส่งเสริมบทบาทในสังคม และเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ</p> <p>คำสำคัญ: ผู้สูงอายุ; คุณภาพชีวิต; ตำบลตะโก; ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง; การส่งเสริมสุขภาพ</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1622 แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ 2025-06-09T16:40:50+07:00 พัณณิตา วรรณทวี 650112801091@bru.ac.th รวินันท์ ขันเสน 650112801097@bru.ac.th วรรณวิสา วงศ์ประสิทธิ์ 650112801099@bru.ac.th อัญชลี สิงห์โคตร 650112801108@bru.ac.th สากล พรหมสถิตย์ sakon.pt@bru.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และ 2) เพื่อเสนอแนวทางเกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยนี้ประกอบด้วยบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม จำนวน 221 คน รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แนวคิดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัยคือโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 142 คน ซึ่งคำนวณจากสูตรของ Yamane (1973) และ โชติ บดีรัฐ (2563) โดยใช้วิธีการคัดเลือกแบบสุ่มเชิงช่วงชั้นอย่างมีสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.14 (S.D. = 0.403) &nbsp;&nbsp;2) ข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรโรงเรียนบุรีรัมย์พิทยาคม ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ มีจำนวน 5 ด้าน ได้แก่ ด้านความสำเร็จของงาน ด้านลักษณะของงาน ด้านสภาวะการทำงาน ด้านความรับผิดชอบ และด้านเงินเดือน โดยจำเป็นต้องมีการประเมินผลการทำงานอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนา รวมถึงการประชุมหรือการพูดคุยในกลุ่มอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำงานและพัฒนาทักษะการบริหารเวลา เช่น การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การวางแผนงานล่วงหน้า เพื่อให้สามารถทำงานได้ทันเวลา และมีคุณภาพ</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong> : แรงจูงใจ, บุคลากร, การปฏิบัติงาน</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม https://so16.tci-thaijo.org/index.php/CLGJournal/article/view/1626 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ 2025-07-18T09:16:46+07:00 สุจิรา เรืองสุขสุด 650112801104@bru.ac.th กุลญารัตน์ วรรณสวัสดิ์ 650112801076@bru.ac.th ชลมาศ โคล์ 65011280080@bru.ac.th จิรัชยา พุทธา 650112801078@bru.ac.th สากล พรหมสถิตย์ Sakon.pt@bru.ac.th <p>บทคัดย่อ</p> <p>บทความวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์” นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มประชากร คือ ประชากรตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 12,224 คน รูปแบบการวิจัย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แนวคิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเป็นกรอบการวิจัยพื้นที่วิจัย คือ ในเขตเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่าง 387 คนโดยใช้สูตรของ (Yamane, 1973 : 727; สุมาลี ไชยศุภรกุล 2558 : 145-146) และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย (Simple Random Sampling) ใช้วิธีคัดเลือกแบบสุ่มเชิงช่วงชั้นอย่างมีสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่นเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบประชาชนที่มีปัจจัยส่วนบุคคลต่างกันกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นของเทศบาลตำบลสองชั้น อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเสนอแนะไว้จำนวน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ด้านการมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ด้านการมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ &nbsp;&nbsp;ด้านการมีส่วนร่วมในการประเมินผล โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.14 (= 3.14, &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;S.D.=0.596)</p> <p>คำสำคัญ: การมีส่วนร่วม ประชาชน การพัฒนา</p> 2026-06-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการบริหารปกครองและนวัตกรรมสังคม