https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/issue/feed วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน 2026-09-01T09:50:44+07:00 สถาบันส่งเสริมและพัฒนาวิชาการด็อกเตอร์เกษ ajehd.editorial@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน (ASEAN Journal of Education and Human Development) (AJEHD)</p> <p>E-ISSN : ISSN : XXXX-XXXX(Online)<br />เป็นวารสารในกลุ่มศึกษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ </p> <p> </p> https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/article/view/4366 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อพัฒนาสมรรถนะการเป็นนวัตกรของผู้เรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 2026-07-26T15:22:31+07:00 อนันต์ พันนึก czzie19@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารจัดการนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้บริหารสถานศึกษา 2) พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการนวัตกรรมด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาสมรรถนะการเป็นนวัตกรของผู้เรียน และ 3) ประเมินคุณภาพของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยใช้วิธีวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&amp;D) ด้วยการวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 จำนวน 317 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม และแบบประเมินรูปแบบ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.98 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีความต้องการจำเป็น การวิเคราะห์องค์ประกอบ และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารจัดการนวัตกรรมด้วย AI อยู่ในระดับปานกลาง (x̄ = 3.41, S.D. = 0.52) และสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด <br />(x̄ = 4.73, S.D. = 0.31) โดยมีความต้องการจำเป็นสูงสุดด้านภาวะผู้นำด้าน AI 2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ ภาวะผู้นำด้าน AI การบริหารจัดการนวัตกรรม การบริหารข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ การพัฒนาบุคลากรด้าน AI ระบบนิเวศการเรียนรู้เชิงนวัตกรรม เครือข่ายความร่วมมือ และการประเมินผลกับจริยธรรม AI สามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 74.86 และ 3) รูปแบบมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.85, S.D. = 0.19) โดยผู้เรียนมีสมรรถนะการเป็นนวัตกรหลังใช้รูปแบบสูงกว่าก่อนใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 14.36, p &lt; .001) สะท้อนว่ารูปแบบสามารถนำไปใช้พัฒนาการบริหารสถานศึกษายุค AI และส่งเสริมการเป็นนวัตกรของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> 2026-08-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/article/view/4365 การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการศึกษาของสถานศึกษาในโรงเรียนพระพุทธบาทวิทยาคม 2026-07-25T21:05:04+07:00 สิริศักดิ์ นิลเกตุ czzie19@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนพระพุทธบาทวิทยาคม 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการศึกษา และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนาการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการศึกษา การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประชากรและกลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 32 คน โดยศึกษาจากประชากรทั้งหมด เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับตามแนวคิดของ ลิเคิร์ต (Likert) และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นโดยใช้สัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค เท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการบริหารจัดการศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.24, S.D. = 0.45) โดยด้านการบริหารงานวิชาการมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา ได้แก่ การบริหารงานทั่วไป การบริหารงานบุคคล และการบริหารงบประมาณ 2) ปัจจัยสนับสนุนการใช้ AI ได้แก่ ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหาร สมรรถนะด้าน AI ของบุคลากร และความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับการใช้ AI อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และสามารถร่วมกันพยากรณ์การใช้ AI ได้ร้อยละ 68 (R² = .68) 3) แนวทางการพัฒนาประกอบด้วย 4 ด้าน ได้แก่ นโยบายและการบริหารจัดการ การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และวัฒนธรรมองค์กรดิจิทัลและจริยธรรม AI</p> 2026-08-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/article/view/4518 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์เพื่อพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จังหวัดหนองคาย 2026-09-01T09:35:15+07:00 เอกนรี วรรณสุ czzie19@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหา ความต้องการ และแนวทางการพัฒนาความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&amp;D) ดำเนินการ 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม จังหวัดหนองคาย จำนวน 30 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง รูปแบบ B-ACT Model แผนการจัดการเรียนรู้ 8 แผน แบบวัดความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณ 30 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจ 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าประสิทธิภาพ E₁/E₂ และ Dependent Samples t-test</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีข้อจำกัดด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การประเมินหลักฐาน และการให้เหตุผล โดยครูและนักเรียนต้องการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และให้ข้อมูลย้อนกลับ รูปแบบ B-ACT Model มีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.85, S.D. = 0.21) และมีประสิทธิภาพ 84.63/86.74 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 นักเรียนมีความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 17.31, p &lt; .001) และมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.76, S.D. = 0.28)</p> 2026-08-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/article/view/4517 การศึกษาการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงวิชาการและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา 2026-09-01T09:50:44+07:00 กัมพล นะวัน czzie19@gmail.com วาริน วรรณาวงศ์ kampol.nav@mcu.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนเชิงวิชาการและการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา และ 2) ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นิสิตสาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย ปีการศึกษา 2569 จำนวน 43 รูป/คน โดยใช้ประชากรทั้งหมดเป็นกลุ่มเป้าหมาย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับและคำถามปลายเปิด ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และตรวจสอบความเชื่อมั่นด้วยสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน<br />ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.12, S.D. = 0.54) โดยการใช้ Generative AI เพื่อพัฒนาการเขียนภาษาอังกฤษมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̄ = 4.18, S.D. = 0.52) รองลงมาคือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยบูรณาการ Generative AI (x̄ = 4.12, S.D. = 0.55) และการใช้ Generative AI เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (x̄ = 4.05, S.D. = 0.56) และ 2) แนวทางการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.39, S.D. = 0.58) โดยการส่งเสริมจริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้ AI มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (x̄ = 4.51, S.D. = 0.52) รองลงมาคือการใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการวางแผนและพัฒนางานเขียน การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การวิเคราะห์และวิพากษ์ผลลัพธ์จาก AI และการฝึกเขียน Prompt ตามลำดับ ผลการวิจัยนำไปสู่ข้อเสนอในการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ Generative AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเขียนและการคิด โดยเน้นการตรวจสอบ ประเมิน และตัดสินใจของผู้เรียน ควบคู่กับการส่งเสริมจริยธรรมและความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี</p> 2026-08-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน https://so16.tci-thaijo.org/index.php/AJEHD/article/view/4425 AI-ASSISTED TOOLS INFLUENCING MATTAYOM 6 STUDENTS’ ENGLISH-SPEAKING CONFIDENCE AT PAK KHAT PITTAYAKHOM SCHOOL BUENGKAN THAILAND 2026-08-22T15:23:51+07:00 Mikkel Kruse mikkelkruse21@gmail.com <p>This study examined Mattayom 6 students’ perceptions and experiences of AI-assisted speaking practice and English-speaking confidence at Pak Khat Pittayakhom School, Buengkan, Thailand. The study aimed to explore students’ perceived confidence in speaking English after using AI-assisted tools, identify factors within AI-assisted speaking activities that students perceived as contributing to confidence, examine students’ attitudes and experiences regarding AI-supported conversational English practice, and provide context-specific recommendations for integrating AI into Thai secondary-school speaking instruction. A qualitative-dominant mixed-methods case study was conducted over five weeks. The broader AI-assisted speaking activities involved approximately 260 students across seven Mattayom 6 classrooms; 151 students completed a questionnaire and 33 students participated in semi-structured group interviews. Limited classroom observation notes were used as contextual support. Quantitative data were summarized using frequencies, percentages, means, and standard deviations, with internal consistency estimates calculated as a supplementary check. Qualitative data from interviews and open-ended questionnaire responses were analyzed thematically. Students generally perceived AI-assisted speaking practice positively. The strongest result concerned classroom speaking confidence: 82.1% agreed or strongly agreed that regular AI use had made them more confident speaking English in class (M = 4.40, SD = 0.83). Students also valued AI for useful hints and support (M = 4.31, SD = 0.87), learning new words and phrases (M = 4.27, SD = 0.94), and helpful correction of English mistakes (M = 4.25, SD = 0.93). Qualitative findings indicated that students valued AI as a low-pressure rehearsal partner that allowed repeated practice, vocabulary and sentence support, and feedback without immediate social judgment. However, confidence and willingness to communicate were less strong in spontaneous or outside-classroom situations. The findings suggest that AI-assisted tools are most appropriately used as teacher-guided preparation, rehearsal, and feedback resources that lead students toward authentic communication with teachers and peers rather than replacing human interaction.</p> 2026-08-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการศึกษาและการพัฒนามนุษย์ในอาเซียน